ห้ามพลาด: พิพิธภัณฑ์ใหม่ เปิดให้บริการในวันที่ 22 เดือนธันวาคมในเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของไต้หวัน

Logo

TAINAN, Taiwan–(BUSINESS WIRE)–14 ธันวาคม 2023

พิพิธภัณฑ์เมืองไถหนานมีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 22 เดือนธันวาคม หากคุณมีความคุ้นเคยหรือเคยไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ คุณไม่ควรพลาดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ซึ่งมีการตั้งชื่อตาม “ไถหนาน” พิพิธภัณฑ์เมืองไถหนานแห่งนี้เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุอันล้ำค่าที่หลากหลายตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยปัจจุบัน สมบัติเหล่านี้นำเสนอเรื่องราวปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาวดัชต์กับชาวพื้นเมือง โจรสลัดเคยครอบครองชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของจีนอย่างไร แสดงให้เห็นถึงการขยายการปกครองของจักรวรรดิชิงไปยังไต้หวันอย่างไร และเจาะลึกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการที่ชาวญี่ปุ่นมาถึงไต้หวัน ท่ามกลางเรื่องราวอื่นๆ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเล่าถึงเรื่องราวอันน่าหลงใหลเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ และนำเสนอเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเมืองนี้ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนผ่านวิธีการต่างๆ

Opening its doors on Dec. 22, the Tainan City Museum showcases Taiwan's most comprehensive collection of local artifacts dating back to the times when the island was ruled by the Qing Dynasty, making it a must-visit museum in the country. (Photo: Business Wire)

พิพิธภัณฑ์เมืองไถหนานเปิดให้บริการในวันที่ 22 เดือนธันวาคม โดยมีการจัดแสดงคอลเล็กชันโบราณวัตถุในท้องถิ่นที่ครอบคลุมมากที่สุดในไต้หวัน ย้อนกลับไปในสมัยที่เกาะแห่งนี้ถูกปกครองโดยราชวงศ์ชิง เป็นจุดสนใจที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ในประเทศที่ไม่ควรพลาด (ภาพถ่าย: Business Wire)

Hsieh Shih-yuan ผู้อำนวยการใหญ่สำนักกิจการวัฒนธรรมเมืองไถหนาน เปิดเผยว่า ในช่วงราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1636-1912) ไถหนานเป็นที่ตั้งของจังหวัดไต้หวัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการจัดแสดงศิลปวัตถุที่พบในท้องถิ่นมากมายที่สุดในไต้หวันตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ตั้งแต่เสื้อผ้าอย่างเป็นทางการที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสวมใส่ ไปจนถึงเครื่องมือที่ใช้ในพิธีทางศาสนาและในพิธีการแต่งงาน คอลเล็กชันนี้ยังรวมถึงบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือกันของเจ้าหน้าที่และพลเรือนในการต่อสู้กับโจรในครานั้น อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์คือการเล่าเรื่องโดยรวมที่ได้รับจากทุกคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ดังที่เห็นได้จากการเปิดนิทรรศการถาวร “Creating Tainan: Our History” และนิทรรศการพิเศษในชุดการเล่าเรื่องการใช้ชีวิต (Life Story Series) ในชื่อ “Traditional Grocery Stores” ไถหนานได้เห็นการมาถึงของกลุ่มคนที่หลากหลาย ซึ่งนำไปสู่การผสมผสานกันของวัฒนธรรมที่หลากหลาย การผสมผสานครั้งนี้เป็นจุดเริ่มการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการผสานรวมที่หล่อหลอมเป็นสังคมของไถหนาน และเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงที่สำคัญสำหรับบทบาทในฐานะเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของไต้หวัน

ไถหนานมีที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของไต้หวัน ห่างจากไทเปประมาณ 90 นาทีโดยรถไฟความเร็วสูง เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของไต้หวัน และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของประเทศ นอกจากเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและศาสนาที่เก่าแก่แล้ว ไถหนานยังมีชื่อเสียงในด้านอาหารอีกด้วย ตัวอย่างเช่น หนึ่งในอาหารที่ต้องลองของไถหนานคือ ปลานวลจันทร์ทะเล ซึ่งแสดงถึงวิวัฒนาการที่ยาวนานหลายศตวรรษของไถหนาน เป็นตัวอย่างที่ดีของประวัติศาสตร์เมืองไถหนาน และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของชาวท้องถิ่นจำนวนมากจวบจนทุกวันนี้

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53870263/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Tainan City Government
Tseng Tzu Jung
อีเมล: tzujung7471@gmail.com

แหล่งข้อมูล: Tainan City Government

NIQ เปิดตัว NIQ Labs เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและส่งเสริมผู้มีความสามารถชั้นนำในอุตสาหกรรม

Logo

Chief Product Officer, Troy Treangen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ จะเป็นผู้นำ NIQ Labs ซึ่งเป็นการบุกเบิกนวัตกรรมในอุตสาหกรรม CPG

นวัตกรรมที่มีการติดตามอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วของ NIQ พร้อมเปิดตัว ‘NIQ Ask Arthur’ ที่ใช้ GenAI ในปี 2024

CHICAGO–(BUSINESS WIRE)–13 ธันวาคม 2023

NIQ ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันข้อมูลและการวิเคราะห์ มีความตื่นเต้นที่จะได้ประกาศเกี่ยวกับการจัดตั้ง NIQ Labs ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่ก้าวล้ำโดยมุ่งเน้นการรวมผู้มีความเชี่ยวชาญและมีความสามารถชั้นนำระดับแนวหน้าโดยผ่านการควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ ในฐานะที่เป็นศูนย์นวัตกรรมทรงพลังภายใต้ความมุ่งมั่นของ NIQ เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนด้วยการลงทุนเพื่อเพิ่มเสริมประสิทธิภาพ NIQ Labs จึงพร้อมที่จะบุกเบิกอนาคตของผลิตภัณฑ์และโซลูชันเชิงนวัตกรรม โดยมุ่งจัดการกับความท้าทายในอุตสาหกรรม ตลอดระยะเวลาช่วงสองปีที่ผ่านมา NIQ มีการลงทุนมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐในการลงทุนด้านปฎิบัติการในข้อมูลและความสามารถใหม่ เพื่อสร้าง Full View™ สำหรับพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค เพื่อแก้ไขปัญหาของลูกค้าและสร้างเส้นทางใหม่สู่การเติบโต เมื่อผสานรวมกับการลงทุน NIQ Labs สามารถใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ข้อมูลที่หลากหลาย โดยสามารถใช้เครื่องมือข่าวกรองธุรกิจอัจฉริยะที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านการตลาดโดยละเอียด และมีการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนโดย AI เชิงสร้างสรรค์ (GenAI) และวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่เชื่อถือได้

ด้วยการเปิดตัวของ NIQ Labs บริษัทมีความภูมิใจที่จะประกาศเครื่องมือใหม่ตัวแรก 'NIQ Ask Arthur' ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ GenAI ในการปรับแปลงโดยจะมีการผสานรวมเข้ากับแพลตฟอร์ม Discover โซลูชันที่ปฏิวัติวงการนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาระดับโลกโดยมีความช่วยเหลือจาก AI และได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคล โดยอิงตาม KPI และมีการวิเคราะห์ที่ทำงานตลอดเวลา 'NIQ Ask Arthur' นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สร้างโดย AI ภายในรายงาน เพื่อช่วยลดความซับซ้อนในการตีความข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการตัดสินใจ ความสามารถด้านการสนทนาโต้ตอบของ AI ช่วยให้สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นำทางผู้ใช้ในการใช้งานชุดข้อมูล และนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้ 'NIQ Ask Arthur' เป็นผู้เปลี่ยนโลก โดยพลิกโฉมการตัดสินใจที่อิงตามข้อมูล และแสดงถึงความมุ่งมั่นของ NIQ ในการนำเสนอโซลูชันการวิเคราะห์ที่ล้ำสมัย ขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ความสำเร็จในภูมิทัศน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในปัจจุบัน ในการสร้าง NIQ Labs ‘NIQ Ask Arthur’ รับประกันความปลอดภัยของข้อมูล และสามารถใช้ประโยชน์จากโมเดลและเครื่องมือที่ดีที่สุดที่มีให้บริการในภูมิทัศน์เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้

“การเปิดตัว 'NIQ Ask Arthur' ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับ NIQ Labs และแพลตฟอร์ม Discover ด้วยเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย GenAI อันล้ำสมัย ช่วยเสริมการปฎิวัตินวัตกรรมข้อมูลและการสำรวจ นำเสนอการค้นหาทั่วโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับผู้ใช้ และมีการแสดงคำแนะนำเฉพาะบุคคล เพื่อกำหนดวิธีการควบคุมข้อมูลเชิงลึกใหม่” Troy Treangen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ NIQ กล่าว “'NIQ Ask Arthur' เป็นตัวแทนแสดงถึงการก้าวกระโดดในความมุ่งมั่นของเราที่จะนำเสนอโซลูชันการวิเคราะห์ระดับแนวหน้า ลดความซับซ้อนของข้อมูล และเสริมศักยภาพผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้วยข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้งานได้ เครื่องมือนี้เป็นมากกว่าเครื่องมือ แต่เป็นผู้เปลี่ยนโลกที่จะปรับสร้างอนาคตของการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเป็นหลัก และแสดงถึงความทุ่มเทของ NIQ ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในทุกวันนี้”

ต้นกำเนิดของ NIQ Labs มาจากการตระหนักรู้ ในการควบรวมกิจการแต่ละครั้ง เราจะมีทรัพยากรเฉพาะทางและด้านเทคนิคมากมาย เพื่อเสริมศักยภาพสำหรับพนักงาน NIQ และเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า NIQ Labs จึงรวบรวมวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และช่างเทคนิคที่มากด้วยความสามารถกว่า ~400 คน ซึ่งมีชุดทักษะเฉพาะทางที่โดดเด่น กลุ่มคนที่มีความสามารถพิเศษนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเฉพาะสำหรับ NIQ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขความท้าทายภายในองค์กร ภายในอุตสาหกรรม และลูกค้า ผ่านโซลูชันทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยจะมีการทำงานร่วมกันกับวิศวกรประมาณ 3,000 คนและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลประมาณ 700 คน ซึ่งดำเนินงานในธุรกิจในวงกว้างของของ NIQ

“NIQ Labs ขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการและเพื่อเสริมความคล่องตัว และมีเป้าหมายที่จะใช้ประโยชน์จาก AI และเทคโนโลยีที่พัฒนาใหม่ต่างๆ” Jim Peck, CEO ของ NIQ กล่าว “วัตถุประสงค์หลักของเราคือ การส่งเสริมนวัตกรรมที่ปรับขนาดได้ภายในระบบนิเวศ NIQ สิ่งสำคัญในภารกิจนี้คือ ความมุ่งมั่นในการกำกับดูแลข้อมูล ด้วยการจัดลำดับความสำคัญความสมบูรณ์และความปลอดภัยของข้อมูล เรารับประกันรากฐานที่เชื่อถือได้สำหรับการใช้ประโยชน์จาก AI ซึ่งมีแนวโน้มสำหรับนวัตกรรมอุตสาหกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน แนวทางที่ได้รับการปรับแต่งของเราช่วยเสริมความสามารถให้แก่องค์กรต่างๆ ในการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูล รับประกันความสอดคล้องของข้อมูล และรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ด้วยโซลูชันของ NIQ สามารถลดความไม่สอดคล้องของข้อมูลลง ลดข้อผิดพลาดลงได้เหลือน้อยที่สุด และเพิ่มมูลค่าของข้อมูล ความมุ่งมั่นของเราที่จะมีกระบวนการที่โปร่งใสและคุ้มค่าในการดำเนินงานช่วยเสริมให้ลูกค้าสามารถประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ส่งเสริมนวัตกรรม และเสริมการเติบโตของธุรกิจ”

โดยการนำของ Troy Treangen ทีมผู้บริหารของ NIQ Labs ได้รับการเสริมกำลังด้วยความเชี่ยวชาญของ Xavier Facon, Mark Flynn, John Forese ผู้ร่วมก่อตั้งของ Data Impact Ludovic Gallen, Dana James, Dennis Madura และ Edouard Nattee ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Foxintelligence ด้วยชุดทักษะที่หลากหลายและกว้างขวางของทุกคนเป็นขุมพลังที่ขับเคลื่อน NIQ Labs ไปสู่ยุคแห่งความสำเร็จที่ก้าวล้ำ ทีมงานที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานี้ให้คำมั่นสัญญาว่า จะใช้แนวทางการให้คำปรึกษาที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เพื่อเป็นหลักในการดำเนินการ โดยอิงตามเสาหลักห้าประการ:

  • ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (GenAI): เสาหลักของ GenAI เชิงกลยุทธ์มีศูนย์กลางอยู่ที่การปรับใช้เทคโนโลยีที่สร้างขึ้นโดย AI ภายในระบบนิเวศ NIQ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลประมาณ 700 คน จากการเรียนรู้ผ่าน AI และเครื่องจักรที่ NIQ มีการใช้งานเป็นหลักมาอย่างยาวนานกว่าสองทศวรรษ การเปิดตัวของ GenAI จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มุ่งเสริมขีดความสามารถเพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จของลูกค้า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการความช่วยเหลืออันชาญฉลาดที่ใช้บริบทเป็นหลักในการขับเคลื่อนภูมิทัศน์ธุรกิจที่ซับซ้อน เสาหลักของ GenAI จาก NIQ คือ การนำเสนอโซลูชันที่จำเป็นสำหรับนำทางธุรกิจตามกลยุทธ์ที่สามารถดำเนินงานได้จริงเพื่อความสำเร็จ
  • อีคอมเมิร์ซระดับโลกNIQ Labs พร้อมในการบุกเบิกแนวทางปฏิวัติวงการในการวัดผลอีคอมเมิร์ซระดับโลกและการวิเคราะห์นักช้อป ทีมงานมีเป้าหมายที่จะกำหนดวิธีการวัดผลใหม่ โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาแอปพลิเคชัน iOS และ Android ขั้นสูงสำหรับผู้บริโภค แอปเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่มากกว่าเพียงการรวบรวมข้อมูล โดยสามารถเจาะลึกการประมวลผลที่ซ้ำซ้อนและมีการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน
  • การระบุที่มาของผลิตภัณฑ์: ภายใน NIQ Labs เสาหลักสำหรับการตั้งรหัสผลิตภัณฑ์ที่นำโดยผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม เสาหลักนี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุม 'ข้อมูลเชิงลึกของผลิตภัณฑ์' เป็นรากฐานที่สำคัญ และเป็นการรวมการวัดผลและการเปิดใช้งาน Omni เพื่อติดตามผลของผลิตภัณฑ์ ตามมุมมองกรรมสิทธิ์ของ NIQ เพื่อรับประกันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • สื่อการค้าปลีก/สื่อการค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์: ความคิดริเริ่มตามวิสัยทัศน์ของ NIQ Labs ผสมผสานกับเทคโนโลยีขั้นสูงและข้อมูลเชิงลึกเชิงกลยุทธ์ในการกำหนดภูมิทัศน์ของการค้าปลีกใหม่ เสาหลักนี้เป็นการรับประกันการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภค นำเสนอนวัตกรรมใหม่สำหรับแบรนด์เพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้าเป้าหมาย เสาหลักของสื่อการค้าปลีกเป็นความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ในการโฆษณา โดยปรับใช้กลยุทธ์เชิงข้อมูลเพื่อสร้างการตอบสนองต่อภาพจำสำหรับแบรนด์ และผลลัพธ์ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
  • ข้อมูลเชิงลึกเชิงคาดการณ์: NIQ Labs อยู่ในระหว่างการปรับปรุงโซลูชันและการวิเคราะห์ผ่านการบูรณาการความสามารถของ AI ภายใต้แนวทางเชิงกลยุทธ์ โครงการริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ประโยชน์จาก GenAI ในการปรับแปลงการสำรวจผู้บริโภค นำเสนอการวิเคราะห์แบบบุกเบิก และปรับใช้ข้อมูลอัจฉริยะจากคลังข้อมูลขนาดใหญ่ เสริมให้ NIQ อยู่ในระดับแนวหน้าของนวัตกรรมและมีประสิทธิภาพสูงในข้อมูลเชิงลึกเชิงคาดการณ์

NIQ โดยการใช้ประโยชน์เชิงนวัตกรรมจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (ML) เพื่อช่วยลูกค้าการค้าปลีกและการผลิตในกว่า 90 ประเทศ มีผลต่อร้านค้ากว่า 1.4 ล้านแห่ง และมีการจัดการข้อมูลบันทึกนับล้านล้านรายการเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้ ความคล่องตัวและกลยุทธ์การปรับใช้งานที่รวดเร็วของบริษัทเอื้อให้มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างโดดเด่น ในปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม Discover ของ NIQ มีการเติบโตอย่างสูง โดยเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ใช้ 2,500 รายในเดือนมกราคม ปี 2023 เป็น 40,000 รายใน 71 ประเทศในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวทางเทคโนโลยีในวงกว้างของ NIQ ความสามารถในการปรับใช้เทคโนโลยีอย่างรวดเร็วนี้ ปรับเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ และสร้างสถานะระดับโลกนี้ ตอกย้ำความคล่องตัวและนวัตกรรมที่เหนือชั้นของ NIQ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ความก้าวหน้าเหล่านี้ช่วยให้สามารถได้รับข้อมูลเขิงลึกอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรม ช่องทาง และผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยขับเคลื่อนข้อมูลเชิงลึกอย่างรวดเร็วในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนในการนำเสนอ Full View™

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NIQ Labs และการดำเนินงานที่ก้าวล้ำได้ที่ AI Hub ของ NIQ

เกี่ยวกับ NIQ

NIQ เป็นบริษัทอัจฉริยะด้านผู้บริโภคชั้นนำของโลก โดยมีการนำเสนอความเข้าใจในพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่สมบูรณ์ยิ่ง และนำเสนอเส้นทางใหม่สู่การเติบโต ในปี 2023 NIQ มีการรวมตัวกับ GfK เพื่อรวบรวมผู้นำด้านอุตสาหกรรมทั้งสองที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกไว้ด้วยกัน ด้วยการอ่านข้อมูลการค้าปลีกแบบองค์รวมและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภคที่ครอบคลุมที่สุด—นำเสนอพร้อมการวิเคราะห์ขั้นสูงผ่านแพลตฟอร์มที่ล้ำสมัย—NIQ นำเสนอ Full View™

NIQ เป็นบริษัทในเครือของ Advent International ซึ่งมีการดำเนินงานในตลาดมากกว่า 100 ภาคส่วน ครอบคลุมประชากรโลกถึงกว่า 90% สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NIQ.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

สื่อ
Gillian Mosher
Vice President, Communications
(gillian.mosher@NIQ.com)

แหล่งข้อมูล: NIQ

อนาคตของคอมพิวเตอร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว – ในงาน CES 2024 GIGABYTE จะมานำเสนอนวัตกรรมที่สำคัญและขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้วย AI และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Logo

TAIPEI–(BUSINESS WIRE)–13 ธันวาคม 2023

GIGABYTE Technology ผู้บุกเบิกด้านไอทีซึ่งมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาอุตสาหกรรมระดับโลกผ่านระบบคลาวด์ และระบบคอมพิวเตอร์แบบ AI ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ด้วยนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ที่งาน CES ด้วยธีม “อนาคตของคอมพิวเตอร์” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเน้นย้ำถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในยุคที่ขับเคลื่อนด้วย AI และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

GIGABYTE is carrying forward its booth theme, “Future of COMPUTING” from COMPUTEX to CES 2024. Photo: One of the highlights – AI/HPC servers (Photo: Business Wire)

GIGABYTE สานต่อธีมบูธ “อนาคตของคอมพิวเตอร์” จาก COMPUTEX จนถึงงาน CES 2024 ภาพถ่าย: หนึ่งในไฮไลต์ – เซิร์ฟเวอร์ AI/HPC (ภาพถ่าย: Business Wire)

GIGABYTE นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการติดตามการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการนำเสนอทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่จากคลาวด์และศูนย์ข้อมูลไปยัง Edge และผู้ใช้ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมของ GIGABYTE ขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างคล่องตัว และสามารถเข้าดูข้อมูลเชิงลึกสำหรับธุรกิจได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในตลาดที่หลากหลาย อีกทั้งยังมอบประสบการณ์ที่สนุกสนานและดื่มด่ำสำหรับผู้บริโภค

GIGABYTE นำเสนอความเชี่ยวชาญรอบด้านด้วยเซิร์ฟเวอร์ AI/HPC ที่ทรงพลังสูงสุด โซลูชันระบายความร้อนขั้นสูง พีซีสำหรับอุตสาหกรรม เทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์เกมและผู้สร้าง นิทรรศการอันตระการตาจะมีการจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 9 ถึง 12 เดือนมกราคม มาพบกับเราได้ที่ Booth #9637, North Hall, Las Vegas Convention Center

ปลดล็อกความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดใน AI ด้วยเซิร์ฟเวอร์ AI/HPC ของ GIGABYTE

ในงาน CES 2024 GIGABYTE และ Giga Computing บริษัทในเครือ จะนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ AI/HPC ใหม่ล่าสุด โดยดารรวม GPU และตัวเร่งความเร็วระดับแนวหน้าเข้าด้วยกัน GIGABYTE นำเสนอโซลูชันอเนกประสงค์ที่ชาร์จพลังเวิร์กโหลดของ AI ตามความต้องการได้มากที่สุด เช่น AI เชิงสร้างสรรค์ โมเดลการฝึกอบรมภาษาขนาดใหญ่ metaverse ดิจิทัลระบบคู่ การเรนเดอร์และกราฟิกแบบ 3D จัดแสดงโซลูชันศูนย์ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับ AI แห่งอนาคต

ผลิตภัณฑ์ด้านเซิร์ฟเวอร์ของ GIGABYTE สามารถรับมือกับสถานการณ์การใช้งานไอทีที่หลากหลาย GIGABYTE จะมีการจัดแสดงเซิรฟ์เวอร์จัดเก็บข้อมูลที่ปรับแต่งสำหรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เซิร์ฟเวอร์ Arm สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ และเซิร์ฟเวอร์ Edge ที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับแอปพลิเคชัน 5G เซิร์ฟเวอร์ที่หลากหลายเหล่านี้จะช่วยเสริมให้อุตสาหกรรมต่างๆ สามารถรับมือกับโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วยการอัปเกรดระบบไอทีที่มีความยืดหยุ่นและไม่ยุ่งยาก

โซลูชันการระบายความร้อนขั้นสูง AIoT และเทคโนโลยียานยนต์ เป็นตัวอย่างความเชี่ยวชาญรอบรู้ของ GIGABYTE

ในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำและนักบูรณาการ โซลูชันการระบายความร้อนขั้นสูง GIGABYTE จะมีการจัดการแสดงกลุ่มผลิตภัณฑ์ ระบบการระบายความร้อนแบบแช่เฟสเดียว และ ระบบการระบายความร้อนโดยใช้ของเหลวโดยตรง ในงาน CES โซลูชันเหล่านี้เป็นตัวอย่างความมุ่งมั่นของ GIGABYTE ในการจัดหาโซลูชันศูนย์ข้อมูลที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงาน โซลูชันของ GIGABYTE ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรและสถาบันชั้นนำของโลก รวมถึงยักษ์ใหญ่แห่งเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก บริษัทโทรคมนาคม และศูนย์การวิจัย

โซลูชันการระบายความร้อนขั้นสูงของ GIGABYTE รองรับเทคโนโลยี CPU/GPU ล่าสุดจาก AMD, Intel และ NVIDIA โดยมีตัวเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่หลากหลายซึ่งเหมาะสำหรับกลยุทธ์การใช้งานในระบบไอทีที่แตกต่างกัน และปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของ CPU/GPU ประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอ์ที่ได้รับการปรับแต่งนั้น ช่วยให้สามารถลดการใช้พลังงานให้น้อยลง ซึ่งให้ประโยชน์ด้านความยั่งยืนอย่างหาที่เปรียบมิได้ และต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

เทคโนโลยีที่ครอบคลุมของ GIGABYTE ขยายขอบเขตพลังการประมวลผลจากศูนย์ข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อไปยังผู้ใช้ คอมพิวเตอร์สำหรับอุตสาหกรรมจะเอื้อสำหรับระบบกระบวนการอัตโนมัติในโรงงานผลิตและนอกอาคาร มอบประสิทธิภาพระดับสูงสุดเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) และระบบเทเลเมติกส์ของยานพาหนะจะช่วยอำนวยความสะดวกและเสริมประสบการณ์ในการขับขี่แบบอัตโนมัติอันชาญฉลาดขั้นสูง นวัตกรรมฮาร์ดแวร์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ GIGABYTE ในการเสริมประสิทธิภาพการปรับแปลงให้เป็นระบบดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

กลุ่มผลิตภัณฑ์เกมและครีเอเตอร์ผลักดันให้ขยายขอบเขตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพควบคู่กับความสวยงาม

กลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ล่าสุดของ GIGABYTE จะแสดงถึงปรัชญาการออกแบบซึ่งมอบประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ยอดเยี่ยม นักเล่นเกมสามารถตั้งตารอแล็ปท็อป AORUS และ GIGABYTE รุ่นล่าสุดได้เลย ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าและภาพเคลื่อนไหวที่ราบรื่นอย่างน่าประทับใจ ครีเอเตอร์จะได้รับความพึงพอใจกับจอแสดงผล 2.8K OLED HDR ระดับมืออาชีพของแล็ปท็อป AERO 14 OLED พร้อมฟังก์ชันการปรับแต่งสีชั้นนำระดับโลก และเทคโนโลยีการถนอมดวงตาระบบ AI สุดพิเศษ ผู้เล่นคอนโซลจะต้องทึ่งกับจอภาพ OLED 4K/120Hz ขนาด 48 นิ้วเครื่องแรกของโลก พร้อมภาพและเสียงที่เหมือนจริง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบคอมพิวเตอร์แบบ DIY เมนบอร์ดและกราฟิกการ์ดจะชนะใจพวกเขาด้วยดีไซน์ที่ใช้งานง่ายและประสิทธิภาพที่มีความเสถียรและทนทานสำหรับฟิเจอร์ที่ต้องใช้ทรัพยากรสูง

เข้าเยี่ยมชม เพจอีเว้นท์ CES ของ GIGABYTE

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53867952/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

สื่อ: Michael Pao brand@GIGABYTE.com

แหล่งข้อมูล: GIGABYTE Technology

Hillstone Networks ได้รับการรวมอยู่ในรายงานภาพรวมแผนผังโซลูชัน Security Service Edge

Logo

โซลูชัน ZTNA ของ Hillstone Networks ติดอันดับในภาพรวม SSE ของกลุ่มบริษัทผู้ดำเนินการวิเคราะห์

SANTA CLARA, Calif.–(BUSINESS WIRE)–13 ธันวาคม 2023

Hillstone Networks ผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้รับการรวมอยู่ในรายงานภาพรวมโซลูชัน Security Service Edge สำหรับไตรมาสที่ 4 ปี 2023 รายงาน Forrester นำเสนอภาพรวมของแผนผังทางตลาดสำหรับโซลูชัน Security Service Edge (SSE) ซึ่งได้รับการปรับใช้เพื่อเสริมความสามารถในการเช้าถึงแอปและข้อมูลแบบ Zero Trust และเพื่อรักษาความปลอดภัยสำหรับการทำงานจากระยะไกล รายงานมุ่งเน้นประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น คำจำกัดความของตลาด มูลค่าทางธุรกิจ ความพร้อมทางการตลาด ไดนามิก ผู้จำหน่ายที่โดดเด่น กรณีการใช้งานยอดนิยม ฟังก์ชันการทำงานตามกรณีการใช้งาน และการมุ่งเน้นของผู้ขายสำหรับกรณีการใช้งานที่ขยายเพิ่มเติม

“โซลูชัน SSE ช่วยแก้ไขปัญหาที่แท้จริงสำหรับช่องว่างด้านความปลอดภัยในระบบเครือข่ายที่มีการขยายตัวสูงขึ้น” Tim Liu, CTO และผู้ร่วมก่อตั้ง Hillstone Networks กล่าว “โซลูชัน ZTNA ของ Hillstone นำเสนอการป้องกันแบบ zero trust โดยเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชัน SSE ซึ่งมอบการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับการทำงานทั้งแบบไฮบริดหรือจากระยะไกล ปกป้องแอปพลิเคชันและข้อมูลโดยไม่คำนึงถึงการใช้งาน – ตั้งแต่ Edge ไปจนถึงคลาวด์”

ด้วยโมเดลการทำงานจากระยะไกลและแบบไฮบริดมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ขอบเขตเครือข่ายแบบดั้งเดิมจึงมีประสิทธิภาพน้อยลง CISO จึงมีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงทรัพย์สินขององค์กรจากหลากหลายสถานที่ ตั้งแต่เครือข่ายในมหาวิทยาลัย ไปจนถึงสำนักงานสาขา บ้านของพนักงาน และแม้กระทั่งเครือข่ายมือถือสาธารณะ เพื่อตอบสนองความท้าทายในความต้องการเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรจากอุปกรณ์ทุกเครื่อง ทุกที่ ทั้งแบบไฮบริดและจากระยะไกล ชุดโซลูชัน Edge ของ Hillstone จึงมีการรวมเทคโนโลยีการเข้าถึงเครือข่ายแบบ zero-trust (ZTNA) โดย ZTNA จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงที่ตั้งของผู้ใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการกระจายตัวในการทำงานของพนักงานในปัจจุบัน และป้องกันปริมาณการใช้งานของแอปพลิเคชัน ปกป้องข้อมูลขององคกร และสามารถเข้าถึงจากระยะไกล

โซลูชัน ZTNA ของ Hillstone สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟร์วอลล์ระดับแนวหน้า และมอบความสามารถในการให้สิทธิ์การเข้าถึงได้อย่างละเอียดตามข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้และอุปกรณ์ สามารถตรวจสอบการใช้งานของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมการควบคุมสิทธิ์การใช้งานได้อย่างแม่นยำ และทำให้เป็นโซลูชัน SSE ในอุดมคติ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ โซลูชัน ZTNA ของ Hillstone

เกี่ยวกับ Hillstone Networks

Hillstone Networks เป็นผู้นำด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ นำเสนอการป้องกันทางเชิงลึกและเชิงกว้างสำหรับบริษัททุกขนาด ตั้งแต่ Edge ไปจนถึงคลาวด์ และรองรับทุกปริมาณการใช้งาน แนวทางการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เชิงบูรณาการของ Hillstone Networks นี้ นำเสนอขอบเขตความครอบคลุม การควบคุม และการรวมระบบสำหรับองค์กรมามากกว่า 26,000 แห่งทั่วโลกแล้ว www.hillstonenet.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Zeyao Hu
+1 4085086750
inquiry@hillstonenet.com

แหล่งข้อมูล: Hillstone Networks

MoreLogin เบราว์เซอร์ป้องกันการตรวจจับอันดับ 1 ของโลก จัดแสดงที่ Affiliate World Asia (AWA)

Logo

MoreLogin ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเบราว์เซอร์ป้องกันการตรวจจับ เน้นย้ำโซลูชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ในการประชุมการตลาดแบบพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–13 ธันวาคม 2023

MoreLogin, ผู้นำด้านเทคโนโลยีเบราว์เซอร์ป้องกันการตรวจจับ ได้ประกาศเข้าร่วมในงาน Affiliate World Asia (AWA) ซึ่งเป็นการประชุมชั้นนำสำหรับการตลาดแบบพันธมิตรในกรุงเทพฯ ประเทศไทย การปรากฏตัวของ MoreLogin ในงานอันทรงเกียรตินี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมสำหรับนักการตลาดแบบพันธมิตรทั่วโลก

MoreLogin attends AWA (Photo: Business Wire)

MoreLogin เข้าร่วมงาน AWA (รูปภาพ: Business Wire)

AWA คือการประชุมการตลาดแบบพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยนำผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกมารวมตัวกัน การนำเสนอของ MoreLogin ดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก จากผู้เข้าร่วมที่สนใจเครื่องมือที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดแบบพันธมิตรได้

เกี่ยวกับ MoreLogin: 
MoreLogin ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 และก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วในฐานะผู้เล่นหลักในตลาดเบราว์เซอร์ป้องกันการตรวจจับ MoreLogin ได้ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก และจนถึงปัจจุบัน บัญชีมากกว่า 5,000,000 บัญชีได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัยโดย MoreLogin บริษัทมีความเชี่ยวชาญในโซลูชันการจัดการข้ามแพลตฟอร์ม ที่ช่วยให้สามารถจัดการบัญชีหลายบัญชีได้อย่างราบรื่น และการเข้าถึงทั่วโลกสำหรับนักการตลาดแบบพันธมิตร ในขณะเดียวกันก็รักษาความเป็นนิรนามของผู้ใช้และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความไม่เปิดเผยตัวตน การทำให้ระบบอัตโนมัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือการทำให้มั่นใจว่าการทำงานเป็นทีมราบรื่น

MoreLogin สอดคล้องกับกลยุทธ์และวัตถุประสงค์ของพันธมิตรได้ดีที่สุด ผู้ใช้มากกว่า 2 ล้านคนให้คำวิจารณ์เชิงบวกเกี่ยวกับบริการที่ดีที่สุดและประสิทธิภาพที่มั่นคง

คำกล่าวจาก CEO:
Saul Jamison ซีอีโอของ MoreLogin แบ่งปันความกระตือรือร้นของเขาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของบริษัทใน AWA: “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้สาธิตเบราว์เซอร์ป้องกันการตรวจจับของเราที่ Affiliate World Asia เทคโนโลยีของเราได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพให้กับนักการตลาดแบบพันธมิตร โดยนำเสนอวิธีที่คล่องตัว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพแก่พวกเขา เพื่อจัดการสถานะทางดิจิทัลของพวกเขา เราตั้งตารอที่จะมีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมงานในอุตสาหกรรมและแสดงให้เห็นว่า MoreLogin สามารถเป็นผู้เปลี่ยนเกมในตลาดพันธมิตรได้อย่างไร”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MoreLogin และโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรม โปรดไปที่ www.morelogin.com.

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53869972/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ช่องทางการติดต่อ

อีเมล์: support@morelogin.com
เว็บไซต์: www.morelogin.com

ที่มา: MoreLogin

Wemade: MIR4 นำเสนออัปเดตเกี่ยวกับด่านสูงสุดของการสำรวจแคลนและการท้าดวลเผ่า

Logo

  • การสำรวจแคลนและการท้าดวลเผ่ามีสมาชิกแคลนที่ขึ้นถึงด่านที่ 10 และด่านที่ 8 สูงถึง 50 คนตามลำดับ
  • จะได้รับหินคราฟท์ (Crafts) วัตถุดิบเสริมพลัง และศิลาสริมพลังในตำนาน โดยการเอาชนะบอสทรงพลัง รวมถึง จักรพรรดิภูตผีมืดและปีศาจวัวเจ้าเหนือหัวแห่งสวรรค์
  • จะมีการแจกวัตถุดิบเสริมการเติบโต (Growth Material) ที่หลากหลาย เช่นตั๋วอัญเชิญดวงตามังกรทุกวันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 เดือนธันวาคม ถึงวันจันทร์ที่ 25 เดือนธันวาคม

SEOUL, South Korea–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2023

Wemade มีการอัปเดตเกี่ยวกับด่านสูงสุดของ “การสำรวจแคลน” และ “การท้าดวลเผ่า” ในด่านที่ 10 และด่านที่ 8 ตามลำดับในวันที่ 12 เดือนธันวาคม สำหรับ MMORPG MIR4 ยอดนิยม

MIR4 updates the highest stages of “Clan Expedition” and “Clan Challenge” on December 12 (Graphic: Wemade)

MIR4 จะมาอัปเดตเกี่ยวกับด่านสูงสุดของ “Clan Expedition” และ “Clan Challenge” ในวันที่ 12 เดือนธันวาคม (กราฟิก: Wemade)

“การสำรวจแคลน” และ “การท้าดวลเผ่า” เป็นคอนเทนต์การทำงานร่วมกันของสมาชิกแคลนสูงถึง 50 คน ด้วยคาแรคเตอร์ที่ทรงพลัง เพื่อเอาชนะบอสทรงพลัง เช่น “จักรพรรดิภูตผีมืด” และ “ปีศาจวัวเจ้าเหนือหัวแห่งสวรรค์”และรับรางวัลล้ำค่าสำหรับผู้เล่น รวมถึง ศิลาเสริมพลังในตำนาน และวัตถุดิบคราฟท์และเสริมพลัง

เพื่อต้อนรับฤดูหนาวที่กำลังมาเยือน MIR4 เปิดตัวอีเว้นท์ให้เช็คอินถึงสองรายการ หากสามารถผ่านอีเว้นท์ “อย่าร้องไห้นะ! เช็คชื่อ 7 เลเวลบูสเตอร์อัพ” และ “เช็คชื่อ 14 วันแห่งความปรารถนา” ผู้เล่นจะได้รับไอเท็มต่างๆ เช่น “[L] วัตถุดิบเลื่อนขั้น” “[L] รูปปั้นมังกรฟ้าตำนาน” และ “กล่องต้นไม้เทศกาล” เมื่อเข้าสู่เกม

นอกจากนี้ MIR4 จะส่งวัตถุดิบเสริมการเติบโต (Growth Material) ซึ่งรวมถึง “กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์จากมังกรศักดิ์สิทธิ์” ประกอบด้วยน้ำยาวิเศษและศิลาเสริมพลัง และ “ตั๋วอัญเชิญดวงตามังกร” ที่จำเป็นเพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็ว ให้ทุกวันทางอีเมล

อีเว้นท์ปีใหม่ที่น่าสนุก ได้แก่ อีเว้นท์ร้านค้าสำหรับแลกเปลี่ยน (Exchange Shop) และอีเว้นท์เสริมพลัง จะเริ่มขึ้นในวันอังคารที่ 26 เดือนธันวาคม

จากการต่อสู้ของฉัน เข้าสู่สงครามของเรา! สามารถดูรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับ MIR4 ได้ที่ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53869602/en

ติดต่อ

Wemade Co., Ltd. (112040: KOSDAQ)
Jennifer Jung, PR Manager
jennifer@wemade.com

แหล่งข้อมูล: Wemade Co., Ltd.

Panda High Plains Hemp Gin ดำเนินการขั้นสุดท้ายในการเปิดตัวโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปกัญชาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับโลกตะวันตกทางออนไลน์

Logo

DALLAS–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2023

Panda Biotech ประกาศในวันนี้ว่า การก่อสร้างอาคารได้เสร็จสมบูรณ์ และขั้นตอนการเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการเพื่อเปิดตัวโครงการ Panda High Plains Hemp Gin™ (the “Panda Hemp Gin”) สู่ตลาดออนไลน์จะเริ่มต้นในช่วงต้นไตรมาสที่ 4 กระบวนการทดสอบการใช้งานเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 1 ปี 2024 ในโรงงานขนาด 500,000 ตารางฟุตในเมือง Wichita Falls รัฐเท็กซัส Panda Hemp Gin จะดำเนินการแปรรูปกัญชาระดับอุตสาหกรรมเป็นปริมาณ 10 เมตริกตันต่อชั่วโมง เพื่อใช้ในการผลิตเส้นใยเกรดสำหรับสิ่งทอ กากใยผสม กากใยผสมแบบสั้น และผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่อุดมด้วยสารอาหาร ซึ่งจะมีการนำมาอัดเป็นก้อน โรงงานแห่งนี้คาดว่าจะเป็นศุนย์แปรรูปกัญชาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับโลกตะวันตก และเป็นหนึ่งในศูนย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

Inside the Panda Hemp Gin, a 500,000 square foot industrial hemp processing facility in Witchita Falls, Texas scheduled to begin commercial operations Q1 2024. (Photo: Business Wire)

ภายใน Panda Hemp Gin ซึ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปกัญชาขนาด 500,000 ตารางฟุตในเมือง Wichita Falls รัฐเท็กซัส มีกำหนดจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2024 (ภาพถ่าย: Business Wire)

“ในแต่ละส่วนของสายการผลิต Panda Hemp Gin รวมถึงท่อลมเหนือศีรษะความยาวสามไมล์ การกลั่น การผสม ระบบทอฝ้ายเชิงกล การบรรจุถุงและจัดเก็บ การอัดก้อน และอื่นๆ จะมีการเริ่มการทำงาน ตรวจสอบ ปรับสมดุล และทดสอบการใช้งานแยกกัน” Scott Evans รองประธานบริหารของ Panda Biotech กล่าว “ปัจจุบัน อุปกรณ์ทั้งหมดได้รับการนำเข้าระบบออนไลน์เพื่อให้บริการอย่างเป็นทางการโดยแยกแต่ละอุปกรณ์”

กระบวนการทางวิศวกรรมและการผลิตที่ Panda Hemp Gin ได้รับการรับรองโลกสีเขียวจาก Mid-South Engineering Company โดยมีการใช้เฉพาะแหล่งพลังงานหมุนเวียน ตามหลักการ Green Bond ของ International Capital Market Association โดย Panda Biotech ยังมีการร่วมมือกับ Oritain ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบย้อนกลับทางวิทยาศาสตร์ เพื่อนำกัญชาที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้สูงสุดที่ปลูกในสหรัฐอเมริกา 100 เปอร์เซนต์ออกสู่ตลาด

นอกเหนือจากนี้ Panda Biotech มีการลงนามในสัญญากับผู้ผลิตเพื่อปลูกต้นกัญชงสำหรับฤดูการปลูกในปี 2024 รวมถึงการซื้อเส้นใยป่านกัญชาที่ได้รับการเก็บเกี่ยวหรือแปรรูปแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้เปิดตัวโปรแกรมการจ่ายเพื่อปลูกที่ไม่มีใครเทียบได้สำหรับผู้ผลิตเพื่อเริ่มปลูกกัญชาจาก Panda ด้วยเงินรับประกันล่วงหน้าและการสนับสนุนด้านพืชไร่ ผู้ผลิต Panda ยังได้รับเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการทดสอบและผ่านการพิสูจน์แล้วโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และประสบความสำเร็จในการลดความเสี่ยงที่ผู้ผลิตอาจประสบและเน้นย้ำความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาจาก Panda ในการสนับสนุนชุมชนเกษตรกรรม ประโยชน์ในการปลูกกัญชานั้นมีมาก เนื่องจากเป็นพืชหมุนเวียนที่ดีเยี่ยม ซึ่งช่วยในการปรับสภาพดินและให้อัตรากำไรที่สูง หากสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถใช้แบบสอบถามสำหรับผู้ปลูกได้ที่ pandabiotech.com

เกี่ยวกับ PANDA BIOTECH

Panda Biotech, LLC เป็นบริษัทเอกชน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง Dallas รัฐเท็กซัส และเป็นผู้บุกเบิกรายแรกในอุตสาหกรรมเส้นใยป่านกัญชาและกากใย Panda Biotech มีประสบการณ์ด้านการบริหารระดับผู้นำในการพัฒนา จัดหาเงินทุน ก่อสร้าง และดำเนินการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สำหรับพลังงานสะอาด โดยมีการพัฒนาโครงการ 22 โครงการด้วยเงินทุน 12 พันล้านเหรียญสหรัฐโดยประมาณ ปัจจุบัน บริษัทกำลังพัฒนาโรงงานผลิตเหล้าจินจากกัญชาเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โครงการแรกของ Panda คือ Panda High Plains Hemp Gin™ LLC (Panda Hemp Gin) โดยเป็นความร่วมมือกันกับ Aka-Ag, LLC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Southern Ute Indian Tribe Growth Fund โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ Wichita Falls รัฐเท็กซัส โดยเป็นโรงงานแปรรูปกัญชาขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับโลกตะวันตก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pandabiotech.com และ @pandabiotech บน Instagram, Twitter หรือ LinkedIn

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Beth Gebhard
SVP, Marketing and Public Relations
beth.gebhard@pandabiotech.com

แหล่งข้อมูล: Panda Biotech

เทศบาลเขตทูวุมบาปรับปรุงเส้นทางสู่บริการดิจิทัลด้วย Boomi

Logo

รัฐบาลท้องถิ่นของรัฐควีนส์แลนด์ปรับปรุงข้อมูลเพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้อยู่อาศัยและสนับสนุนโครงการ Internet of Things (IoT)

ซิดนีย์และบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2023

Boomi™ ซึ่งเป็นผู้นำด้านการเชื่อมต่ออัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ ได้ประกาศในวันนี้ว่าเทศบาลเขตทูวุมบาได้ใช้แพลตฟอร์ม Boomi platform เพื่อปรับปรุงการให้บริการดิจิทัลให้กับผู้อยู่อาศัย และขับเคลื่อนความคิดริเริ่มที่สำคัญ เช่น โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของ Internet of Things (IoT)

Toowoomba Regional Council Enhances Route to Digital Services With Boomi (Graphic: Business Wire)

เทศบาลทูวุมบาปรับปรุงเส้นทางสู่บริการดิจิตอลด้วย Boomi (กราฟิก: Business Wire)

เทศบาลเขตทูวุมบา (TRC) นั้นตั้งอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 180,000 คน ขณะนี้เทศบาลได้กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ โดยใช้ข้อมูลในการปรับปรุงบริการดิจิทัลสำหรับผู้อยู่อาศัย นับตั้งแต่คำขอบำรุงรักษา การจ่ายน้ำ ไปจนถึงการจัดการแอปพลิเคชันการพัฒนา

“บริการชุมชนจะต้องส่งเสริมชีวิตดิจิทัลของคนในท้องถิ่น” Mark Godfrey นักพัฒนาบูรณาการอาวุโสของ TRC กล่าว “พวกเขาจำเป็นต้องเข้าถึงได้อย่างทันเวลาและเข้าถึงได้โดยผู้อยู่อาศัย ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เทศบาลก็สามารถดูแลได้ง่าย เราพยายามที่จะใช้กรอบข้อมูลที่จะสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วทั้งเขต เพื่อให้กระบวนการต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องยุ่งยาก และช่วยให้เราตอบสนองต่อชุมชนได้เร็วขึ้นและลดความเสี่ยงขององค์กร”

TRC แทนที่การบูรณาการแบบจุดต่อจุดด้วยตนเองด้วยการใช้แพลตฟอร์ม Boomi ซึ่งเชื่อมต่อแอปพลิเคชันที่สำคัญทางธุรกิจ รวมถึงระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ERP ผู้คน ทรัพย์สิน และซอฟต์แวร์ด้านกฎระเบียบ พอร์ทัลการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ระบบที่จอดรถอัจฉริยะ และระบบบริการขยะ เมื่อขจัดข้อมูลที่บริหารจัดการแบบแยกส่วนกัน (Data silo) และความซ้ำซ้อนของข้อมูลแล้ว TRC ได้ปรับปรุงกระบวนการที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะหลายประการ รวมถึงเอกสารประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย

“ในอดีต ผู้อยู่อาศัยได้รายงานว่าเอกสารหายไปทางออนไลน์ ซึ่งทำให้ทีมไอทีต้องตรวจสอบและแก้ไขระบบด้วยตนเองทันทีโดยใช้เวลาหลายชั่วโมง ตอนนี้เราไม่อนุญาตให้กระบวนการที่ล้าสมัยส่งผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมของเรากับผู้อยู่อาศัยอีกต่อไป และไม่อนุญาตให้มันขัดขวางการปกครองของเรา” Godfrey กล่าว

เขากล่าวเสริมว่า “ด้วย Boomi เราสามารถตอบสนองข้อกำหนดของรัฐบาลโดยรับรองว่าเอกสารการพัฒนาพร้อมสำหรับการบริโภคของสาธารณะ ในขณะเดียวกัน เราเข้าใจได้อย่างดีขึ้นว่าผู้อยู่อาศัยมีปฏิสัมพันธ์กับเราอย่างไร ตั้งแต่การรวบรวมตัวชี้วัดในคำขอสาธารณะไปจนถึงการออกการแจ้งเตือน เราสามารถตอบสนองความต้องการด้านเอกสารและปัญหาได้แบบเรียลไทม์ สิ่งนี้ทำให้การปรับปรุงเทคโนโลยีของเรามีความหมาย ไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าในห้องไอทีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความก้าวหน้าสำหรับบุคลากรและกระบวนการด้วย”

ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น TRC ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำครั้งใหญ่อีกด้วย

Godfrey กล่าวว่า “เรากำลังนำมิเตอร์น้ำสำหรับบ้านและธุรกิจมากกว่า 64,000 มิเตอร์ออก และจะแทนที่โครงสร้างพื้นฐานเก่าด้วยมิเตอร์อัจฉริยะในอีกสามปีข้างหน้า แทนที่จะอาศัยการอ่านมิเตอร์แบบแมนนวล แพลตฟอร์มอัจฉริยะและเป็นแบบLow-code ของ Boomi จะประสานกับบริการของ Iota ซึ่งเป็นพันธมิตร IoT ของเรา เพื่อดึงข้อมูลมิเตอร์และรับรองว่าข้อมูลจะไหลไปในที่ที่ต้องการ”

เมื่อมองไปข้างหน้า TRC จะใช้ Flow ซึ่งเป็นโซลูชันเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติของ Boomi เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้อยู่อาศัยโดยรวม ซึ่งจะรวมถึงการพัฒนาแบบฟอร์มออนไลน์ เช่น คำขอหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ในปัจจุบัน ผู้อยู่อาศัยจะต้องดาวน์โหลด ลงนาม และสแกนคำขอที่ใช้กระดาษ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพิจารณาคำขอเหล่านี้ด้วยตนเอง Boomi Flow จะปรับปรุงกระบวนการโดยการทำให้การลงนามแบบดิจิทัลเป็นไปได้ และทำให้การตรวจสอบภายในเป็นแบบอัตโนมัติ

โครงการ Flow อื่นๆ จะเห็น TRC สร้างมุมมองข้อมูลที่อยู่อาศัยแบบ 360 องศาภายในอินเทอร์เฟซเดียว ด้วยมุมมองที่สมบูรณ์ของทุกสิ่ง ตั้งแต่รายการสัตว์เลี้ยงและทรัพย์สินที่จดทะเบียน ไปจนถึงการชำระค่าอัตรา พนักงานของ TRC จะสามารถตอบคำถามของพลเมืองได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและมีความเข้าใจความต้องการของพวกเขามากขึ้น

“ชาวออสเตรเลียคาดหวังบริการดิจิทัลคุณภาพสูงจากองค์กรต่างๆ และนั่นขยายไปถึงเทศบาลที่ดูแลสถานที่อยู่อาศัยของพวกเขา” Nathan Gower ผู้อำนวยการออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ของ Boomi กล่าว “กระบวนการที่ซับซ้อนนั้นไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ Boomi ช่วยให้ TRC สามารถกำจัดความไร้ประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการเฉพาะของภูมิภาคได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็รักษาความรับผิดชอบต่อเงินภาษีที่ผู้เสียภาษีใช้จ่ายไปได้อย่างครบถ้วน”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Boomi
Boomi มีเป้าหมายที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วยการเชื่อมโยงทุกคนเข้ากับทุกสิ่งและทุกที่ Boomi เป็นผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มบูรณาการบนคลาวด์ในรูปแบบบริการ (iPaaS) และปัจจุบันเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่ให้บริการ (SaaS) ชั้นนำระดับโลก โดยเป็นฐานลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้จำหน่ายแพลตฟอร์มบูรณาการและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกประมาณ 800 ราย – รวมถึง Accenture, Capgemini, Deloitte, SAP และ Snowflake องค์กรระดับโลกหันมาใช้แพลตฟอร์มที่ได้รับรางวัลของ Boomi เพื่อค้นหา จัดการ และประสานข้อมูล ขณะเดียวกันก็เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน กระบวนการ และผู้คนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและเร็วขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ boomi.com

© 2023 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ 'B' และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าของ Boomi, LP หรือบริษัทในเครือหรือบริษัทในเครือ สงวนลิขสิทธิ์. ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53866243/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

ฝ่ายสื่อ:
Jasmine Ee
หัวหน้าฝ่ายสื่อและนักวิเคราะห์สัมพันธ์ APJ
jasmine.ee@boomi.com

แหล่งที่มา: Boomi, LP

12Go เผยจุดหมายปลายทางปีใหม่ยอดนิยมในเอเชียประจำปี 2024

Logo

กรุงเทพมหานคร–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2023

12Go เปิดเผยรายชื่อจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในเอเชียที่ดีที่สุดสำหรับช่วงฤดูหนาวแล้ว โดยรายชื่อนี้อ้างอิงตามข้อมูลตั๋วภายในที่รวบรวมโดย 12Go  หลังจากการวิเคราะห์ตั๋วที่ขายตลอดทั้งปี 12Go ได้ระบุจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมที่เหมาะสำหรับนักเดินทางกลุ่มต่างๆ รวมไปถึงนักเดินทางคนเดียว คู่รัก ครอบครัว และเพื่อนฝูง ซึ่งประเทศที่โดดเด่นจำนวน 10 อันดับได้แก่ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินเดีย กัมพูชา อินโดนีเซีย ศรีลังกา ลาว มาเลเซีย และญี่ปุ่น

ประเทศไทยได้อันดับหนึ่ง โดยมีเชียงใหม่และกรุงเทพฯ นำเสนอที่เที่ยวยอดเยี่ยมให้กับนักเดินทางทุกคน สถานที่ยอดนิยมสำหรับนักเดินทางคนเดียวคือเกาะพะงัน ในขณะที่ผู้เดินทางแบบครอบครัวนิยมไปเที่ยวเกาะสมุยกัน

เวียดนามคว้าอันดับ 2 โดยมีดานัง ฮานอย และโฮจิมินห์ซิตี้ ที่มอบการตกแต่งเมืองสุดครึกครื้น การจัดแสดงต่างๆที่เป็นศิลปะ และความเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซาปาเป็นสถานที่พักผ่อนช่วงฤดูหนาวที่แนะนำสำหรับผู้เดินทางแบบครอบครัว ในขณะที่ถนนอันพลุกพล่านของฮานอยรอคอยนักผจญภัยที่เดินทางตัวคนเดียว

ฟิลิปปินส์ครองอันดับ 3 นำเสนอการฉลองปีใหม่ที่ยาวนานและไม่เหมือนใคร กรุงมะนิลาและเอลนิโดเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักเดินทางทุกคน ในขณะที่นักเดินทางคนเดียวมักเลือกเลกัซปี ส่วนนักท่องเที่ยวแบบเพื่อนฝูงและคู่รักมักจะถูกใจโครอน และผู้ที่ท่องเที่ยวแบบเป็นครอบครัวมักมองว่า เอล บาเกียวเป็นสถานที่ที่น่าเที่ยว

อินเดียอยู่ในอันดับที่ 4 โดยที่อัครา ชัยปุระ และเดลี เป็นตัวเลือกหลักสำหรับการเดินทางช่วงปีใหม่ในหมู่นักเดินทางทุกประเภท อย่างไรก็ตาม หลายครอบครัวเลือกที่จะสำรวจรัฐกัวในช่วงฤดูกาลนี้เช่นกัน

ประเทศกัมพูชาจองอันดับ 5 โดยสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับการเฉลิมฉลองปีใหม่ ได้แก่ พนมเปญ สีหนุวิลล์ และเสียมราฐ

อันดับที่ 6 ได้แก่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ บาหลีและหมู่เกาะกีลี นักเดินทางคนเดียวและครอบครัวมักไปที่ซานูร์ ในขณะที่นูซา เปอนีดาเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเพื่อนและคู่รัก

ศรีลังกาได้อันดับที่ 7 สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวด้วยจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างเอลลา แคนดี และนูวารา เอลิยา ส่วนโคลัมโบเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางคนเดียว ในขณะที่ นูวาราเอลิยา เหมาะสำหรับคู่รักและครอบครัวนักเดินทาง

ประเทศลาวคว้าอันดับที่ 8 มาด้วยวังเวียง เวียงจันทน์ และหลวงพระบาง

ประเทศมาเลเซียมีจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง และลังกาวี ต่างก็นำเสนอวันหยุดพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร นำมาซึ่งตำแหน่งอันดับที่ 9

ส่วนอันดับที่ 10 ได้แก่ ญี่ปุ่น – โอซาก้า โตเกียว และเกียวโต ต่างก็เป็นตัวเลือกยอดเยี่ยมสำหรับการพักผ่อนช่วงปีใหม่ที่ดึงดูดนักเดินทางแทบทุกคน

ที่มา: 12Go 12go.com/en/articles/top-new-year-destinations

เกี่ยวกับ: 12Go เป็นแพลตฟอร์มการเดินทางชั้นนำที่นำเสนอบริการจองการเดินทาง ช่วยให้นักเดินทางจองรถบัส เรือเฟอร์รี่ รถไฟ รถรับส่งสนามบิน และเที่ยวบินต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Tetiana But ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด tetiana.but@12go.asia

ที่มา: 12Go

Capcom ประกาศเปิดตัว Monster Hunter Wilds

Logo

เกมล่าสุดนี้มีกำหนดจะเข้าร่วมซีรีส์ที่มียอดขายสะสม 95 ล้านชุดในปี 2025

โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2023

บริษัท Capcom Co., Ltd. (TOKYO:9697) ได้ประกาศในวันนี้ว่า Monster Hunter Wilds ซึ่งเป็นเกมถัดไปในซีรีส์ Monster Hunter ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมนั้น มีกำหนดวางจำหน่ายในปี 2025

Monster Hunter Wilds is scheduled for release in 2025 (Graphic: Business Wire)

Monster Hunter Wilds มีกำหนดวางจำหน่ายในปี 2025 (กราฟิก: Business Wire)

Monster Hunter Wilds เป็นเกมล่าสุดในซีรีส์นี้และยังเป็นเกมหลักเกมใหม่ทั้งหมดนับตั้งแต่ Monster Hunter Rise ได้เปิดตัวไปเมื่อปี 2021 Monster Hunter Wilds มีกำหนดการวางจำหน่ายในปี 2025 และกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยมีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์ที่จะสร้างความพึงพอใจให้ทั้งกับแฟนของเกมซีรีส์เรื่องนี้มาอย่างยาวนานและกับผู้เล่นใหม่ด้วย

Capcom ยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดโดยใช้ประโยชน์จากความสามารถในการพัฒนาเกมชั้นนำของอุตสาหกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่สนุกสนานยิ่งขึ้นไปอีก

เกี่ยวกับ Monster Hunter

ซีรีย์ Monster Hunter series ประกอบด้วยเกมแอ็คชั่นการล่าสัตว์ที่ให้ผู้เล่นต่อสู้กับสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม เริ่มต้นด้วยชื่อแรกในปี 2004 ซีรีส์นี้ได้สร้างวิดีโอเกมประเภทใหม่ที่ผู้เล่นจะต้องทำงานร่วมกันกับเพื่อน ๆ เพื่อล่าสัตว์ประหลาดที่ดุร้าย ซีรีส์ Monster Hunter ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกด้วยยอดขายสะสมเกิน 95 ล้านชุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2023

เกี่ยวกับ CAPCOM

Capcom คือผู้พัฒนา ผู้จัดพิมพ์ และผู้จัดจำหน่ายความบันเทิงแบบโต้ตอบชั้นนำระดับโลกสำหรับเกมคอนโซล พีซี อุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์ไร้สาย โดยบริษัทได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1983 และได้สร้างเกมจำนวนหลายร้อยเกม รวมถึงแฟรนไชส์สุดล้ำอย่าง Resident Evil™ Monster Hunter™ Street Fighter™ Mega Man™ Devil May Cry™ และ Ace Attorney™ Capcom มีการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และโตเกียว โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Capcom ได้ที่ https://www.capcom.co.jp/ir/english/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: 

https://www.businesswire.com/news/home/53868342/en

ติดต่อ

แผนกประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ของ Capcom
Daniel Levine
+81-6-6920-3623
daniel-levine@capcom.com

Yoshiko Ikeda
+81-6-6920-3623
yoshiko-ikeda@capcom.com

ที่มา: Capcom Co., Ltd.


Thai Herald

Thai Herald