Tag Archives: 2024

Mary Kay ได้รับการยกย่องในด้านความเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์ต่อเนื่องเป็นปีที่สองในงาน Texan by Nature 20 ประจำปี 2024

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–31 ตุลาคม 2024

Mary Kay Inc. ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมสกินแคร์และความยั่งยืน ได้รับรางวัล Texan by Nature 20 (TxN 20) ประจำปี 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านการอนุรักษ์ Texan by Nature ที่ก่อตั้งโดยอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง Laura Bush โดย Texan by Nature จัดงานประจำปีเพื่อเชิดชู 20 ธุรกิจที่ตั้งอยู่หรือดำเนินงานในรัฐเท็กซัสที่แสดงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และความยั่งยืนซึ่งอิงจากข้อมูลผ่านโครงการ TxN 20

Founded by former First Lady Laura Bush, Texan by Nature annually celebrates 20 businesses based or operating in Texas that demonstrate data-backed commitments to conservation and sustainability through the TxN 20 initiative. Photo Credit: Grant Miller Photography

องค์กร Texan by Nature ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง Laura Bush จัดงานประจำปีเพื่อเชิดชู 20 ธุรกิจที่ดำเนินงานในเท็กซัสซึ่งแสดงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และความยั่งยืนที่อิงจากข้อมูลผ่านโครงการ TxN 20 เครดิตภาพ: Grant Miller Photography

“การได้รับเกียรตินี้เป็นปีที่สองติดต่อกันแสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Mary Kay ในการผสานรวมแนวทางที่ยั่งยืนเข้ากับธุรกิจของเราผ่านนวัตกรรม การสนับสนุน และความรับผิดชอบ” Virginie Naigeon-Malekหัวหน้าฝ่ายความรับผิดชอบองค์กรและความยั่งยืนของ Mary Kay กล่าว “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อยู่ในรายชื่อขององค์กรอนุรักษ์ทรงพลังอื่น ๆ ทั่วรัฐเท็กซัส สำหรับ Mary Kay ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของเรา—เรามุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป”

เราเชื่อในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่านการลงมือทำ ความร่วมมือ และรูปแบบนวัตกรรม” Joni Carswell ซีอีโอและประธานของ Texan by Nature กล่าว “ถือเป็นเกียรติที่ได้ยกย่อง Mary Kay บริษัทที่แสดงให้เห็นว่าการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านการอนุรักษ์นั้นสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวทั้งต่อผลกำไร ผู้คน และโลกใบนี้

Cristi Gomez, PhD, DABT, ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกฎระเบียบ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านวิจัยและพัฒนาของ Mary Kay ได้เข้าร่วมการประชุม Texan by Nature Conservation Summit ครั้งที่ 6 ซึ่งนำเสนอความมุ่งมั่น นวัตกรรม และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับ Texan by Nature  โดย Gomez ได้ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “การสร้างคุณค่าในระบบโดยรวม” ซึ่งกล่าวถึงการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ ผลกำไรและความยั่งยืน รวมถึงการประเมินผลลัพธ์จากทุกส่วนในระบบ งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 23 ตุลาคม ณ ศูนย์ประธานาธิบดี George W. Bush

รางวัล TxN 20 ยกย่องผู้นำในอุตสาหกรรม 12 ภาคส่วนในรัฐเท็กซัสที่อยู่แนวหน้าของความพยายามในการอนุรักษ์และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผู้ชนะรางวัลรายอื่น ๆ สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของ Texan by Nature

เกี่ยวกับ Mary Kay

อดีต ปัจจุบัน และตลอดไป หนึ่งในผู้บุกเบิกที่ทำลายกำแพงเพดานแก้ว Mary Kay Ash ก่อตั้งแบรนด์ความงามในฝันของเธอในรัฐเท็กซัสเมื่อปี 1963 ด้วยเป้าหมายเดียวคือการยกระดับชีวิตผู้หญิง ความฝันนั้นได้เติบโตเป็นบริษัทระดับโลกที่มีสมาชิกฝ่ายขายอิสระนับล้านคนในกว่า 35 ประเทศ ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา โอกาสจาก Mary Kay ได้เสริมพลังให้ผู้หญิงสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้ผ่านการศึกษา การให้คำปรึกษา การสนับสนุน และนวัตกรรม Mary Kay มุ่งมั่นในการลงทุนในวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงามและผลิตสกินแคร์ที่ล้ำสมัย เครื่องสำอางสี อาหารเสริม และน้ำหอม Mary Kay เชื่อในการอนุรักษ์โลกของเราให้คนรุ่นต่อไป ปกป้องผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากมะเร็งและความรุนแรงในครอบครัว และสนับสนุนเยาวชนให้ทำตามความฝันของพวกเขา เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ marykayglobal.com พบกับเราได้ทาง Facebook, Instagram และ LinkedIn หรือ ติดตามเราได้ที่ X (ชื่อเดิม Twitter)

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54144848/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Mary Kay Inc. Corporate Communications
marykay.com/newsroom
972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

ที่มา: Mary Kay Inc.




แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ คว้ารางวัล “Top Production Award 2024” จากแปซิฟิค ครอส

Logo

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–28 ตุลาคม 2024

แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ บริษัทนายหน้าประกันสุขภาพระดับโลก ได้รับรางวัล “Top Production Award 2024” ในงาน Hangout Luxury Party 2024 ซึ่งจัดขึ้นโดยแปซิฟิค ครอส โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม โซ แบงคอก เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2024 และมีคุณ Ricky Batten ผู้จัดการทั่วไป แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ และคุณ Viktor Voll หัวหน้าทีม CRM เป็นผู้รับมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ โดยเป็นการมอบให้เพื่อเชิดชูผลงานอันโดดเด่นในการให้บริการด้านประกันสุขภาพทั้งสำหรับองค์กรและแผนประกันสุขภาพระหว่างประเทศ สำหรับลูกค้ารายบุคคลในประเทศไทย

Left to right: Yotsawanrangsikorn Saksinghanatra (Chief Operating Officer at Pacific Cross), Ricky Batten (General Manager at Pacific Prime Thailand), Viktor Voll (CRM Team Lead at Pacific Prime Thailand) (Photo: Business Wire)

จากซ้ายไปขวา : ยสวันต์รังษิกร ศักยดิ์สิงหนาท (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ แปซิฟิค ครอส), Ricky Batten (ผู้จัดการทั่วไป แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์) และ Viktor Voll (หัวหน้าทีม CRM แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์) (ภาพ : Business Wire)

คุณ Ricky Batten ผู้จัดการทั่วไปของแปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ ได้กล่าวแสดงความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ในการรับมอบรางวัลจากแปซิฟิค ครอสในนามของพนักงานทุกคนที่แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความทุ่มเทของทีมงานที่ยึดมั่นในการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรกและการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศ รางวัลนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองความร่วมมืออันมีความหมายยิ่งกับแปซิฟิค ครอส ที่ช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชันประกันที่มีคุณภาพสูงและมีการปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ผมขอแสดงความขอบคุณเป็นพิเศษต่อ ดร. Khanh Bui ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของแปซิฟิค ครอส สำหรับการสนับสนุนอันมีค่าตลอดปีที่ผ่านมา และผมพร้อมที่จะร่วมสร้างความสำเร็จต่อไปในอนาคต”

เกี่ยวกับแปซิฟิค ครอส :

Pacific Cross Insurance Company Limited ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้รับประกันภัยและผู้บริหารจัดการแผนประกันภัยในประเทศไทย โดยมีแปซิฟิค ครอส อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้บริหารจัดการแผนประกันในระดับนานาชาติ

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแปซิฟิค ครอส ได้ที่ : www.pacificcrosshealth.com

เกี่ยวกับแปซิฟิค ไพร์ม

แปซิฟิค ไพร์ม ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 เป็นบริษัทนายหน้าประกันภัยระดับโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิการพนักงานที่ได้รับการยอมรับผ่านรางวัลมากมาย นำเสนอโซลูชันประกันภัยทั้งแบบบุคคลและองค์กร ด้วยมูลค่าเบี้ยประกันภัยภายใต้การบริหาร 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปัจจุบันแปซิฟิค ไพร์ม ก้าวขึ้นเป็นนายหน้าด้านสวัสดิการพนักงานที่ใหญ่เป็นอันดับสามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายหลังการเข้าซื้อกิจการธุรกิจนายหน้าของ CXA Group ในปี 2021 บริษัทมีพนักงานกว่า 1,000 คน และสำนักงาน 15 แห่งทั่วโลก ประกอบด้วย ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน ไทย มาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแปซิฟิค ไพร์ม ได้ที่ : https://www.pacificprime.com/corporate

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54142144/en

ข้อมูลติดต่อ

Stephen Ho
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด
แปซิฟิค ไพร์ม

+852 3589 0508

แหล่งที่มา : แปซิฟิค ไพร์ม

ก้าวสู่เวทีระดับโลก: AITO จัดแสดงรถยนต์ SUV อัจฉริยะระดับไฮเอนด์ที่งาน Paris Motor Show 2024

Logo

AITO เข้าร่วมงาน Paris Motor Show ครั้งที่ 90 โดยนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับไฮเอนด์รุ่นล่าสุดภายใต้แนวคิด “Intelligence Redefining Luxury” ซึ่งภายในงานมีการจัดแสดงรถยนต์ 3 รุ่น ได้แก่ AITO 9, AITO 7 และ AITO 5 ซึ่งเน้นย้ำถึงการผสมผสานระหว่าง “ความหรูหราแบบดั้งเดิมและความหรูหราทางเทคโนโลยี” ของแบรนด์ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีขั้นสูง การขับขี่อัจฉริยะ และคุณสมบัติความปลอดภัยที่ครอบคลุม โดยสะท้อนถึงความอเนกประสงค์สำหรับสถานการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกัน การมาถึงของ AITO ในงานแสดงสินค้า ณ กรุงปารีสนี้เป็นจุดสิ้นสุดของ “ทัวร์ยูเรเซียกับ AITO” ซึ่งเป็นการเดินทางยาวนาน 38 วันในระยะทางประมาณ 15,000 กิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของรถยนต์ของแบรนด์

ปารีส–(BUSINESS WIRE)–26 ตุลาคม 2024

AITO แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับไฮเอนด์ เข้าร่วมงาน Paris Motor Show 2024 โดยจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าระบบขยายระยะ (REEVs) ระดับหรู 3 รุ่น โดยผสมผสาน “ความหรูหราดั้งเดิมและความหรูหราทางเทคโนโลยี” เข้าด้วยกัน AITO เปิดตัวแนวคิดหรูหราใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางอัจฉริยะชั้นนำให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก AITO นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมต่างๆ เช่น AITO 9, AITO 7 และ AITO 5 พร้อมด้วยแพลตฟอร์ม AITO MF และเทคโนโลยีตัวขยายระยะทางพิเศษ ซึ่งเปิดตัวภายใต้แนวคิด “Intelligence Redefining Luxury”

Eurasian Tour with AITO (Photo: Business Wire)

ทัวร์ยูเรเซียกับ AITO (ภาพ: Business Wire)

“ทัวร์ยูเรเซียกับ AITO” เป็นการเดินทางสำรวจระยะทางประมาณ 15,000 กิโลเมตรจากโรงงาน AITO ในเมืองฉงชิ่งก่อนที่ AITO จะมาถึงงาน Paris Motor Show โดยการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของรถ AITO รุ่นต่างๆ ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและท้าทาย ตั้งแต่บริเวณโรงงานไปจนถึงงานแสดงรถยนต์ ขบวนรถซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ AITO 9, AITO 7 และ AITO 5 เดินทางผ่าน 12 เมืองเป็นเวลา 38 วัน โดยมีเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะของ AITO ที่จัดการกับระยะทางกว่า 8,800 กิโลเมตร เพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ตลอดการเดินทาง

AITO 9 ซึ่งเป็นรถยนต์ SUV อัจฉริยะรุ่นเรือธงที่ใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันน่าทึ่งในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากระหว่างการเดินทาง โดยต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสภาพถนนที่เลวร้าย อุณหภูมิที่รุนแรง และภูมิประเทศที่ยากลำบาก ตั้งแต่ภูเขาสูงไปจนถึงทะเลทรายที่แห้งแล้ง ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ครอบคลุม ความสามารถของ AITO 9 จึงได้รับทดสอบอย่างเข้มงวดในหลายมิติ AITO 9 ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคและตลาด โดยมียอดสั่งซื้อสะสมกว่า 140,000 คัน และส่งมอบแล้ว 100,000 คันภายในระยะเวลา 9 เดือนหลังจากเปิดตัว จนทำให้ขณะนี้ AITO 9 มียอดขายอยู่ในอันดับ 3 เมื่อเทียบกับรุ่นที่มีราคาสูงกว่า 60,000 ยูโรในตลาดรถหรูของจีน

AITO 7 เป็นรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ที่เน้นความสะดวกสบายและปรับให้เข้ากับสถานการณ์การเดินทางของครอบครัวอย่างราบรื่น รถยนต์รุ่นนี้ได้รับคำชมอย่างมากใน “ทัวร์ยูเรเซียกับ AITO” ในเรื่องของความกว้างขวางและความสะดวกสบาย โดยมาพร้อมเบาะนั่งแบบไร้แรงโน้มถ่วง พร้อมด้วยฟังก์ชันนวดที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อช่วยบรรเทาความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง รถคันนี้ผลิตจากเหล็กที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนระดับเดียวกับที่ใช้ในเรือดำน้ำ โดยมาพร้อมกับถุงลมนิรภัย 8 จุดเป็นมาตรฐาน และแบตเตอรี่ที่มีฉนวนกันความร้อนเกรดการบิน 5 ชั้นเพื่อความปลอดภัยภายใต้ทุกสภาวะ

AITO 5 เป็นรถสปอร์ต SUV ขนาดกลางที่มีสไตล์สำหรับการขับขี่ในเมืองและมอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์สปอร์ตพร้อมรูปทรงที่สะอาดตาและทรงพลัง ผลิตจากโครงสร้างอะลูมิเนียมอัลลอยด์ทั้งหมด พร้อมปีกนกคู่ที่ด้านหน้าและระบบกันสะเทือนอิสระแบบมัลติลิงก์ด้านหลัง ซึ่งช่วยให้การควบคุมรถยอดเยี่ยมขณะที่ยังมีโครงสร้างน้ำหนักเบา สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 5 วินาที AITO 5 มอบสมรรถนะที่น่าประทับใจในระหว่างการเดินทางผ่านยุโรปตะวันออก ทีมงานได้สัมผัสกับช่วงเวลาที่เร้าใจหลังพวงมาลัย ในด้านฟีเจอร์อัจฉริยะ รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบช่วยการขับขี่ รวมถึงฟังก์ชันการจอดอัตโนมัติ การช่วยจอดจากระยะไกล และการถอยหลังแบบติดตาม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่

ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมของ AITO ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม AITO MF ที่มีความหลากหลายและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเพียงหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรมที่สามารถรองรับตัวเลือกพลังงานแบบขยายระยะทางพิเศษ พลังงานไฟฟ้าแบตเตอรี่ และพลังงานไฮบริดอัลตรา โดยมีคุณสมบัติหลัก 4 ประการ ได้แก่ ความปลอดภัยอัจฉริยะ ระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารที่ปรับเปลี่ยนได้ และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับชั้นนำ แพลตฟอร์มนี้เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีตัวขยายระยะทางพิเศษ ด้วยประสิทธิภาพความร้อนที่น่าประทับใจที่ 45% และอัตราการแปลงเชื้อเพลิงเป็นไฟฟ้าชั้นนำในอุตสาหกรรมที่ 3.65 kWh/L เทคโนโลยีขยายระยะทางพิเศษจะปรับสมดุลพลังงานไฟฟ้าแบบ NVM ที่ปรับให้เหมาะสม เพื่อการขับขี่ในเมืองที่ราบรื่นและเงียบสงบ พร้อมกับการเติมเชื้อเพลิงระยะไกล นอกจากนี้ยังปรับกลยุทธ์การสร้างพลังงานตามพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการผสมผสานที่เหมาะสมระหว่างความสะดวกสบายและความประหยัดอีกด้วย

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54135079/en

ข้อมูลติดต่อ

Joanna Gong
gongqiong@dsconsulting.com

ที่มา: AITO




Tabreed คว้ารางวัลใหญ่ในสิงคโปร์ที่งาน Asian Power Awards ปี 2024

Logo

  • บริษัทได้รับรางวัลใหญ่สองรางวัลสําหรับโครงการริเริ่มที่ก้าวล้ำล่าสุดในด้านพลังงานความร้อนใต้พิภพหมุนเวียนและความก้าวหน้าด้านประสิทธิภาพที่พลิกโฉม

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–25 ตุลาคม 2024

Tabreed บริษัทระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์ชั้นนําของโลกได้รับเกียรติจากงานประกาศรางวัล Asian Power Awards ประจําปี 2024 ซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์ในสัปดาห์นี้ คณะกรรมการยกย่องให้ Tabreed เป็นแชมป์ด้านการทําความเย็นที่ยั่งยืนมาอย่างยาวนาน จึงมอบรางวัลสําคัญสองรางวัลให้กับบริษัท: 'โครงการพลังงานความร้อนใต้พิภพแห่งปี – ทองคํา' และ 'โครงการริเริ่มระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์แห่งปี – สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์'

Tabreed Wins Big in Singapore at the 2024 Asian Power Awards (Photo: AETOSWire)

Tabreed คว้ารางวัลใหญ่ในสิงคโปร์ที่งาน Asian Power Awards ปี 2024 (รูป: AETOSWire)

Asian Power Awards เป็นงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่ยกย่องโครงการและความคิดริเริ่มที่ล้ำสมัยและสร้างสรรค์โดยบริษัทกำลังและพลังงาน งานประกาศรางวัลนี้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติผู้ที่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเพื่อจัดการกับผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น Irshad Hussain รองประธานฝ่ายโครงการซึ่งเป็นตัวแทนของ Tabreed รับทั้งสองรางวัลในคืนนั้น

โครงการพลังงานความร้อนใต้พิภพแห่งปี

Tabreed เป็นผู้นําด้านการทําความเย็นอย่างยั่งยืนด้วยโครงการความร้อนใต้พิภพ 'G2COOL' ในเมืองมาสดาร์ อาบูดาบี ร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ADNOC โดยเริ่มดําเนินการในเดือนธันวาคม ปี 2023 โดยโรงงานนวัตกรรมแห่งนี้ใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพในการให้บริการทําความเย็นและบูรณการกับเครือข่ายทําความเย็นแบบรวมศูนย์ที่มีอยู่เดิม โดยเป็นโรงงานทําความเย็นแบบรวมศูนย์แห่งแรกในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ช่วยลดคาร์บอนในการทําความเย็นในเมืองมาสดาร์ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์พลังงานแห่งชาติปี 2050 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

โรงงานแห่งนี้ใช้น้ำร้อนจากแหล่งความร้อนใต้พิภพที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินเพื่อจ่ายไฟให้กับเครื่องทําความเย็นแบบดูดซึมพิเศษ ซึ่งให้ประสิทธิภาพทางไฟฟ้าที่น่าประทับใจที่ 0.5 ถึง 0.55 กิโลวัตต์ต่อตันทําความเย็น (RT) เมื่อเทียบกับ 0.85 กิโลวัตต์ต่อตันทำความเย็นทั่วไปในระบบทําความเย็นแบบรวมศูนย์ทั่วไป พลังงานความร้อนใต้พิภพก่อให้เกิดการปล่อยมลพิษน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีการแบบดั้งเดิม ซึ่งสนับสนุนเป้าหมายของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการกระจายแหล่งพลังงานและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

โครงการริเริ่มระบบทําความเย็นแบบรวมศูนย์แห่งปี – สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

รางวัลนี้เป็นเกียรติแก่การศึกษานําร่องที่โรงงานแห่งหนึ่งของ Tabreed ในอาบูดาบี ซึ่งร่วมมือกับ HT Materials Science (HTMS) ของไอร์แลนด์ เพื่อสํารวจศักยภาพของเทคโนโลยีนาโนฟลูอิดที่ปฏิวัติวงการที่เรียกว่า 'Maxwell' ซึ่งได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อปรับปรุงการถ่ายเทความร้อน Tabreed ค้นพบว่าการใช้ Maxwell ในลูปน้ำเย็นทําให้ประสิทธิภาพของระบบทําความเย็นเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจประมาณ 15%

Maxwell ตั้งชื่อตาม James Clerk Maxwell นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกที่พัฒนาแนวคิดของของเหลวนาโนเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 19 เป็นวิศวกรรมการแขวนลอยของอนุภาคอะลูมิเนียมออกไซด์ขนาดเล็กกว่าไมครอนในของเหลวฐานพื้นฐานที่เป็นน้ำหรือน้ำ/ไกลคอล ('นาโนฟลูอิด') ซึ่งเป็นสารเติมแต่งแบบดรอปอินสําหรับระบบทําความเย็นและทําความร้อน ซึ่งทํางานโดยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนในระบบทําความเย็นโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนหรือเปลี่ยนอุปกรณ์

 Khalid Al Marzooqi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tabreed กล่าวว่ารางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สําคัญว่าการแสวงหาการดําเนินงานที่ยั่งยืนของบริษัทเป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นที่มีต่ออนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น “การแสวงหาประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเราไม่มีขีดจํากัด” “เราเป็นผู้นําอุตสาหกรรมที่สําคัญนี้ด้วยแนวทางที่เป็นนวัตกรรมของเรา ซึ่งเราไม่ละเลยแม้แต่น้อยในการลดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผมภูมิใจมากกับสิ่งที่ทุกคนใน Tabreed ประสบความสําเร็จ และการได้รับเกียรติจากรางวัลเหล่านี้เป็นการยอมรับถึงขั้นตอนสําคัญที่เรากําลังดําเนินการเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการก่อสร้าง”

ก่อนหน้านี้ Tabreed ได้ประกาศเป้าหมายที่จะขยายการดำเนินงานในระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้นไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ บริษัทซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1998 และดําเนินกิจการอยู่ใน 6 ประเทศโดยมีพอร์ตโฟลิโอของโรงงานระบบทําความเย็นแบบรวมศูนย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันมีจำนวน 91 แห่งเนื่องจากหลายประเทศประสบกับผลกระทบจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นความต้องการระบบทําความเย็นแบบรวมศูนย์จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้นําระดับโลกด้านระบบทําความเย็นแบบรวมศูนย์อย่างยั่งยืน การดําเนินงานของ Tabreed สามารถป้องกันการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลายล้านตันด้วยการประหยัดพลังงานอย่างมาก

เกี่ยวกับ Tabreed:

Tabreed ให้บริการระบบทําความเย็นแบบรวมศูนย์ที่จําเป็นและยั่งยืนให้กับโครงการสำคัญต่างๆ ในตะวันออกกลางและเอเชีย ซึ่งเป็นแรงผลักดันหลักในการพัฒนาผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมทั่วโลกสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 และจดทะเบียนในตลาดการเงินดูไบ เป็นหนึ่งในบริษัทที่เติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ด้วยการดำเนินงานที่กว้างขวางระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพที่เป็นผู้นําในอุตสาหกรรม โปรแกรมการวิจัยและพัฒนา  และการลงทุนในเทคโนโลยี AI ทำให้ Tabreed เป็นผู้นําระดับโลกในอุตสาหกรรมระบบทําความเย็นแบบรวมศูนย์ นอกเหนือจากระบบทําความเย็นแบบรวมศูนย์แล้ว บริการด้านประสิทธิภาพพลังงานของ Tabreed ยังช่วยขยายผลกระทบต่อความยั่งยืนของบริษัท ช่วยให้ธุรกิจและองค์กรต่างๆ ปรับปรุงการใช้พลังงานโดยรวมได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

LinkedIn

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54141284/en

ติดต่อ

Samer Al Tawil
ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและการมีส่วนร่วม
saltawil@tabreed.ae

Kevin Hackett
ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารภายนอก
khackett@tabreed.ae

ที่มา: Tabreed

APO Productivity Databook 2024 : แนวโน้มเศรษฐกิจและการคาดการณ์ถึงปี 2035

Logo

โตเกียว–(Business Wire)–23 ตุลาคม 2024

องค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (APO) เปิดตัว APO Productivity Databook 2024 ฉบับที่ 17 นำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและผลิตภาพตั้งแต่ปี 1970 ถึง 2022 พร้อมการคาดการณ์ถึงปี 2035 ครอบคลุมเศรษฐกิจเอเชีย 31 ประเทศ รวมถึงสมาชิก APO 21 ประเทศ และเศรษฐกิจอ้างอิงระดับโลกที่สำคัญ เช่น ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา

(Graphic: Business Wire)

(กราฟิก : Business Wire)

หนังสือข้อมูลนี้อ้างอิงจาก ฐานข้อมูลผลิตภาพของ APO ซึ่งบูรณาการ ฐานข้อมูล Asia QALI สำหรับปัจจัยแรงงานที่ปรับคุณภาพ และรวมข้อมูลทรัพยากรแร่และพลังงาน นับเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำธุรกิจ และนักวิจัยในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์เศรษฐกิจของภูมิภาคและสนับสนุนการตัดสินใจที่อิงข้อมูล ด้วยวิธีการที่เข้มงวด หนังสือเล่มนี้ช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระบุโอกาสและความท้าทายสำหรับการวางแผนเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างน่าเชื่อถือ

จุดเด่นของ APO Productivity Databook 2024

  • บัญชีผลิตภาพโดยละเอียด : เปรียบเทียบสมาชิก APO กับเกณฑ์อ้างอิงระดับภูมิภาค แสดงบทบาทของทุน ปัจจัยแรงงาน และผลิตภาพปัจจัยรวม (TFP) ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • การฟื้นตัวในภาคส่วนสำคัญ : เศรษฐกิจสมาชิกอย่างไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และเวียดนาม แสดงความยืดหยุ่นท่ามกลางการหยุดชะงักจากโควิด-19
  • แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและผลิตภาพ : ระหว่างปี 1970 ถึง 2022 เอเชียประสบการเติบโตของผลิตภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างมาก นำโดยเศรษฐกิจอย่างสาธารณรัฐจีน (ROC) อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของ TFP ในช่วงเวลานี้
  • ผลการดำเนินงานรายภาคส่วน : สมาชิก APO บางประเทศแสดงการเติบโตที่แข็งแกร่งในภาคการผลิต ขณะที่ภาคเกษตรยังคงมีความสำคัญ โดยการเพิ่มผลิตภาพได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในทุนและเทคโนโลยีมากขึ้น

APO Productivity Databook 2024 มีให้บริการทั้งในรูปแบบดิจิทัลและสิ่งพิมพ์ สามารถเข้าถึงและดาวน์โหลดได้ฟรีจากลิงก์ด้านล่างนี้

https://doi.org/10.61145/SQVZ2821

APO Productivity Database 2024 เครื่องมือออนไลน์ที่ให้ข้อมูลผลิตภาพของ 31 ประเทศในเอเชียและเกณฑ์มาตรฐานจากกลุ่มเศรษฐกิจทั่วโลก ได้มีการอัปเดตและเข้าถึงได้จากลิงก์ด้านล่างนี้

https://www.apo-tokyo.org/productivitydatabook/

เกี่ยวกับ APO

องค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (APO) เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลระดับภูมิภาคที่มุ่งมั่นปรับปรุงผลิตภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านความร่วมมือระหว่างกัน เป็นองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่แสวงหากำไร และไม่เลือกปฏิบัติ ก่อตั้งขึ้นในปี 1961 โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 8 ประเทศ ปัจจุบัน APO ประกอบด้วยเศรษฐกิจสมาชิก 21 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ กัมพูชา สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ฟิจิ ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ลาว มาเลเซีย มองโกเลีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา ไทย ทูร์เคีย และเวียดนาม

APO กำลังกำหนดอนาคตของภูมิภาคโดยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิกผ่านบริการให้คำปรึกษานโยบายระดับชาติ ทำหน้าที่เป็นคลังสมอง ริเริ่มการเสริมสร้างศักยภาพองค์กร และการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: 

https://www.businesswire.com/news/home/54137427/en

ข้อมูลติดต่อ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ :

หน่วยข้อมูลดิจิทัลของ APO : pr@apo-tokyo.org เว็บไซต์ : https://www.apo-tokyo.org

แหล่งที่มา : องค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (APO)

ผู้นำอุตสาหกรรมสีเขียวระดับโลกรวมตัวกันในงาน Eco Expo Asia 2024

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–9 ตุลาคม 2024

Eco Expo Asia 2024 ซึ่งจัดขึ้นร่วมกันโดยองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงและ Messe Frankfurt (HK) Ltd และร่วมจัดโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง จะเปิดงานตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคมถึง 2 พฤศจิกายน ณ AsiaWorld-Expo ในฮ่องกง พร้อมเปิดให้บริการจับคู่ทางออนไลน์ “Click2Match” ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน

Global Green Industry Leaders Unite at Eco Expo Asia 2024 (Photo: Business Wire)

ผู้นำอุตสาหกรรมสีเขียวระดับโลกรวมตัวกันในงาน Eco Expo Asia 2024 (ภาพ: Business Wire)

Eco Expo Asia มุ่งมั่นว่าจะเป็นโอกาสสุดพิเศษสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปที่จะมีส่วนร่วมกับความก้าวหน้าล่าสุดในด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีสีเขียว งาน Eco Expo Asia จะจัดขึ้นอีกครั้งภายใต้แนวคิด “การส่งเสริมนวัตกรรมสีเขียวเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน” โดยรวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำจากอุตสาหกรรมสีเขียวต่าง ๆ มากมาย เพื่อช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

กิจกรรมในปีนี้จะประกอบด้วยหลากหลายผู้จัดแสดงจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และอเมริกา ซึ่งจะนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันล้ำสมัยในด้านพลังงานรูปแบบใหม่, การขนส่งสีเขียว, การเงินสีเขียวและบริการที่เกี่ยวข้องกับ ESG, การจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียน, การบำบัดน้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย โซลูชันเหล่านี้ถือเป็นหลักชัยสำคัญในการส่งเสริมการเผยแพร่เทคโนโลยีพลังงานเชิงนวัตกรรมและโซลูชันการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกำหนดภูมิทัศน์ด้านพลังงานมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนและปล่อยคาร์บอนต่ำมากยิ่งขึ้น

มณฑลและเมืองหลายแห่ง รวมถึงกวางตุ้ง กวางโจว เซินเจิ้น กวางสี หูหนาน เซี่ยงไฮ้ มองโกเลียใน และมณฑลอานฮุยที่เพิ่งเข้าร่วม จะนำเสนอพร้อมโซนจัดแสดงในงานปีนี้ ภูมิภาคเหล่านี้จะนำเสนอเทคโนโลยีนวัตกรรมซึ่งมุ่งเป้าไปที่การรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ การเข้าร่วมของกลุ่มนานาชาติก็มีความคึกคักไม่แพ้กัน นอกเหนือจากแคนาดา ฟินแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ที่กลับมาเข้าร่วมอีกครั้งแล้ว นอร์เวย์ที่เพิ่งเข้าร่วมงานในครั้งนี้ยังทำให้เวทีเสวนาระดับโลกเกี่ยวกับความยั่งยืนมีความเข้มข้นมากขึ้นอีกด้วย

การประชุม Eco Asia อันทรงเกียรติและฟอรัมเศรษฐกิจไฮโดรเจนครั้งที่ 5 จะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้นำในอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศมาร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับหัวข้อสำคัญต่าง ๆ รวมถึงความยั่งยืนและเทคโนโลยีสีเขียว เจ้าหน้าที่ของรัฐจากประเทศในกลุ่มอาเซียนและประเทศตามเส้นทางสายไหม เช่น ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ศรีลังกา และเวียดนาม จะเข้าร่วมและแสดงการสนับสนุนต่อการประชุมครั้งนี้เช่นกัน

งานนิทรรศการจะเปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าชมในวันสุดท้ายเพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้เข้าชมสามารถเข้าร่วมเวิร์กช็อปด้านสิ่งแวดล้อม สัมมนา ตลาดสีเขียว และแหล่งรวมงาน ESG

ลงทะเบียนตอนนี้เพื่อรับตรารับรองอิเล็กทรอนิกส์ฟรีของคุณ- :https://tinyurl.com/dxdynbn7

เว็บไซต์: https://tinyurl.com/yc3f3cmh

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54133617/en

ติดต่อ

สอบถามสื่อมวลชน:
กรุณาติดต่อฝ่ายนิทรรศการ HKTDC:
Ken Tsang / Kitty Wang
โทรศัพท์: (852) 22404136 / 22404874
อีเมล: ken.mc.tsang@hktdc.org / kitty.yc.wang@hktdc.org

ที่มา: องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง.

Xsolla เตรียมจัดแสดงโซลูชันเพื่อการก้าวสู่ระดับโลกที่งาน Tokyo Game Show 2024

Logo

Xsolla จะนำเสนอเครื่องมือที่ล้ำสมัยเพื่อให้ผู้พัฒนาและผู้เผยแพร่เกมสามารถตีตลาดในระดับโลก

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–25 กันยายน 2024

Xsolla บริษัทค้าวิดีโอเกมระดับโลก จะนำเสนอโซลูชันอันล้ำสมัยที่ฮอลล์ 4 บูธ #04-C48 ในงาน Tokyo Game Show 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26-27 กันยายน 2024 ณ ศูนย์การประชุมมาคุฮาริ เมสเสะ ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยบูธของ Xsolla จะมีการสาธิตการใช้งานโซลูชันใหม่ล่าสุดแบบสดๆ ซึ่งโซลูชันเหล่านี้เน้นหนักไปที่การช่วยให้ผู้พัฒนาและผู้เผยแพร่เกมประสบความสำเร็จในการขยับขยายเข้าสู่ตลาดนานาชาติ

(Graphic: Xsolla)

(กราฟิก: Xsolla)

ในงานนี้ นายจิน จอง รองประธานประจำภูมิภาคของ Xsolla ประเทศญี่ปุ่น จะมาพูดคุยในเซสชันการนำเสนอโดยเน้นไปที่บทบาทสำคัญของโซลูชัน Merchant of Record (MoR) ของ Xsolla ในการพลิกโฉมวิธีที่บริษัทเกมจะจัดการกับธุรกรรมข้ามพรมแดน ภาษี และความซับซ้อนในแง่ของระเบียบข้อบังคับ เซสชันนี้จะทำให้ผู้พัฒนาและผู้เผยแพร่ได้มองเห็นภาพรวมแบบรอบด้านว่า Xsolla ช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงานระดับโลกได้อย่างไร ช่วยให้สตูดิโอต่างๆ สามารถทุ่มเทไปกับการสร้างสรรค์เกม ในขณะที่ Xsolla ช่วยดูแลในส่วนของธุรกิจให้

นอกจากการนำเสนอโซลูชัน MoR แล้ว Xsolla ก็จะสาธิตให้ดูด้วยว่าระบบชำระเงินและฟีเจอร์การเล่น/ชำระเงินข้ามแพลตฟอร์มของพวกเขาจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงในระดับโลกแก่ผู้พัฒนาเกมทุกขนาดในทุกแพลตฟอร์มได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น Xsolla ก็จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาช่วยให้บริษัทวิดีโอเกมผสานการทำงานร่วมกับวิธีการชำระเงินแบบต่างๆ ทั่วโลกได้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาสามารถสร้างรายได้จากเกมของตนเองในภูมิภาคต่างๆ อย่างง่ายดาย

นายเดวิด สเตลเซอร์ ประธานบริษัท Xsolla ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของงานกิจกรรมครั้งนี้ที่มีต่อบริษัทว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งครับที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Tokyo Game Show และได้นำเสนอโซลูชันล่าสุดซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบพลังให้ผู้พัฒนาและผู้เผยแพร่เกมสามารถขยับขยายไปสู่ระดับโลก ภารกิจของเราคือการสนับสนุนอุตสาหกรรมเกมด้วยเครื่องมือที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จในตลาดนานาชาติ และเราก็ตื่นเต้นมากครับที่จะได้แสดงให้เห็นว่า Xsolla สามารถทำให้การก้าวสู่ระดับโลกนั้นง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ขอเชิญผู้ร่วมงานเยี่ยมชมบูธของ Xsolla เพื่อพบกับทีมผู้เชี่ยวชาญซึ่งพร้อมจะมอบข้อมูลเชิงลึก ตอบข้อสงสัย และร่วมหารือว่าโซลูชันที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะของพวกเขาจะช่วยผู้พัฒนาและผู้เผยแพร่เกมขยับขยายธุรกิจได้อย่างไร สำหรับผู้ที่สนใจสนทนาในเชิงลึกเพิ่มเติม Xsolla ก็มีบริการปรึกษาพูดคุยแบบตัวต่อตัวเพื่อเลือกสรรโซลูชันที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการขยายตลาดสู่ระดับโลก

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการนัดเวลาพูดคุยกับ Xsolla ในงาน Tokyo Game Show โปรดไปที่ xsolla.com/events/tgs24

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla เป็นบริษัทค้าวิดีโอเกมระดับโลกที่มีชุดเครื่องมือและบริการอันทรงพลัง ไว้วางใจได้ ซึ่งออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมเกมโดยเฉพาะ ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 Xsolla ได้ช่วยให้ผู้พัฒนาและผู้เผยแพร่เกมทั้งขนาดเล็กใหญ่นับพันรายสามารถระดมทุน ทำการตลาด เปิดตัว และสร้างรายได้จากเกมของตนในระดับโลกและในหลายแพลตฟอร์ม ในฐานะผู้นำการสร้างสรรค์ในวงการค้าเกม ภารกิจของ Xsolla คือการขจัดความยุ่งยากในกระบวนการของการจัดจำหน่ายระดับโลก การทำการตลาด และการสร้างรายได้ เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์ของเราสามารถเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น สร้างรายได้เพิ่มเติม และสานสัมพันธ์กับบรรดาเกมเมอร์ทั่วโลก Xsolla มีสำนักงานใหญ่จดทะเบียนตั้งอยู่ในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนี่ย และมีสำนักงานตั้งอยู่ในลอนดอน เบอร์ลิน โซล ปักกิ่ง กัวลาลัมเปอร์ ราลีห์ โตเกียว มอนทรีอัล และเมืองต่างๆ รอบโลก และสนับสนุนค่ายเกมชื่อดังต่างๆ ทั้ง Valve, Twitch, Epic Games, Take-Two, KRAFTON, Nexters, NetEase, Playstudios, Playrix, miHoYo และอีกมากมาย

หากต้องการสอบถามข้อมูลและเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดไปที่ xsolla.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่https://www.businesswire.com/news/home/54126695/en

ช่องทางติดต่อ

ผู้ติดต่อด้านสื่อ
Derrick Stembridge (เดอร์ริก สเตมบริดจ์)
Director of Public Relations, Xsolla (ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Xsolla)
d.stembridge@xsolla.com

แหล่งที่มา: Xsolla

NIQ มีการเปิดตัวเครื่องมือ AI ใหม่ล่าสุดสำหรับแบรนด์ CPG ที่งาน FastCompany Innovation Festival 2024 ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ให้ข้อมูลเชิงลึกฝีมือมนุษย์แต่ด้วยความเร็วของ AI

Logo

แนะนำโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของ CPG โมเดลแรกของโลก รวมถึง BASES AI ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้จริงเพื่อสร้างกลุ่มผู้บริโภคจำลองสำหรับการทดสอบแนวคิด

โมเดลภาษาใหม่มีการทำงานอัตโนมัติที่ดีกว่าโมเดลสาธารณะกว่า 7 เท่า สามารถระบุหา จัดระเบียบ และจัดประเภทผลิตภัณฑ์ซึ่งฝึกโดยใช้ข้อมูลขนาด 160 เพตะไบต์

BASES AI จะสร้างกลุ่มผู้บริโภคสำหรับสำรวจจำลองขึ้นมาซึ่งใช้ทดสอบและเปรียบเทียบไอเดียโดยใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเพียงน้อยนิด

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–16 กันยายน 2024

NielsenIQ (NIQ) บริษัทข้อมูลข่าวกรองของผู้บริโภคชั้นนำระดับโลก ได้ประกาศการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่สองอย่างเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ซึ่งจะยิ่งแสดงให้เห็นว่า NIQ เป็นบริษัทชั้นนำที่แท้จริง BASES AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่โมเดลแรกของอุตสาหกรรม CPG จะช่วยให้ลูกค้า NIQ สามารถใช้พลังของ AI อย่างมีความรับผิดชอบเพื่อกระตุ้นสร้างนวัตกรรมและขยายส่วนแบ่งตลาดได้ นอกจากนี้ NIQ จะพูดคุยเรื่องแนวโน้ม AI เกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรองการซื้อสินค้าของผู้บริโภคและนวัตกรรมที่เวทีงานในวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน เวลา 14:20 ET หัวข้อชื่อ “AI รู้ว่าเราต้องการอะไรจริงหรือไม่ เหตุผลที่ผู้ตอบแบบสอบถามจำลองเป็นตัวขัดขวางการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

BASES AI เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุญาตจากผู้บริโภคเกี่ยวกับรูปแบบการบริโภคของครัวเรือนกว่าแสนครัวเรือนเพื่อนำมาเลียนแบบพฤติกรรมของผู้บริโภค แพลตฟอร์มนี้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ ช่วยให้สามารถสร้างกลุ่มผู้บริโภคจำลองที่ตอบแบบสอบถามเพื่อลองใช้เทคนิคและวิธีการการวิจัยด้านตลาดที่เป็นผู้คนวางใจได้โดยใช้เวลาเพียงน้อยนิด BASES AI สามารถมอบการวิเคราะห์ศักยภาพแนวคิดได้ภายใน 10 นาทีเท่านั้น แทนที่จะใช้เวลาเป็นวันหรือสัปดาห์เพื่อรวบรวมข้อมูลความเห็นจากมนุษย์ ซึ่งบริษัทเครือ CPG สามารถใช้คะแนนเหล่านี้ รวมถึงคำแนะนำที่มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับปัจจัยกระตุ้นความสนใจและความเป็นเอกลักษณ์เพื่อที่จะทำการปรับเปลี่ยนไอเดียก่อนที่จะนำไปผ่านการทดสอบกับผู้บริโภคที่เป็นมนุษย์จริง การที่ BASES AI มีความเร็วและคุณภาพนั้นทำให้สามารถประเมินไอเดียจำนวนมหาศาลได้ขณะที่ยังสามารถร่นระยะเวลาโดยรวมของนวัตกรรมไปด้วยได้ สิ่งที่มาคู่กับการเปิดตัว BASES AI ให้ผู้ทดสอบใช้งานเบต้าได้ใช้งานในอเมริกาเหนือนั้น คือการเปิดตัวโมเดลภาษาของ NIQ ที่เจาะจงสำหรับ CPG โมเดลแรก ซึ่งช่วยขับเคลื่อนความสามารถด้านการแบ่งส่วนผลิตภัณฑ์ขั้นสูงของ Discover ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการวัดผลการค้าปลีกระดับเรือธงของ NIQ เนื่องจากมีการใช้ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์กว่า 160 ล้านรายการของ NIQ ทำให้โมเดลมีประสิทธิภาพมากกว่าโมเดล LLM สาธารณะกว่า 7 ในเรื่องความสามารถในการสร้างรหัสรายการสินค้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำ และเนื่องจากสามารถใช้ตัวเร่งใหม่ๆ ได้ โมเดลจะสามารถพัฒนาเรื่องความสามารถและความซับซ้อนขึ้นได้ตลอด ช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถใช้ Full View™ กับตลาดและผู้บริโภคของตัวเองได้โดยอิงจากข้อมูลเชิงลึกที่มีประสิทธิภาพกว่าโมเดลอื่น

“ในฐานะที่อยู่ในแวดวงข้อมูลข่าวกรองของผู้บริโภค เราก็ได้ปลดล็อกข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ที่สำคัญต่อภารกิจของเราครับ” กล่าวโดย Ramon Melgarejo ประธานฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึกที่ NIQ “ในสภาพแวดล้อมที่ดำเนินอย่างรวดเร็ว ตลาดผู้บริโภคจะเน้นไปที่นวัตกรรมที่อิงจากแนวโน้ม ข้อมูลที่มีคุณภาพสูงจะเป็นสิ่งที่สำคัญ และความสามารถในการใช้ประโยชน์และการดึงข้อมูลเชิงลึกจากข้อมูลเหล่านั้นจะสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก การเปิดตัวเหล่านี้เป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าการใช้งานขุมพลังวิเคราะห์ของเราในชุดข้อมูลชั้นนำในตลาดเพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกที่มีประสิทธิภาพกว่าโมเดลอื่นที่จะช่วยบริษัทเครือ CPG ได้มีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลก”

ชุดผลิตภัณฑ์ระดับโลกของ NIQ มีพลังฝีมือของวิศวกรกว่า 2,000 คนโดยเน้นไปที่การวิเคราะห์การใช้จ่ายของผู้บริโภคมูลค่ากว่า 7.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงข้อมูลจากบริษัทพาร์ทเนอร์ด้านการขายปลีกกว่า 3,200 รายที่ไม่ซ้ำกัน ด้วยชุดแหล่งข้อมูลมหาศาลที่ครอบคลุมหลายประเทศและเหล่านักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่มุ่งเน้นพัฒนาโซลูชันข้อมูลข่าวกรองธุรกิจพลัง AI ที่มีความรับผิดชอบเหมาะสมนี้ ทำให้ NIQ คงสถานะเป็นผู้นำในตลาดในเรื่องการสร้าง รักษา และกระตุ้นการมีส่วนแบ่งตลาดใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

BASES AI และโมเดลภาษา CPG ของ NIQ เป็นโซลูชันพลัง AI ล่าสุดในหมู่ชุดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่มากมายของ NIQ เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้ประกาศการผสานรวมข้อมูลกลุ่มผู้บริโภคและการวัดผลการค้าปลีกใน แพลตฟอร์ม NIQ Discover ซึ่งเป็นการพลิกโฉมภูมิทัศน์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคผ่านการใช้โมเดลวิเคราะห์ขั้นสูงและความสามารถที่ทำงานตลอดเวลาที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่ปรับแต่งได้แก่ลูกค้าหากลูกค้ามีคำขอที่สำคัญต่อภารกิจของตน แพลตฟอร์มบนคลาวด์เป็นหนึ่งในเครื่องมือพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งมีทั้งการผสานรวมตลาด Microsoft Azure, การทำงานร่วมร้านค้า Tik Tok และการบริการ NIQ Spacemanสำหรับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง SPAR International การประกาศทั้งหมดนี้ได้เกิดขึ้นเนื่องจากบริษัทมีการใช้เครื่องมือ Generative AI (AI ช่วยสร้าง) ที่มีคุณสมบัติการค้นหาทั่วโลก การวิเคราะห์ข้อมูลแบบปรับให้เหมาะสำหรับแต่ละคน และการแนะนำเพื่อให้มีการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล ซึ่งก็คือ NIQ Ask Arthur ที่ได้เปิดตัวเมื่อต้นปีนี้

“พลังขับเคลื่อนให้สร้างนวัตกรรมและเป็นเลิศนั้นอยู่ในสายเลือดของ NIQ มานานนับศตวรรษแล้ว” กล่าวเพิ่มเติมโดย Mohit Kapoor ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีที่ NIQ “การผสานรวม GfK ที่ดำเนินไปได้อย่างสำเร็จของเราได้สร้างลูกค้ากว่า 25,000 รายแก่บริษัท โดยที่มีการวิเคราะห์ธุรกรรมกว่า 2.48 ล้านล้านรายการต่อสัปดาห์ ความสามารถพิเศษของ NIQ ในการมอบ Full View™ ซึ่งให้มุมมองพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่สมบูรณ์และชัดเจนที่สุดในโลกโดยใช้การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์พลัง AI ทำให้เราสามารถทำการทดลองกับพารามิเตอร์จำนวนมากขึ้นไปอีกได้ ใช้วิธีที่ไม่เหมือนที่ใดในการเตรียมความพร้อมให้เราสามารถคว้าโอกาสในตลาดในอีก 100 ปีข้างหน้า”

นอกจากนี้ NIQ ยังให้ข้อมูลที่ไม่ซ้ำแหล่งใดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ตามแนวโน้มของผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมออีกด้วย ซึ่งรวมถึงรายงาน SpendZ ของบริษัทที่เป็นการแจกแจงข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายของคนกลุ่ม Gen Z และรายงานแนวโน้มผู้บริโภคที่ออกเป็นประจำซึ่งมีการวิเคราะห์แนวโน้ม พฤติกรรม และความรู้สึก

เกี่ยวกับ NIQ
NielsenIQ (NIQ) เป็นบริษัทข้อมูลข่าวกรองของผู้บริโภคชั้นนำของโลก ผู้ให้บริการข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคอันมาจากความเข้าใจอย่างสมบูรณ์ที่สุด และช่วยเบิกทางใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจ NIQ ได้รวมทำกิจการกับ GfK ในปี 2023 ทำให้กลายเป็นบริษัทผู้นำอุตสาหกรรมที่สามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือกว่า ในปัจจุบันนี้ NIQ ดำเนินการในมากกว่า 95 ประเทศครอบคลุม GDP ในอัตรา 97% NIQ อ่านค่าด้านการค้าปลีกและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่ละเอียดที่สุด ซึ่งส่งมอบโดยใช้ระบบวิเคราะห์ขั้นสูงในแพลตฟอร์มที่ล้ำสมัยอย่าง Full View™

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่www.niq.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

สื่อ:
Sweta Patra
sweta.patra@nielseniq.com

แหล่งที่มา: NielsenIQ

เปิดตัวงาน Zhejiang International Trade Exhibition 2024 อย่างเป็นทางการ

Logo

กรุงเทพฯ –(BUSINESS WIRE)–06 กันยายน 2024

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2024 งาน Zhejiang International Trade Exhibition 2024 (ไทย) ซึ่งจัดโดยกรมการค้ามณฑลเจ้อเจียง ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการที่ศูนย์แสดงสินค้าและการปชุมอิมแพ็คอันทรงเกียรติในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ในพิธีเปิด แขกผู้มีเกียรติจากกระทรวงพลังงานของประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมพาณิชย์และเศรษฐกิจสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจําราชอาณาจักรไทย และสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมและมีส่วนร่วมในการทัวร์นิทรรศการวีไอพีพิเศษ เพื่อเป็นเวทีสําหรับเหตุการณ์สําคัญในการค้าระหว่างประเทศ โดยแขกเหล่านี้กล่าวชื่นชมแบรนด์ในประเทศที่มีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่โดดเด่นของ “สินค้าเจ้อเจียงที่มีคุณภาพ”

(Photo: Business Wire)

(ภาพ: Business Wire)

นิทรรศการซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สาม เน้นย้ำถึงความได้เปรียบในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแสงสว่าง เมืองอัจฉริยะ การดำรงชีวิตอัจฉริยะ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของเจ้อเจียง และยังสอดคล้องกับธีมของ “Zhejiang Made All Need” อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับประเทศไทยในการเชื่อมต่อกับบริษัทผู้ผลิตชั้นนำจากมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งได้แก่ Hikvision, Tuya, Meka และ VOC ซึ่งจัดแสดงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมล้ำสมัย นอกเหนือจากแบรนด์บุกเบิกอย่าง Hikvision และ Dahua Technology ที่หยั่งรากลึกในตลาดประเทศไทยแล้ว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Tuya ในฐานะองค์กรระดับยูนิคอร์นในอุตสาหกรรมจีน ได้จับมือกับบริษัทชั้นนําของไทย เช่น SCG และ T3 Technology เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบ้านอัจฉริยะในประเทศไทย และเป็นพันธมิตรในการพัฒนาระบบนิเวศ IoT ของประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสามของจีนในอาเซียน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 จีนและไทยได้สร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 10 ปีอันเป็นมงคลของโครงการริเริ่ม Belt and Road เหตุการณ์สําคัญครั้งนี้ช่วยเร่งการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างเจ้อเจียงและไทย และเปิดโอกาสใหม่ๆ ในฐานะมหาอํานาจทางเศรษฐกิจที่สําคัญ และเป็นศูนย์กลางการค้าต่างประเทศที่สําคัญในประเทศจีน เจ้อเจียงจึงอยู่ในตําแหน่งที่ดีที่จะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นนี้

นิทรรศการที่จัดขึ้นเป็นเวลาสามวันจะรวมบริษัทกว่าพันแห่ง รวมถึงผู้ซื้อและผู้ขาย ส่งเสริมการเชื่อมโยงทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นผ่านฟอรัมอุตสาหกรรม การประชุม คณะผู้แทนระดับวีไอพี การประชุมแบบพบหน้า และโอกาสที่น่าสนใจอื่นๆ ในอีกสองวันข้างหน้าบริษัทต่างๆ ในเจ้อเจียงจะเพลิดเพลินไปกับเครือข่ายธุรกิจที่ขยายออกไป พร้อมกับผู้ซื้อและผู้เยี่ยมชมระดับวีไอพีที่ผ่านจุดสัมผัสของนิทรรศการต่างๆ รวมถึงบูธเฉพาะที่มีการจัดแสดงสินค้าและการสาธิต การประชุมแบบพบหน้า และการเชิญประชุมออนไลน์กับผู้ซื้อและผู้เยี่ยมชมระดับวีไอพี

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54118306/en 

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Robby Mex, +91-9899890048

ที่มา: Zhejiang International Trade Exhibition