Category Archives: Technology

อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander โดยบริษัทอะไลน์ เทคโนโลยี เริ่มวางจำหน่ายพร้อมให้บริการในประเทศไทยสำหรับการขยายกระดูกเพดานและฟันในคนไข้ที่กำลังเจริญเติบโต

Logo

  • Invisalign® Palatal Expanders มอบทางเลือกใหม่สำหรับทันตแพทย์ ด้วยอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพและถอดออกได้ง่ายเมื่อเทียบกับการรักษาแบบดั้งเดิม ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุที่เป็นลวดโลหะและสกรู
  • เมื่อใช้ร่วมกับ อุปกรณ์จัดฟันใส Invisalign First™  จะมอบการรักษาแบบครบวงจรสำหรับทั้งการขยายกระดูกเพดาน (orthopedic) และฟัน (orthodontic)

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 20 กุมภาพันธ์ 2025 –บริษัทอะไลน์ เทคโนโลยี. (“Align”) (Nasdaq: ALGN) บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำระดับโลกที่ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์จัดฟันใส Invisalign®, เครื่องสแกนภายในช่องปาก iTero™ และซอฟต์แวร์ CAD/CAM exocad™ สำหรับการจัดฟันและทันตกรรมฟื้นฟูแบบดิจิทัล ประกาศในวันนี้ว่า อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander ของบริษัทอะไลน์ เทคโนโลยี ได้รับการรับรองเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ประเภท2 โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย และพร้อมให้บริการในประเทศไทยสำหรับคนไข้ทุกกลุ่มอายุ รวมถึงเด็กที่กำลังเจริญเติบโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่ (ที่ต้องใช้การผ่าตัดหรือเทคนิคอื่นๆ)

อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตโดยใช้นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติ โดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์และจดสิทธิบัตร มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายและรักษาความกว้างของขากรรไกรบนในคนไข้ที่มีฟันน้ำนม ฟันผสม หรือฟันแท้

“อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาการจัดฟันแบบดิจิทัลด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การรักษาของคนไข้” David Carr รองประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการของ Align Technology ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะขยายการให้บริการอุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดฟันที่พิมพ์ 3 มิติโดยตรงตัวแรกของ Align ให้กับแพทย์และคนไข้ในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากยิ่งขึ้น”

อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander ประกอบไปด้วยชุดของอุปกรณ์ที่ถอดออกได้ ซึ่งจะขยายขากรรไกรบนที่แคบของคนไข้ทีละน้อยตามที่ทันตแพทย์กำหนด อุปกรณ์แต่ละชิ้นที่พิมพ์ 3 มิติโดยตรงจะถูกปรับแต่งให้เข้ากับช่องปากของคนไข้เฉพาะบุคคล โดยอิงจากการสแกนภายในช่องปากด้วยเครื่องสแกนช่องปาก iTero™ แผนการรักษาและการออกแบบอุปกรณ์ขยายขากรรไกรบนจะถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้ซอฟต์แวร์จัดฟันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัทอะไลน์ เทคโนโลยี

เมื่อใช้ร่วมกับอุปกรณ์จัดฟันใส Invisalign First™ อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander จะมอบการรักษาเบื้องต้นแบบครบวงจรสำหรับการรักษาระยะที่ 1 ซึ่งเป็นการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันเบื้องต้นสำหรับคนไข้เด็ก การรักษาระยะที่ 1 มักทำผ่านการขยายขากรรไกรหรือการใช้เครื่องมือจัดฟันโลหะบางส่วน ก่อนที่ฟันแท้ทั้งหมดจะขึ้น ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงอายุ 6 ถึง 10 ปี อุปกรณ์จัดฟันใส Invisalign First™ ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหาการสบฟันที่หลากหลายในคนไข้เด็ก รวมถึงคนไข้ที่มีฟันสั้น การจัดการฟันที่กำลังขึ้นและการขยายขากรรไกรที่คาดการณ์ได้

“การรักษาระยะที่ 1 หรือการรักษาเบื้องต้นคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของการเริ่มต้นเคสจัดฟันในแต่ละปีและกำลังเติบโต” ดร. Mitra Derakhshan รองประธานบริหารและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางคลินิกของบริษํทอะไลน์ เทคโนโลยี กล่าว “เมื่อใช้ร่วมกับอุปกรณ์จัดฟันใส Invisalign First™ อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander จะมอบทางเลือกให้ทันตแพทย์ในการรักษาปัญหาการสบฟันที่พบบ่อยที่สุดในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต การเพิ่มคุณสมบัติการขยายขากรรไกรล่างให้กับอุปกรณ์จัดฟันใส Invisalign® ยังมอบทางเลือกเพิ่มเติมให้ทันตแพทย์ในการรักษาความไม่สมดุลของขากรรไกรและการแก้ไขการสบฟันในคนไข้วัยรุ่น”

อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander มีจำหน่ายในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม และญี่ปุ่น และคาดว่าจะมีจำหน่ายในประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปี 2025 ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

เกี่ยวกับ บรษัทอะไลน์ เทคโนโลยี

อะไลน์ เทคโนโลยี ออกแบบและผลิต อุปกรณ์จัดฟันใส Invisalign®, เครื่องสแกนภายในช่องปาก iTero™ และซอฟต์แวร์ CAD/CAM exocad™ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านทันตกรรมจัดฟันและทันตกรรมบูรณะแบบดิจิทัล เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์ในการรักษาดีขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานสำหรับลูกค้าทันตแพทย์กว่า 271,000 ราย อีกทังยังเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงโอกาสทางการตลาดของผู้บริโภค 600 ล้านคนทั่วโลก กว่า 27 ปีที่ผ่านมาบริษัทอะไลน์ ได้มีส่วนช่วยทันตแพทย์ในการรักษาคนไข้ 19 ล้านคนด้วยระบบ Invisalign และกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาในทันตกรรมดิจิทัลผ่าน Align Digital Platform™ ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีและบริการที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ รวมกันเป็นโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับคนไข้และผู้บริโภค ทันตแพทย์จัดฟันและทันตแพทย์ทั่วไป และห้องแล็บพันธมิตร ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.aligntech.com 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ Invisalign หรือค้นหาทันตแพทย์ Invisalign ในพื้นที่ของคุณ โปรดเยี่ยมชม www.invisalign.co.th  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบสแกนดิจิทัลiTero โปรดเยี่ยมชม www.itero.com/en-APAC  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอ CAD/CAM ทางทันตกรรมของ exocad และรายชื่อพันธมิตรผู้จำหน่าย exocad โปรดเยี่ยมชม www.exocad.com

Invisalign, iTero, exocad, Align, Align Digital Platform และ iTero Lumina เป็นเครื่องหมายการค้าของ Align Technology, Inc.

เกี่ยวกับอุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander

อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expanderเป็นอุปกรณ์จัดฟันที่พิมพ์ 3 มิติ โดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์และจดสิทธิบัตร มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันของการสบฟันผิดปกติ ระบบนี้ใช้สำหรับการขยายขากรรไกรบนอย่างรวดเร็วและการรักษาความกว้างของขากรรไกรบน (ขากรรไกร ฟัน และเพดานปาก) ที่แคบในคนไข้ที่มีฟันน้ำนม ฟันผสม หรือฟันแท้ในระหว่างการรักษาทางศัลยกรรมกระดูกในเด็กหรือวัยรุ่น ในผู้ใหญ่จะใช้ร่วมกับการผ่าตัดหรือการรักษาอื่นๆ เมื่อจำเป็น อุปกรณ์ถูกพิมพ์ 3 มิติและผลิตขึ้นตามข้อมูลการสแกนดิจิทัลจากเครื่องสแกนภายในช่องปาก iTero™ ที่มีจำหน่ายในโดยบริษัทอะไลน์ เทคโนโลยี อุปกรณ์สามารถถอดออกได้เพื่อสุขอนามัยในช่องปากที่เหมาะสม ผลิตขึ้นให้พอดีกับช่องปากของคนไข้แต่ละรายเพื่อความสะดวกสบายและความสวยงามที่ดีที่สุด อุปกรณ์ขยายขากรรไกรบนจะใส่พอดีกับปากของคนไข้ และจะถูกเปลี่ยนทุกวัน (ไม่ต้องใช้สกรู)

ระบบของอุปกรณ์ขยายขากรรไกรบน Invisalign® Palatal Expander (ระยะการขยาย แต่ละขั้นตอนมาพร้อมกับอุปกรณ์การขยายที่กำหนดไว้สูงสุด 0.25 มม./ขั้นตอน เปลี่ยนทุกวันหรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์) และอุปกรณ์ Invisalign Palatal Holders (สำเนาของขั้นตอนสุดท้ายของระยะการขยายที่ออกแบบมาเพื่อยึดขากรรไกรบนหลังระยะการขยาย และเปลี่ยนทุก 2-4 สัปดาห์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ผู้รักษา) Invisalign Attachment Templates และซอฟต์แวร์สร้างรูปทรง 3 มิติที่ลิขสิทธิ์เฉพาะ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีจำหน่ายสำหรับประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์มีจำหน่ายจากทันตแพทย์และทันตแพทย์จัดฟันที่ผ่านการฝึกอบรมจาก Invisalign®

ติดต่อ

Align Technology                                                                       Zeno Group                 

Madelyn Valente                                                                       Sarah Johnson

(909) 833-5839                                                                         (828) 551-4201

mvalente@aligntech.com                                                          sarah.johnson@zenogroup.com

Zeitview ได้ระดมทุน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเร่งการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง

Logo

  • หลังจากเติบโตเป็นสองเท่าไปสู่การตรวจสอบสินทรัพย์มากกว่า 200,000 รายการใน 80 ประเทศในปี 2024 Zeitview ได้เร่งลงทุนใน Insights ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Visual AI
  •  Climate Investment เป็นผู้นำในการระดมทุน พร้อมการเข้าร่วมจากนักลงทุนที่มีอยู่
  •  แพลตฟอร์ม Zeitview ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหลายประเภท รวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม สาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ และโทรคมนาคม

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–05 มีนาคม 2025

Zeitview ผู้นำด้าน Visual AI สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ประกาศระดมทุน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นำโดย Climate Investment พร้อมการเข้าร่วมจากนักลงทุนปัจจุบันอย่างเช่น Valor Equity Partners, Union Square Ventures, Upfront Ventures, Euclidean Capital, Energy Transition Ventures, Hearst Ventures และ Y Combinator

ผู้นำตลาดด้าน Visual AI สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ โดยซอฟต์แวร์ Zeitview จะช่วยปรับปรุงเวลาในการตรวจสอบและข้อกำหนดด้านต้นทุน พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะรวมถึงความถี่ในการตรวจสอบที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากผู้ให้บริการโซลูชันที่เน้นเฉพาะสินทรัพย์ประเภทเดียว แพลตฟอร์มของ Zeitview นั้นรองรับหมวดหมู่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญหลายประเภท รวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม สาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ และโทรคมนาคม ทำให้สามารถเป็นพันธมิตรรายเดียวสำหรับเจ้าของสินทรัพย์ที่ดำเนินงานในภาคส่วนต่างๆ

“โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับอันตราย ความตึงเครียด และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น” Dan Burton ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Zeitview กล่าว “Zeitview จะช่วยให้องค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสามารถป้องกันความล้มเหลวจากภัยพิบัติ โดยประเมินและคาดการณ์ความเสี่ยง รวมถึงจัดลำดับความสำคัญค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้”

“ด้วยเงินทุนนี้ Zeitview จะเร่งการสร้าง Visual AI ของเราที่รวดเร็ว คาดการณ์ได้ และไม่จำกัด” Burton กล่าว “และจะเพิ่มการลงทุนในแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ Insights ของเราเพื่อสนับสนุนลูกค้าของเราในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญตลอดวงจรชีวิตของพวกเขาในทุกๆ ที่ในโลก”

Patrick Yip กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่าย Growth Equity ของ Climate Investment กล่าวว่า “Climate Investment ได้ลงทุนในเทคโนโลยีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ชั้นนำและแตกต่าง พร้อมการใช้งานในหลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เพิ่ม Zeitview ในกลุ่มนี้เพื่อรองรับการเติบโตในขั้นต่อไป โดยการลงทุนนี้จะช่วยเร่งการปรับใช้แพลตฟอร์มของ Zeitview ในประเภทโครงสร้างพื้นฐานปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็เปิดทางให้ขยายสู่ตลาดใหม่ผ่านเครือข่ายนักลงทุนระดับโลกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Climate Investment ซึ่งมีหลายรายเป็นลูกค้าของเราอยู่แล้ว”

“เจ้าของโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ปฏิบัติงาน และ OEM ต้องการโซลูชันการตรวจสอบที่สามารถรองรับพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดของตนได้ ซึ่งครอบคลุมสินทรัพย์หลายประเภทที่ดำเนินงานทั่วโลก และรองรับวงจรชีวิตของสินทรัพย์อย่างเต็มรูปแบบ” Mike Bishop ผู้อำนวยการด้านการลงทุนของ Climate Investment ซึ่งจะเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ Zeitview กล่าว “Zeitview สามารถตอบสนองต่อความต้องการนี้อย่างมีเอกลักษณ์ผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลภาพ ซึ่งผสมผสานการวิเคราะห์เข้ากับความเชี่ยวชาญในเชิงลึกเพื่อมอบโซลูชันการจัดการสินทรัพย์ที่ดีกว่า เร็วขึ้น และคุ้มต้นทุนมากขึ้น”

เนื่องจากความต้องการทั่วโลกสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การสื่อสาร และสถานที่อำนวยความสะดวกเพิ่มสูงขึ้นในโลกที่มีความผันผวนมากขึ้นและเสี่ยงต่อภัยพิบัติ Zeitview จึงมุ่งมั่นที่จะจัดเตรียมองค์กรต่างๆ ด้วย Visual AI เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพของสินทรัพย์ หลังจากมีการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในสินทรัพย์ 200,000 รายการใน 80 ประเทศในปี 2024 โดย Zeitview ได้แสดงให้เห็นถึงขนาดในการส่งมอบพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่มีการขยายตัวมากที่สุด

เกี่ยวกับ Zeitview

Zeitview เป็นผู้นำตลาดด้าน Visual AI สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ด้วยการตรวจสอบสินทรัพย์มากกว่า 200,000 รายการใน 80 ประเทศในปี 2024 โดย Zeitview ได้ช่วยให้องค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสามารถป้องกันความล้มเหลวจากภัยพิบัติได้ รวมถึงช่วยประเมินและคาดการณ์ความเสี่ยง อีกทั้งยังจัดลำดับความสำคัญค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอีกด้วย

เยี่ยมชม Zeitview.com เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Climate Investment

Climate Investment (CI) เป็นนักลงทุนผู้เชี่ยวชาญที่มีการจัดการอิสระ ซึ่งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรม บริษัทให้บริการในระยะเริ่มต้นผ่านการลงทุนในหุ้นเพื่อการเติบโตแก่บริษัทที่มีนวัตกรรมและมีหุ้นส่วนกับบริษัทขนาดใหญ่ รัฐบาล และองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อขยายการยอมรับและผลกระทบในตลาด โดย CI ได้ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 2017 โดยลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีด้านสภาพอากาศมากกว่า 40 บริษัท ทั้งในด้านพลังงาน การขนส่ง อาคาร และอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้ 95 MT CO2e ในช่วงปี 2019-2023

Climate Investment ก่อตั้งโดยบริษัทสมาชิกของ Oil & Gas Climate Initiative (“OGCI”) ที่ได้ลงทุนในกองทุน Climate Investment และนำนวัตกรรมในพอร์ตโฟลิโอจำนวนมากมาปรับใช้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในช่วงแรกๆ เยี่ยมชมได้ที่ www.climateinvestment.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อของ Zeitview
Rebecca Wilson ที่ rebecca.wilson@zeitview.com

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อของ Climate Investment
Jason Dela Cruz ที่ marketingci@climateinvestment.com

ที่มา: Zeitview

UTS เพิ่มความเร็วในการลงทะเบียนและผลการสอบของนักเรียนด้วย Boomi

Logo

 มหาวิทยาลัยออสเตรเลียใช้บริการคลาวด์ที่บริหารจัดการโดย Boomi เพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์ของนักศึกษาที่เน้นข้อมูลเป็นศูนย์กลาง และสร้างกลไกบูรณาการที่ปรับขนาดได้

ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–04 มีนาคม 2025

Boomi™ ผู้นำด้านการบูรณาการและระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ ประกาศในวันนี้ว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (UTS) ได้ใช้แพลตฟอร์ม Boomi Enterprise เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ด้วยการใช้แนวทางที่เน้นข้อมูลเป็นศูนย์กลาง UTS ได้พัฒนาปรับปรุงประสบการณ์ของนักศึกษาพร้อมทั้งลดค่าใช้จ่ายในด้านการบริหารจัดการไปด้วย

UTS Speeds Student Enrolment and Exam Results With Boomi (Graphic: Business Wire)

UTS เพิ่มความเร็วในการลงทะเบียนและผลการสอบของนักเรียนด้วย Boomi (กราฟิก: Business Wire)

UTS รับนักศึกษาเข้าเรียนมากกว่า 40,000 คน ซึ่งสร้างข้อมูลจำนวนมากให้มหาวิทยาลัยจัดเก็บ จัดระเบียบ และใช้ในการตัดสินใจ รวมถึงโปรแกรมต่างๆ ด้วย จากเป้าหมายในการแข่งขันเพื่อดึงดูดและรักษานักศึกษาไว้ มหาวิทยาลัยจึงได้ริเริ่มโครงการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีให้ทันสมัย และสร้างระบบนิเวศที่เน้นข้อมูล ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมประสบการณ์ของนักศึกษา

การสร้างการเชื่อมต่อที่ปรับขนาดได้ระหว่างระบบดิจิทัลถือเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุแผนของมหาวิทยาลัย UTS ได้เปิดตัว Boomi Managed Cloud Services (MCS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์แบบหลายผู้เช่าที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับการผสานรวมข้อมูลใน Amazon Web Services (AWS) ซึ่งกลายมาเป็นรากฐานสำหรับโครงการเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งของมหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน

“ในเดือนเมษายนปีนี้ เราได้ย้ายแพลตฟอร์มการจัดการนักศึกษาหลักภายในองค์กรของเราไปยังคลาวด์ ทำให้ Technology One เป็นผู้ใช้ MCS รายใหญ่รายแรกของเรา” Anthony Heiler หัวหน้าฝ่ายแพลตฟอร์มองค์กรที่ UTS กล่าว “เป็นงานชิ้นใหญ่ที่ต้องปรับระบบบูรณาการใหม่ถึง 400 ระบบ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้แทบจะไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ซึ่งถือเป็นความโล่งใจอย่างมากสำหรับองค์กร เนื่องจากเราทำงานร่วมกับ Boomi เพื่อให้แน่ใจว่า MCS มีขนาด “เหมาะสม” ที่จะรองรับภาระงานได้ นักเรียนจึงไม่รู้สึกอะไรเลย”

ด้วย MCS ทำให้ UTS สามารถเข้าถึงบริการคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว ปรับขนาดได้ และไม่ต้องลงมือทำเอง ทำให้องค์กรไม่ต้องทำงานด้านการกำหนดค่า การตรวจสอบ และการจัดการกระบวนการต่างๆ ของ Boomi ซึ่งหมายความว่าทีมงานของ Heiler สามารถมุ่งเน้นไปที่การทำให้กระบวนการต่างๆ เป็นอัตโนมัติ ซึ่งเดิมเป็นภาระของธุรกิจมาก่อน

“แทนที่จะรักษาระบบบูรณาการไว้ เราได้ลงทุนสร้างระบบบูรณาการที่เสริมสร้างประสบการณ์ของนักศึกษา ตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนต้องใช้เวลา 16 วันในการให้สัตยาบันเกรดของนักศึกษา ตอนนี้เราได้ลดขั้นตอนนั้นลงเหลือเพียง 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่สำหรับนักศึกษา 40,000 คน และตามข้อมูลของฝ่ายบริการนักศึกษา เราได้รับตั๋วสนับสนุนน้อยลง ซึ่งถือเป็นชัยชนะของค่าใช้จ่ายด้านธุรการและความสุขของนักศึกษา” Heiler กล่าว

การนำ MCS ไปใช้งานนั้นจะช่วยขยายขอบเขตการใช้งานแพลตฟอร์มของ Boomi ของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 เพื่อสร้างมุมมองข้อมูลแบบองค์รวม ในปัจจุบัน สภาพแวดล้อมที่เชื่อมต่อกับ Boomi สร้างความชัดเจนให้กับข้อมูลนักศึกษา การดำเนินงาน และการวิจัยของ UTS โดยเชื่อมโยงระบบการจัดการนักศึกษา Technology One กับการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ของ Salesforce รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ

Jennifer Leech ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบูรณาการแพลตฟอร์ม ITU Enterprise Platforms ที่ UTS กล่าวว่า “เราประทับใจมากกับการสนับสนุนของ Boomi ในระหว่างที่เราทำการโยกย้ายจาก Boomi on-prem ไปยัง Boomi MCS ทีมงานของพวกเขาได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทีมบูรณาการของ UTS เพื่อให้แน่ใจว่าแพลตฟอร์ม MCS ตอบสนองความต้องการปริมาณงานที่หลากหลายของมหาวิทยาลัยได้ แพลตฟอร์มนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับ UTS และเราตื่นเต้นที่จะได้ใช้ประโยชน์จากความสามารถใหม่ที่ Boomi แนะนำในพื้นที่ APIM”

ตามที่ Heiler กล่าว Boomi เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขัน

“ตลอดภาคการศึกษา UTS ประมวลผลเอกสารมากถึง 10,000 ฉบับต่อวัน แต่ในสัปดาห์ที่มีการลงทะเบียนเรียน จำนวนเอกสารจะพุ่งสูงถึง 300,000 ฉบับ ในช่วงเวลานี้ นักศึกษาจะต้องเข้าสู่ระบบและส่งคำขอตารางเรียน ซึ่งโดยปกติจะอยู่ภายในชั่วโมงเดียวกัน แต่สิ่งนี้จะไม่ใช่ภาระอีกต่อไป” Heiler กล่าว “นับตั้งแต่มี Boomi เราได้รับพลังในการปรับขนาดและประมวลผลปริมาณข้อมูลในขณะที่ยังรักษาเวลาการทำงานได้ ดังนั้น การตัดสินใจด้านเทคโนโลยีของเราจึงช่วยให้นักศึกษาสามารถจัดชั้นเรียนกับเพื่อนๆ ได้ ซึ่งทำให้พวกเขามีส่วนร่วมและมีความกระตือรือร้น”

David Irecki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี APJ ของ Boomi กล่าวว่า “เนื่องจากการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยมีความเข้มข้นมากขึ้น จึงไม่มีช่องทางให้ปวดหัวกับงานธุรการในห้องเรียนหรือในห้องไอทีอีกต่อไป ด้วยการลงทุนในระบบอัจฉริยะและความเรียบง่ายของกรอบข้อมูล UTS ไม่เพียงแต่เสริมความแข็งแกร่งให้กับความสามารถในการดึงดูดและรักษานักศึกษาไว้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสภาพแวดล้อมด้านไอทีแบ็กเอนด์เมื่อมหาวิทยาลัยมีการขยายตัวอีกด้วย”

 แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Boomi

Boomi ผู้นำด้านการบูรณาการและระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ ช่วยให้องค์กรต่างๆ ทั่วโลกสามารถทำงานอัตโนมัติและปรับกระบวนการที่สำคัญให้เหมาะสมเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจได้เร็วขึ้น แพลตฟอร์ม Boomi Enterprise ใช้ประโยชน์จากความสามารถของ AI ขั้นสูง จึงเชื่อมต่อระบบและจัดการการไหลของข้อมูลได้อย่างราบรื่นด้วยการจัดการ API การบูรณาการ การจัดการข้อมูล และการประสานงาน AI ในโซลูชันที่ครอบคลุมหนึ่งเดียว ด้วยลูกค้ากว่า 23,000 รายทั่วโลกและเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 800 รายที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว Boomi กำลังปฏิวัติวิธีที่องค์กรทุกขนาดบรรลุความคล่องตัวทางธุรกิจและความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ boomi.com

© 2025 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ตัว 'B' และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าของ Boomi, LP หรือบริษัทย่อยหรือบริษัทในเครือ สงวนลิขสิทธิ์ ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54217659/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jasmine Ee
หัวหน้าฝ่ายประสานงานกับอินฟลูเอนเซอร์, APJ
jasmine.ee@boomi.com

GIGABYTE จัดแสดงพอร์ตโฟลิโอการประมวลผล AI ที่ครอบคลุมที่ MWC 2025 โดยเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมจากการพัฒนาไปสู่การใช้งาน

Logo

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–02 มีนาคม 2025

GIGABYTE ผู้นำระดับโลกในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการประมวลผล จะจัดแสดงโซลูชันการประมวลผล AI แบบเต็มสเปกตรัมที่เชื่อมโยงจากการพัฒนาไปสู่การใช้งานที่ MWC 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคมนี้

GIGABYTE Showcases Comprehensive AI Computing Portfolio at MWC 2025, Leading Industry Transformation from Development to Deployment (Photo: Business Wire)

GIGABYTE จัดแสดงพอร์ตโฟลิโอการประมวลผล AI ที่ครอบคลุมที่ MWC 2025 โดยเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมจากการพัฒนาไปสู่การใช้งาน (Photo: Business Wire)

“AI+” และ “Enterprise-Reinvented” เป็นสองธีมสำหรับงานที่ MWC ในขณะที่องค์กรต่างๆ นั้นเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและการอัพเกรดอัจฉริยะ แต่การเปลี่ยนแปลงแอปพลิเคชัน AI จากการพัฒนาเชิงทดลองไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ของทุกคนจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในอุตสาหกรรม โดยทาง GIGABYTE ได้ดำเนินการในโครงการริเริ่ม “ACCEVOLUTION” อย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม ซึ่งได้ครอบคลุมตั้งแต่ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์บนคลาวด์ไปจนถึงเทอร์มินัลการประมวลผลแบบ Edge โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการพัฒนาครั้งต่อไปและเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมในการปรับขนาดแอปพลิเคชัน AI อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนา: การประมวลผลคู่ขนานที่ปรับขนาดได้มีประสิทธิภาพสูงวางรากฐานสำหรับโมเดล AI ต่างๆ

ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของ GIGABYTE กับผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะเป็นแบรนด์แรกในตลาดที่นำเสนอเซิร์ฟเวอร์ AIที่หลากหลายที่สุด เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของชิป AI ทาง GIGABYTE ได้ใช้การออกแบบเซิร์ฟเวอร์ HGX เรือธง และเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ G893 AI รุ่นต่อไปเพื่อรองรับ GPU ที่ล้ำสมัย เช่น NVIDIA B200, AMD MI325X และ Intel Gaudi-3 ด้วยความจุสำหรับการ์ดเร่งความเร็วเต็มความสูง 12 ใบ และแหล่งจ่ายไฟสำรองเต็มรูปแบบ โดยเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทั้งการทำงานของคลัสเตอร์ในศูนย์ข้อมูล และการใช้งานแบบสแตนด์อโลนขององค์กร ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอันชาญฉลาด

GIGABYTE ยังได้เปิดตัว GIGAPOD ที่เป็นโซลูชันการประมวลผลแบบคลัสเตอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล AI บนคลาวด์ โดยนำเสนอโซลูชันที่ปรับขนาดได้แบบครบวงจรในที่เดียวสำหรับการเทรนโมเดล AI ขนาดใหญ่ โดย GIGAPOD สามารถรองรับเซิร์ฟเวอร์ G893 AI ได้ในขณะที่รวมการประมวลผลและฮาร์ดแวร์เครือข่ายไว้ในโซลูชันระดับแร็คที่สมบูรณ์ พร้อมด้วยระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เสริม โดยโซลูชันนี้ครอบคลุมบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การใช้งาน ไปจนถึงการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานของศูนย์ข้อมูล AI นั้นมีประสิทธิภาพ ซึ่งโมเดลที่จัดแสดงในงาน MWC สามารถรองรับ NVIDIA B200 และมีแร็คเซิร์ฟเวอร์ G4L3 พร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว DLCที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ GIGABYTE ในการขยายการพัฒนา AI เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

การปรับใช้งาน: เวลาแฝงต่ำ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และโซลูชันการประมวลผล Edge ที่ยืดหยุ่นซึ่งเชื่อมต่อกับจุดหมายปลายทางสุดท้ายของ AI

เมื่อโมเดลขนาดใหญ่เติบโตขึ้น AI ก็จะพัฒนาจากการพัฒนาระบบคลาวด์ไปสู่การใช้งานและแอปพลิเคชัน Edge โดยต้องการเซิร์ฟเวอร์และโซลูชันการประมวลผลที่เน้นการใช้งานที่ยืดหยุ่นและ ROI ที่เป็นวัตถุประสงค์ทั่วไปของ GIGABYTE โดยเซิร์ฟเวอร์ซีรีย์ R จะใช้เทคโนโลยี CXL ซึ่งใช้ประโยชน์จากเลน PCIe เพื่ออยู่ร่วมกับหน่วยความจำ DDR5 ทำให้สามารถแชร์หน่วยความจำและทรัพยากร ปรับปรุงการรองรับแบนด์วิดท์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมด้วยความต้องการพื้นที่และต้นทุนการใช้งานที่ลดลง เซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ X นำเสนอการออกแบบโมดูลาร์ NVIDIA MGX™ ที่ช่วยให้สามารถอัพเกรดแพลตฟอร์ม GPU รุ่นถัดไปของ NVIDIA ได้อย่างราบรื่นเพียงแค่เปลี่ยนบอร์ดหลัก โดยรับประกันมูลค่าในระยะยาวสำหรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับองค์กร และอำนวยความสะดวกในการใช้งานที่ยืดหยุ่นในสถานการณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ AI ที่ล้ำหน้า อาทิ เมืองอัจฉริยะ และ IoT สำหรับอุตสาหกรรม

ที่งาน MWC GIGABYTE ยังจัดแสดงเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับการปรับแต่ง Edge หลายตัว รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ประมวลผล Edge มาตรฐาน EIA ด้วยซีพียู AMD และ Intel และการเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์เบลด 3U ใหม่ โดยเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้จะนำเสนอตัวเลือกการประมวลผลที่มีความหนาแน่นและสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของแอปพลิเคชัน Edge ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถลดต้นทุนการปรับใช้ AI และการใช้พลังงานได้ ในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงประสิทธิภาพการประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น

ด้วยความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งและความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่ใกล้ชิดต่างๆ ทาง GIGABYTE ได้สร้างระบบนิเวศการประมวลผล AI ที่สมบูรณ์ตั้งแต่คลาวด์ไปจนถึง Edge ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่โซลูชันการประมวลผลแบบคลัสเตอร์ศูนย์ข้อมูลไปจนถึงตัวเลือกการใช้งานการประมวลผลแบบ Edge ทาง GIGABYTE จึงเป็น “ผู้เปลี่ยนเกม” ที่ช่วยให้เกิดนวัตกรรม AI ในองค์กรและสถาบันการวิจัยทุกขนาด ในขณะที่แอปพลิเคชัน AI ยังคงขยายตัว กลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ GIGABYTE ซึ่งสนับสนุนชิปคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุด พร้อมด้วยการพัฒนาการออกแบบฮาร์ดแวร์ การรวมซอฟต์แวร์ การจัดการระบบ และบริการการใช้งานต่างๆ ยังคงสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถปรับขนาดได้

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.gigabyte.com/Events/MWC

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/54212481/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ: Michael Pao brand@GIGABYTE.com

ที่มา: GIGABYTE



Toshiba เปิดตัวอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานยานยนต์ที่สอดคล้องกับ AEC-Q100

Logo

ตระหนักถึงการทำงานที่เสถียรด้วยความต้านทานต่อการแทรกสัญญาณชั่วขณะในโหมดร่วมสูงและการสื่อสารข้อมูลที่มีความเร็วสูง –

คาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–27 กุมภาพันธ์ 2025

บริษัท Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานความเร็วสูง 4 ช่องสัญญาณรุ่นแรกสำหรับการใช้งานในยานยนต์ โดยผลิตภัณฑ์ “DCM34xx01 Series” ใหม่นี้ประกอบด้วยอุปกรณ์ 10 ตัวที่รองรับการทำงานที่มีความเสถียรพร้อมมีความต้านทานต่อการแทรกสัญญาณชั่วขณะในโหมดทั่วไป (CMTI) สูงที่ 100kV/μs (ทั่วไป)[1]และยังมีการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง 50Mbps (max)[2]ทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐาน AEC-Q100 ว่าด้วยความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ เริ่มจัดส่งได้ตั้งแต่วันนี้

Toshiba: DCM34xx01 Series, automotive standard digital isolators compliant with AEC-Q100. (Graphic: Business Wire)

Toshiba: DCM34xx01 Series อุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานยานยนต์ที่สอดคล้องกับ AEC-Q100 (ภาพ: Business Wire)

การรับประกันความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเครื่องชาร์จภายในรถ (OBC) และระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่ใช้ในรถยนต์ไฮบริดไฟฟ้า (HEV) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องใช้อุปกรณ์ที่รับรองการแยกและป้องกันการแพร่กระจายสัญญาณรบกวน ตัวแยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานยานยนต์มอบโซลูชันสำหรับการสื่อสารความเร็วสูงหลายช่องทางและCMTI สูงที่อุปกรณ์แยกสัญญาณเหล่านี้ต้องการ

ตัวแยกสัญญาณแบบใหม่ใช้ระบบส่งสัญญาณแบบแยกสัญญาณแบบแม่เหล็กเฉพาะของ Toshiba เพื่อให้ได้ค่า CMTI สูงถึง 100kV/μs (ทั่วไป) ซึ่งให้ความต้านทานระดับสูงต่อสัญญาณรบกวนไฟฟ้าระหว่างอินพุตและเอาต์พุตในการส่งสัญญาณแบบแยกสัญญาณ ช่วยให้ส่งสัญญาณควบคุมได้อย่างเสถียร และช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างเสถียร นอกจากนี้ ยังมีความบิดเบือนความกว้างพัลส์ต่ำเพียง 0.8ns (ทั่วไป)[2]และอัตราการส่งข้อมูลสูงสุด 50Mbps อีกด้วย ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เหมาะสำหรับการใช้งานการสื่อสารความเร็วสูงแบบหลายช่องสัญญาณ เช่น อินเทอร์เฟซ I/O ที่มีการสื่อสาร SPI

Toshiba ได้เริ่มการผลิตจำนวนมากสำหรับตัวแยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานอุตสาหกรรมและได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ไปยังอุปกรณ์ยานยนต์แล้ว ในอนาคต บริษัทจะเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์และจำนวนช่องสัญญาณในทั้งสองพื้นที่ และจะยังคงจัดหาอุปกรณ์แยกสัญญาณและโฟโตคัปเปลอร์คุณภาพสูงต่อไป ซึ่งรองรับความน่าเชื่อถือและการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่อุปกรณ์ยานยนต์ต้องการ

หมายเหตุ:
[1] เงื่อนไขการทดสอบ: VDD1 =VDD2 =4.5 ถึง 5.5V, VCM =1500V, Topr =-40 ถึง 125°C
[2] เงื่อนไขการทดสอบ: VDD1 =VDD2 =4.5 ถึง 5.5V, Topr =-40 ถึง 125°C

 การใช้งาน

อุปกรณ์ยานยนต์

  • ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS)
  • เครื่องชาร์จภายในรถยนต์ (OBC)
  • ระบบควบคุมอินเวอร์เตอร์

 คุณสมบัติ

  • ความต้านทานต่อการแทรกสัญญาณชั่วขณะในโหมดทั่วไป: CMTI=100kV/μs (typ.)[1]
  • อัตราข้อมูลความเร็วสูง: tbps =50Mbps (max)[2]
  • ความบิดเบือนความกว้างพัลส์ต่ำ: PWD=0.8ns (typ.)
  • รองรับ Quad-channel (ดูข้อมูลจำเพาะหลักสำหรับรายละเอียดของแต่ละอุปกรณ์):
     สี่ช่องทางขาออกและไม่มีช่องทางขาเข้า; สามช่องทางขาออกและหนึ่งช่องทางขาเข้า; สองช่องทางขาออกและสองช่องทางขาเข้า

 คุณสมบัติหลัก

 (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Topr =-40 ถึง 125°C)

 หมายเลขชิ้นส่วน

 DCM341L01

 DCM341H01

 DCM341A01

 DCM341B01

จำนวนช่อง

(ช่องทางขาออก:ช่องทางขาเข้า)

4

(3:1)

รูปแบบการทำงานเริ่มต้นของสัญญาณเอาต์พุตในอุปกรณ์รถยนต์

ต่ำ

สูง

ต่ำ

สูง

การควบคุมอินพุต/เอาต์พุต

ใช้งานเอาท์พุตได้

ปิดการใช้งานอินพุต

แพคเกจ

SOIC16-W

แอ็บโซลูท

สูงสุด

อัตรา

อุณหภูมิในการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 125

อุณหภูมิในการเก็บรักษา Tstg (°C)

-65 ถึง 150

แรงดันไฟฟ้าฉนวน

 BVS (Vrms)

t=1นาที,

Ta=25°C

Min

5000

คุณสมบัติ

ทางไฟฟ้า

ความทนทานต่อการรบกวน

ในโหมดทั่วไป

CMTI (kV/μs)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 to 5.5V,

 VCM =1500V

Typ.

100

อัตราการรับส่งข้อมูล

 tbps (Mbps)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 to 5.5V

Max

50

การบิดเบือนความกว้างของพัลส์

PWD (ns)

Typ.

0.8

ความล่าช้าในการแพร่กระจาย

 tPHL , tPLH (ns)

10.9

การตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมจำหน่าย

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Topr =-40 to 125°C)

 หมายเลขชิ้นส่วน

 DCM340C01

 DCM340D01

 DCM340L01

 DCM340H01

จำนวนช่อง

(ช่องทางขาออก:ช่องทางขาเข้า)

4

(4:0)

รูปแบบการทำงานเริ่มต้นของสัญญาณเอาต์พุตในอุปกรณ์รถยนต์

ต่ำ

สูง

ต่ำ

สูง

การควบคุมอินพุต/เอาต์พุต

ไม่มี

ใช้งานเอาท์พุตได้

แพคเกจ

SOIC16-W

แอ็บโซลูท

สูงสุด

อัตรา

อุณหภูมิในการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 125

อุณหภูมิในการเก็บรักษา Tstg (°C)

-65 ถึง 150

แรงดันไฟฟ้าฉนวน

 BVS (Vrms)

t=1นาที

Ta=25°C

Min

5000

คุณสมบัติ

ทางไฟฟ้า

ความทนทานต่อการรบกวนในโหมดทั่วไป

CMTI (kV/μs)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 ถึง 5.5V,

 VCM =1500V

Typ.

100

อัตราการรับส่งข้อมูล

 tbps (Mbps)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 ถึง 5.5V

Max

50

การบิดเบือนความกว้างของพัลส์

PWD (ns)

Typ.

0.8

ความล่าช้าในการแพร่กระจาย

 tPHL , tPLH (ns)

10.9

การตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมจำหน่าย

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Topr =-40 ถึง 125°C)

 หมายเลขชิ้นส่วน

 DCM342L01

 DCM342H01

จำนวนช่อง

(ช่องทางขาออก:ช่องทางขาเข้า)

4

(2:2)

รูปแบบการทำงานเริ่มต้นของสัญญาณเอาต์พุตในอุปกรณ์รถยนต์

ต่ำ

สูง

การควบคุมอินพุต/เอาต์พุต

ใช้งานเอาท์พุตได้

แพคเกจ

SOIC16-W

แอ็บโซลูท

สูงสุด

อัตรา

อุณหภูมิในการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 125

อุณหภูมิในการเก็บรักษา Tstg (°C)

-65 ถึง 150

แรงดันไฟฟ้าฉนวน

 BVS (Vrms)

t=1นาที,

Ta=25°C

Min

5000

คุณสมบัติ

ทางไฟฟ้า

ความทนทานต่อการรบกวนในโหมดทั่วไป

CMTI (kV/μs)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 ถึง 5.5V,

 VCM =1500V

Typ.

100

Data rate

 tbps (Mbps)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 ถึง 5.5V

Max

50

การบิดเบือนความกว้างของพัลส์

PWD (ns)

Typ.

0.8

ความล่าช้าในการแพร่กระจาย

 tPHL , tPLH (ns)

10.9

การตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมจำหน่าย

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุการใช้งาน

ติดตามลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

 DCM341L01
 DCM341H01
 DCM341A01
 DCM341B01
 DCM340C01
 DCM340D01
 DCM340L01
 DCM340H01
 DCM342L01
 DCM342H01

ติดตามลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวแยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานของ Toshiba
 ตัวแยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐาน

หากต้องการตรวจสอบความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ โปรดไปที่:
 DCM341L01
 ซื้อออนไลน์
 DCM341H01
 ซื้อออนไลน์
 DCM341A01
 ซื้อออนไลน์
 DCM341B01
 ซื้อออนไลน์
 DCM340C01
 ซื้อออนไลน์
 DCM340D01
 ซื้อออนไลน์
 DCM340L01
 ซื้อออนไลน์
 DCM340H01
 ซื้อออนไลน์
 DCM342L01
 ซื้อออนไลน์
 DCM342H01
 ซื้อออนไลน์

 * ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
 * ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
 Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชั่นเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง มีประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอเซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยมีพนักงานกว่า 19,400 คนทั่วโลกที่มีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน บริษัทมุ่งหวังที่จะสร้างและมีส่วนสนับสนุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนโดยทั่วไป

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/54215230/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

การสอบถามจากลูกค้า
แผนกขายและการตลาดอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์
โทร: +81-44-548-2218
ติดต่อเรา

การสอบถามจากสื่อ:
Chiaki Nagasawa
แผนกการตลาดดิจิตอล
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Turing ระดมทุนได้ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อขยายขนาดโซลูชันการจัดการน้ำที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Logo

บอสตัน–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2025

Turing ผู้นำด้านโซลูชันการจัดการน้ำที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนมูลค่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันนี้ ซึ่งนำโดย Safar Partners การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเร่งการขยายตัวทั่วโลกของ Turing และปรับปรุงแพลตฟอร์มหลักที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมี TOP Clear ที่นำเสนอโซลูชันดิจิทัลครบวงจรสำหรับภาคสาธารณูปโภค ตั้งแต่การบำบัดน้ำและน้ำเสียไปจนถึงเครือข่าย รวมถึง SmartOps AI ที่เป็นแพลตฟอร์มการจัดการน้ำพิเศษสำหรับการบำบัดในอุตสาหกรรม

The leadership team at Turing, a leading AI and IIoT solutions provider for water and wastewater management. (Photo: Business Wire)

ทีมผู้นำของ Turing ผู้ให้บริการโซลูชัน AI และ IIoT ชั้นนำสำหรับการจัดการน้ำและน้ำเสีย (ภาพ: Business Wire)

โซลูชันของ Turing นั้นแตกต่างจาก SCADA แบบดั้งเดิมหรือเครื่องมือวิเคราะห์แบบสแตนด์อโลน โดยมีการผสานรวมกับแพลตฟอร์มการจัดการน้ำใดๆ อย่างราบรื่น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใดของกระบวนการดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดน้ำ ระบบเครือข่าย หรือทั้งสองอย่าง ด้วยการใช้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI, IoT เชิงอุตสาหกรรม (IIoT) และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชิงลึก แพลตฟอร์มของ Turing จะช่วยให้สามารถควบคุมและตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ ตรวจจับความผิดปกติขั้นสูง วิเคราะห์เชิงคาดการณ์ และตัดสินใจอย่างชาญฉลาด แนวทางแบบองค์รวมนี้ได้รับการปรับให้เหมาะสมตลอดทั้งวงจรชีวิตของน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนในทุกขั้นตอน

Turing ได้รับการยอมรับถึงการมีส่วนสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ต่ออุตสาหกรรมน้ำ โดยได้รับรางวัล Cleantech Group Award 25 สำหรับนวัตกรรมดิจิทัลในเครือข่ายน้ำและรางวัลบริษัทเทคโนโลยีก้าวหน้าแห่งปี จาก Global Water Intelligence สำหรับอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องจักรขั้นสูงที่ขับเคลื่อนการประหยัดพลังงานและสารเคมีในการแยกเกลือออกจากน้ำ

“ภารกิจของเราคือการกำหนดใหม่ถึงวิธีที่อุตสาหกรรมและเทศบาลใช้จัดการทรัพยากรน้ำ” Hiep Le ซีอีโอของ Turing กล่าว “ด้วยเงินทุนนี้ เราจะขยายแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของเรา เร่งการขยายตัวไปทั่วโลก และจัดหาเครื่องมือให้กับลูกค้าเพื่อลดระยะเวลาหยุดทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และปรับปรุงความยั่งยืน ในขณะที่ความท้าทายด้านน้ำของโลกมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการระบบอัจฉริยะในการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์ (ROI) โดยใช้การทดลองและปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่เคยยิ่งใหญ่เท่านี้มาก่อน และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังสร้างอยู่”

Nader Motamedy หุ้นส่วนผู้จัดการของ Safar Partners ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Turing ว่า “การลงทุนใน Turing ถือเป็นการลงทุนในอนาคตของการจัดการน้ำอัจฉริยะ การผสมผสานที่ไม่เหมือนใครระหว่าง AI, IIoT และความเชี่ยวชาญในโดเมนเชิงลึกได้สร้างแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมซึ่งไม่เพียงแต่ระบุความไร้ประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดและการจ่ายน้ำอย่างแข็งขันอีกด้วย ในขณะที่ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ชาญฉลาดเพิ่มมากขึ้น Turing อยู่ในตำแหน่งในการนำอุตสาหกรรมก้าวไปข้างหน้า”

เงินทุนนี้จะช่วยให้ Turing สามารถ:

  •  เพิ่มประสิทธิภาพ AI ภายใน TOP Clear และ SmartOps AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำ การประมวลผลน้ำเสีย และประสิทธิภาพของเครือข่าย
  •  ขยายการดำเนินงาน ในตลาดสำคัญรวมทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป และตะวันออกกลาง
  •  เร่งการวิจัยและพัฒนา สำหรับโซลูชันการจัดการน้ำแบบคาดการณ์ล่วงหน้าและอัตโนมัติในรุ่นต่อไป
  •  เสริมสร้างความร่วมมือ กับสาธารณูปโภค ผู้ใช้น้ำในอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำร่องการนำแพลตฟอร์มการจัดการน้ำที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เก่า ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และปัญหาขาดแคลนน้ำและแรงงานที่เพิ่มขึ้น สาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการปรับปรุงระบบน้ำให้ทันสมัย โซลูชัน AI ของ Turing ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดการหยุดชะงักในการดำเนินงานในเชิงรุก เพิ่มอายุการใช้งานของสินทรัพย์ให้สูงสุด และบรรลุการประหยัดต้นทุนได้อย่างมาก โดยทั้งหมดนี้ในขณะเดียวกันก็รับประกันการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการดูแลสิ่งแวดล้อม

เกี่ยวกับ Turing

Turing เป็นผู้ให้บริการโซลูชัน AI และ IIoT ชั้นนำสำหรับการจัดการน้ำและน้ำเสีย ที่แยกตัวออกมาจาก Gradiant, Synauta และ SpaceAge Labs โดย Turing นำเสนอโซลูชันดิจิทัลครบวงจรที่ช่วยให้บริษัทสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และเพิ่มความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตของน้ำ ด้วยการมีสาขาอยู่ในหลายทวีป Turing กำลังกำหนดรูปแบบแพลตฟอร์มการจัดการสินทรัพย์รุ่นต่อไปผ่านระบบอัตโนมัติขั้นสูง การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ และการเพิ่มประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ Turing ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท AI ในด้านน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทด้านน้ำที่เชี่ยวชาญด้าน AI อีกด้วย

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.theturingcompany.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54214593/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Meghan Moore
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด
Turing
mmoore@theturingcompany.com

ที่มา: Turing

Autel Energy เปิดตัวเครื่องชาร์จ MaxiCharger DH480 ความเร็วสูงพิเศษที่งาน EVCharge Live Thailand 2025

Logo

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2025

Autel Energy ผู้ให้บริการโซลูชันการชาร์จ EV ชั้นนำ จะทำให้งาน EVCharge Live Thailand 2025 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์นี้ต้องสั่นสะเทือน ด้วยการเปิดตัวซีรีส์ MaxiCharger DC ใหม่ นำโดยเครื่องชาร์จแบบ All-in-One MaxiCharger DH480 ล้ำสมัย พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์และโซลูชันการชาร์จที่ครอบคลุมทั้ง AC และ DC

Autel Energy at Booth F10, EVCharge Live Thailand 2025 held at BITEC (Photo: Business Wire)

Autel Energy ที่บูธ F10 ในงาน EVCharge Live Thailand 2025 ที่ไบเทค (ภาพ: Business Wire)

 ขอแนะนำคุณสมบัติอันล้ำสมัยของ DH480

DH480 สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการชาร์จ EV ที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ โดยให้กำลังสูงถึง 480kW และรองรับการชาร์จพร้อมกันสูงสุดถึงสี่คัน ซึ่งเหมาะสำหรับสถานที่ที่มีความต้องการการชาร์จสูง(High demand charge) โดยเพิ่มระยะทางได้สูงสุดถึง 1 กม. ต่อวินาที โดยมีอัตราการชาร์จความสำเร็จเกินกว่า 99% ความคล่องตัวของ DH480 ยังขยายไปถึงตัวเลือกการชำระเงินอีกด้วย ด้วยการรองรับบัตรเครดิต, RFID, QR codes และเทคโนโลยี Plug & Charge ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่น นอกจากนี้ ซีรีส์ MaxiCharger DC ยังทำงานร่วมกับระบบพลังงานสะอาด เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ (PV) และการจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ทำให้กลายเป็นโซลูชันที่รองรับอนาคตสำหรับการชาร์จ EV ที่ยั่งยืน ด้วยการตรวจสอบที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการบำรุงรักษา    เพื่อให้มั่นใจว่ามีเวลาทำงานมากกว่า 98%

DH480 จึงปรับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานมากที่สุด

 ขยายตลาดสู่ประเทศไทย

ประเทศไทยซึ่งมีตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กำลังกลายเป็นผู้เล่นหลักในระบบนิเวศการขนส่ง พลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยตระหนักถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทยและที่อื่นๆ Autel Energy จึงได้จัดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของตลาดนี้ในแผนการขยาย โดยเปิดตัวโซลูชั่นการชาร์จที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการการชาร์จขณะเดินทาง ยานพาหนะ จุดหมายปลายทาง และที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ปี 2022 Autel Energy ได้ขยายการดำเนินงานในประเทศไทยผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ร่วมกับ RêVERSHARGER ผู้ให้บริการโซลูชันการชาร์จ EV ชั้นนำ ได้ติดตั้งสถานีชาร์จเร็วขนาด 120kW และ 360kW ที่ปั๊มน้ำมันบางจากและโชว์รูม BYD ทั่วประเทศ นอกจาก DC Series แล้ว AC Wallbox 7.4kW ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางของ Autel ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดยได้รับความนิยมจากครัวเรือนและบุคคลทั่วไป เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ และใช้งานง่าย

 การนำ AI มาใช้เพื่อสร้างนวัตกรรม

Autel Energy มุ่งมั่นที่จะรวม AI เข้ากับโซลูชันที่ล้ำสมัยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเฉพาะของตนเองในระบบการชาร์จอัจฉริยะเต็มรูปแบบ Autel กำลังใช้ AI สำหรับการจัดการโหลดแบบไดนามิก (การปรับสมดุลโหลดไฟฟ้า ในบริบทของการชาร์จ EV หมายถึงกระบวนการกระจายพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพระหว่างสถานีชาร์จหรือจุดชาร์จต่างๆ เป้าหมายคือเพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดสรรพลังงานในลักษณะที่จะเพิ่มจำนวนยานพาหนะที่ชาร์จได้สูงสุดโดยไม่ทำให้กริดโอเวอร์โหลดหรือเกินความจุของระบบ)

การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ( การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ หรือ Predictive Maintenance คือ แนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบอุปกรณ์ผ่านเซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ และการตอบกลับข้อมูลในระบบเพื่อจัดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์สำหรับบำรุงรักษาเชิงรุก (Proactive Maintenance) พร้อมกับมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) อีกขั้นหนึ่งและให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่น กลยุทธ์ที่มองไปข้างหน้านี้ทำให้ Autel อยู่ในแถวหน้าของนวัตกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าโซลูชันการชาร์จ EV ยังคงมีประสิทธิภาพ ปรับขนาดตามการความต้องการได้ และพร้อมสำหรับอนาคตในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/54211412/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ฝ่ายขาย: jinyel@autel.com, +66 0909245399
ฝ่ายการตลาด: marketing.jp@autel.com

ที่มา: Autel Energy

 


NIPPON KINZOKU: ประกาศเปิดแผนกสนับสนุนการทดลองผลิตและกระบวนการฝากขาย จัดตั้งแผนกเฉพาะทางใหม่ “แผนกกระบวนการผลิตและสนับสนุน”

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2025

NIPPON KINZOKU CO., LTD. (TOKYO:5491) (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ โตเกียว) จะเปิด “แผนกสนับสนุนการประมวลผลผลิตภัณฑ์ทดลองและกระบวนการฝากขาย” ในวันอังคารที่ 1 เมษายน 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือใหม่กับลูกค้า

NIPPON KINZOKU's facilities, technologies, functions, and network can meet all your development and trial production needs. (Graphic: Business Wire)

สิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยี ฟังก์ชัน และเครือข่ายของ NIPPON KINZOKU สามารถตอบสนองความต้องการด้านการพัฒนาและการทดลองผลิตทั้งหมดของคุณได้ (ภาพ: Business Wire)

เราจะจัดตั้งแผนกเฉพาะทางขึ้นใหม่ ชื่อว่า “แผนกกระบวนการผลิตและการสนับสนุน” เพื่อดูแลการทดลองผลิต ตัวอย่าง และการดำเนินการฝากขาย และจะเริ่มรับการสอบถาม

“แผนกสนับสนุนการทดลองผลิตและกระบวนการฝากขาย” จะตอบสนองความต้องการด้านการพัฒนาและการทดลองผลิตทั้งหมดโดยใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยี และความสามารถของเราในการรีด ขึ้นรูป และเชื่อมท่อดึงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของลูกค้าของเรา

คุณสมบัติของการบริการ

  1.  แผนกเฉพาะทางจะตอบสนองต่อความต้องการคำปรึกษาที่หลากหลาย
     โดยอาศัยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยและพัฒนาของเราและประสบการณ์หลายปีในด้านเทคโนโลยีการประมวลผล เราจึงทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ
  2.  การสนับสนุนตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาไปจนถึงการทดลองและการผลิตจำนวนมาก
     เราให้การสนับสนุนที่สม่ำเสมอและครอบคลุม ตั้งแต่ขั้นตอนแนวคิดของลูกค้า และการศึกษาการพัฒนาไปจนถึงการทดลองใช้ และการผลิตจำนวนมาก
  3.  นอกจากนี้ยังมีบริการฝากขายและการประมวลผลที่ซับซ้อน/เฉพาะทางอีกด้วย
     สิ่งอำนวยความสะดวกที่แม่นยำและใช้งานได้จริงของเราและเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่กว้างขวางทำให้เราสามารถเสนอบริการที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการรีดวัสดุ การอบชุบด้วยความร้อน การเคลือบพื้นผิวต่างๆ การรีดโปรไฟล์ การขึ้นรูปม้วน การขึ้นรูปแบบคอมโพสิต การขึ้นรูปท่อที่มีความแม่นยำ (ท่อแบบเชื่อมและแบบดึง) การอัดด้วยความแม่นยำ และเรายังดำเนินการประมวลผลการฝากขายหลายประเภทอีกด้วย
     *คลิกที่นี่เพื่อดูรายการวัสดุและการสนับสนุนการประมวลผล
  4.  จัดส่งผลิตภัณฑ์ทดลองทันทีและตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อคำขอตัวอย่างจำนวนน้อย
     เราจะจัดหาตัวอย่างจำนวนไม่กี่ชิ้นหรือไม่กี่กิโลกรัมด้วยระยะเวลาจัดส่งที่สั้นที่สุด และขยายสินค้าคงคลังตัวอย่างของเรา นอกเหนือจากสินค้าคงคลังแถบสแตนเลสล็อตเล็กๆ ของเรา

เราจะทำการปรับปรุงเว็บไซต์ของเราในวันที่ 1 เมษายน 2025 และเปิดเพจ “ฝ่ายสนับสนุนการผลิตทดลองและกระบวนการฝากขาย” ไม่ว่าเราจะจัดการกับวัสดุประเภทใดหรือผลิตสินค้าประเภทใด เราจะมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคุณผ่านเครือข่ายของ Nippon Kinzoku และสนับสนุนคุณในการดำเนินการผลิตจำนวนมาก ดังนั้นโปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเราได้ตลอดเวลา

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54210588/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ฝ่ายพัฒนาการขาย
NIPPON KINZOKU CO., LTD.
E-mail: nikkin-overseas@nipponkinzoku.co.jp
https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/inquiry

ที่มา: NIPPON KINZOKU CO., LTD.

Gradiant และ GF Piping Systems ร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมน้ำ

Logo

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับความสามารถของ Gradiant ในการส่งมอบโซลูชันการบำบัดน้ำประสิทธิภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อภารกิจทั่วโลก

บอสตัน–(BUSINESS WIRE)–23 มกราคม 2025

Gradiant ผู้นำระดับโลกด้านการบำบัดน้ำและน้ำเสียขั้นสูง ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ GF Piping Systems ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชันการไหลชั้นนำในวันนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ได้ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของ Gradiant ในการส่งมอบโซลูชันการบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงและทันสมัยให้กับอุตสาหกรรมที่สำคัญของโลก ประกอบด้วยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เภสัชกรรม และแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญ ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำระดับโลกอีกด้วย

Today, Gradiant, a global leader in advanced water and wastewater treatment, announced a strategic partnership with GF Piping Systems. (Photo: Business Wire)

วันนี้ Gradiant ผู้นำระดับโลกด้านการบำบัดน้ำและน้ำเสียขั้นสูง ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ GF Piping Systems (ภาพ: Business Wire)

ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงที่ไม่ผูกขาด GF Piping Systems จะจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการที่กำหนดไว้ให้กับ Gradiant เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินโครงการจะราบรื่นในโรงงานหลักๆ ทั่วโลก เครือข่ายการสนับสนุนระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งของ GF จะช่วยให้ Gradiant เข้าถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคตลอดเวลา รวมถึงความช่วยเหลือในสถานที่จริง จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการส่งมอบโซลูชันของ Gradiant จะตรงเวลาและน่าเชื่อถือ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อภารกิจต่างๆ

GF Piping Systems มีความเชี่ยวชาญด้านวัสดุขั้นสูงมากกว่า 30 ปี มีความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปชั้นนำและการส่งมอบที่รวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่ซับซ้อนของโครงการบำบัดน้ำขนาดใหญ่ทั่วโลก วัสดุประสิทธิภาพสูง ระบบอัตโนมัติ และบริการทั่วโลกสำหรับวัฏจักรน้ำทั้งหมดของ GF Piping Systems โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือให้สูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสามารถทำงานได้ตามมาตรฐานสูงสุด

“ความร่วมมือครั้งนี้ผสมผสานเทคโนโลยีการบำบัดน้ำขั้นสูงและความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการของ Gradiant เข้ากับประสบการณ์ของ GF Piping Systems ในด้านโซลูชันการไหลที่แม่นยำ” Govind Alagappan ประธานของ Gradiant กล่าว “เราทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมที่สำคัญของโลกที่ต้องพึ่งพาเรา เพื่อให้บรรลุประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และความยืดหยุ่นที่มากขึ้นในการดำเนินการด้านน้ำ”

“ความร่วมมือของเรากับ Gradiant นั้นเหมาะสมอย่างยิ่ง” Wolfgang Dornfeld หัวหน้าหน่วยธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียของ GF Piping Systems กล่าว “เราทั้งคู่มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อการบำบัดน้ำที่ยั่งยืนผ่านการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน ด้วยฐานการดำเนินงานทั่วโลกของเรา เราจึงสามารถสนับสนุนโครงการต่างๆ ของ Gradiant ได้ทั่วโลกด้วยโซลูชันระบบท่อและพอร์ตโฟลิโอการบริการที่เชื่อถือได้และสร้างสรรค์ของเรา”

ความร่วมมือดังกล่าวได้รับการเฉลิมฉลองที่ศูนย์ประสบการณ์ลูกค้าของ GF Piping Systems ในสิงคโปร์ ด้วยการส่งมอบเครื่องเชื่อมอินฟราเรด IR-63M เครื่องที่ 100 ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ถึงการมุ่งเน้นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน เครื่องเชื่อมที่ล้ำสมัยนี้จะช่วยเสริมศูนย์นวัตกรรมระดับโลกของ Gradiant ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ได้รับการยอมรับสำหรับนวัตกรรมเทคโนโลยีน้ำ โดยขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่ก้าวล้ำในการบำบัดน้ำเพื่ออุตสาหกรรม เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านน้ำที่สำคัญที่สุดของโลก

เกี่ยวกับ Gradiant
Gradiant เป็นบริษัทน้ำที่แตกต่าง ด้วยชุดโซลูชันครบวงจรที่แตกต่างและเป็นกรรมสิทธิ์สำหรับการบำบัดน้ำและน้ำเสียขั้นสูงที่ขับเคลื่อนโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านน้ำ บริษัทให้บริการการดำเนินงานที่สำคัญยิ่งต่อภารกิจของลูกค้าในอุตสาหกรรมที่จำเป็นของโลก รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ เภสัชกรรม อาหาร และเครื่องดื่ม ลิเธียมและแร่ธาตุที่สำคัญ และพลังงานทดแทน โซลูชันที่เป็นนวัตกรรมของ Gradiant จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำและน้ำเสียที่ถูกปล่อยออกมา รวมถึงการนำทรัพยากรที่มีค่ากลับคืนมาและเปลี่ยนน้ำเสียให้เป็นน้ำจืด บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในบอสตันแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นที่ MIT และมีพนักงานมากกว่า 1,000 คนทั่วโลก เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ gradiant.com

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: 

https://www.businesswire.com/news/home/54188508/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ข้อมูลผู้ติดต่อองค์กร
Felix Wang
หัวหน้าฝ่ายแบรนด์และประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Gradiant
fwang@gradiant.com

ที่มา: Gradiant

Vortexa เปิดตัว ‘Anywhere Freight Pricing’: แพลตฟอร์มการกำหนดราคาค่าขนส่งระหว่างท่าเรือแห่งแรกสำหรับพลังงาน

Logo

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–20 กุมภาพันธ์ 2025

Vortexa ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการวิเคราะห์ตลาดพลังงานและการขนส่งสินค้าระดับโลก เปิดตัว Anywhere Freight Pricing ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกำหนดราคาขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือแห่งแรกของโลกสำหรับการซื้อขายพลังงาน โซลูชันที่ล้ำสมัยนี้ทำให้สามารถกำหนดราคาได้ทันทีและไม่จำกัดสำหรับเส้นทางขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสะอาด (Clean Petroleum Product หรือ CPP) ที่ใช้งานอยู่มากกว่า 50,000 เส้นทาง รวมถึงเส้นทางที่เป็นไปได้มากกว่า 70 ล้านเส้นทาง ซึ่งจะช่วยกำหนดมาตรฐานใหม่ทั้งหมดในด้านความเร็วและขนาดในตลาดการขนส่งสินค้าทั่วโลก

Fabio Kuhn, Founder and CEO of Vortexa (Photo: Business Wire)

Fabio Kuhn, ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Vortexa (ภาพ: Business Wire)

ตลาดการขนส่งสินค้าพลังงานนั้นต้องดิ้นรนกับกลไกการกำหนดราคาที่ไม่มีประสิทธิภาพสูงและความไม่สมดุลของข้อมูลที่สำคัญมาเป็นเวลานาน ซึ่ง Anywhere Freight Pricing จะช่วยให้ผู้ค้า ผู้เช่าเหมาลำ และเจ้าของเรือสามารถเข้าถึงและมีความโปร่งใสอย่างไม่มีใครเทียบได้ โดยได้กำหนดนิยามใหม่สำหรับการตัดสินใจซื้อขายสินค้า คือ:

  •  เข้าถึงได้ทันที: ประเภทเรือ ท่าเรือต้นทางและปลายทาง เพื่อรับอัตราค่าระวางล่าสุดสำหรับเส้นทางที่ระบุ โดยราคาจะอัปเดตทุกวัน เวลา 16.30 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร
  •  ครอบคลุมทั่วโลก: เส้นทางที่ใช้งานอยู่มากกว่า 50,000 เส้นทางและเส้นทางสะอาดที่เป็นไปได้มากกว่า 70 ล้านเส้นทาง
  •  เปรียบเทียบเส้นทางแบบไม่จำกัด: เพิ่มประสิทธิภาพตัวเลือกการกำหนดราคาโดยการประเมินหลายเส้นทาง รวมถึงการแยกรายละเอียดค่าธรรมเนียมท่าเรือและคลอง
  •  ข้อมูลในอดีต: ข้อมูลราคา 5 ปีสำหรับเส้นทางทั้งหมดเพื่อวิเคราะห์ตามฤดูกาลและแนวโน้ม พร้อมตัวเลือกการซ้อนทับสำหรับจำนวนเรือและสินค้า

“นับตั้งแต่เริ่มมีตลาดพลังงานโลก ผู้ค้าได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เข้าถึงราคาค่าขนส่งที่พุ่งสูงได้ทันทีและไม่จำกัด เพื่อประเมินแนวคิดในการซื้อขายของตนก่อนที่จะเข้าสู่ตลาด ด้วย Anywhere Freight Pricing Vortexa ได้ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นจริง โดยการเปลี่ยนแปลงวิธีการกำหนดราคาและการซื้อขายค่าขนส่งพลังงานไปตลอดกาล” Fabio Kuhn ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Vortexa กล่าว

การเปิดตัวครั้งนี้ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีเชิงลึกและข้อมูลการตลาดที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Vortexa โดยเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในตลาดที่ค่าขนส่งสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลกำไรมากขึ้นเรื่อยๆ การเปิดตัวครั้งแรกมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่สะอาด และจะมีการกำหนดราคาค่าขนส่งสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสกปรก (DPP) ที่จะตามมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เกี่ยวกับ Vortexa

Vortexa นำเสนอข้อมูลและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ชั้นนำของตลาดสำหรับตลาดพลังงานและการขนส่งสินค้า การผสมผสานความฉลาดของมนุษย์เข้ากับข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้ Vortexa ช่วยให้ลูกค้าสำรวจภูมิทัศน์พลังงานที่ซับซ้อนด้วยความชัดเจนและความมั่นใจที่มากขึ้น ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างอนาคตของตลาดพลังงาน Vortexa ช่วยให้ผู้ค้าพลังงาน นักวิเคราะห์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งได้รับความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดที่ซับซ้อนและคลุมเครือโดยการตัดสินใจซื้อขายด้วยความมั่นใจ Vortexa มีพนักงานจากหลากหลายสาขามากกว่า 170 คน โดยผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านพลังงานและการขนส่งสินค้า วิทยาศาสตร์ข้อมูล และวิศวกรรมที่ดีที่สุดในลอนดอน เจนีวา สิงคโปร์ ฮูสตัน นิวยอร์ก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: www.businesswire.com/news/home/54209688/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Richard Kewish, รองประธานฝ่ายโครงการเชิงกลยุทธ์และความร่วมมือ
vafp@vortexa.com

ที่มา: Vortexa