Category Archives: Travel & Leisure

12Go เปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับการเดินทางแบบครอบครัวในเอเชีย

Logo

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–11 ตุลาคม 2023

12Go ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียและให้บริการด้านการท่องเที่ยวในเอเชียเป็นหลัก โดยขายตั๋วออนไลน์สำหรับรถบัส เรือเฟอร์รี่ และรถไฟ เผยรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของหมู่นักเดินทางแบบครอบครัวในช่วงฤดูร้อนปี 2023

รายชื่อสถานที่นี้อิงตามข้อมูลตั๋วที่ครอบคลุมและรวบรวมโดยบริษัท 12Go ระบุสถานที่ท่องเที่ยวที่โดนใจลูกค้ามากที่สุดจากการวิเคราะห์ตั๋วที่ขายได้ตลอดทั้งปี

การวิเคราะห์แสดงให้เห็นถึง 10 ประเทศในเอเชียที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเดินทางของ 12Go ประกอบไปด้วยข้อมูลเชิงลึกของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา อินเดีย สิงคโปร์ และศรีลังกา

ไทยนำมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และเกาะสมุยนับเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศที่โดดเด่นสำหรับครอบครัว

อินโดนีเซียคว้าอันดับสองมาด้วยซานูร์ นูซาเปอนีดา และหมู่เกาะกีลี สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้มีชายหาดสวยงามและกิจกรรมทางน้ำต่างๆ ที่มอบประสบการณ์ตราตรึงใจในช่วงฤดูร้อน

เวียดนามอยู่ที่อันดับสามโดยมีฮานอย ดานัง และนิญบิ่ญเป็นที่น่าจับตามอง ครอบครัวนักเดินทางสามารถดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ สำรวจสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติ

ฟิลิปปินส์นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับครอบครัวอย่าง โบโฮล เซบู และมะนิลา

อันดับที่ 5 เป็นของมาเลเซีย โดยมีสามเมืองที่ฮอตที่สุด นั่นคือกัวลาลัมเปอร์ มะละกา และปะหัง ซึ่งรวบรวมเมืองน่าสำรวจและการผจญภัยกลางแจ้งไว้ด้วยกัน เหมาะสำหรับครอบครัวนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์การเดินทางที่รอบด้าน

กัมพูชาคว้าอันดับที่ 6 ด้วยพนมเปญและเสียมราฐ ประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศและความน่าทึ่งของโบราณสถานเหมาะสำหรับครอบครัวนักเดินทางที่อยากเจาะลึกถึงอดีต

อันดับที่ 7 เป็นของอินเดีย นำมาโดยเมืองที่โดดเด่นอย่างอัครา  ชัยปุระ และเดลี ครอบครัวนักเดินทางสามารถดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา สำรวจสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และลิ้มลองอาหารเลิศรส

ศรีลังกาครองอันดับ 8 ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงฤดูร้อนมากมายรวมถึงแคนดี้ และนูวาราเอลิยา ครอบครัวนักเดินทางสามารถเดินทางไปทั่วศรีลังกาเพื่อเพลิดเพลินกับภูมิทัศน์เขียวขจีและไร่ชา

อันดับที่ 9 นั้นเป็นของญี่ปุ่น ผู้นำเสนอเมืองที่มีชีวิตชีวาอย่างโตเกียวและเกียวโต ครอบครัวนักเดินทางสามารถสัมผัสกับความผสมผสานที่ลงตัวกันของประเพณีและความทันสมัย รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่เหมาะสำหรับครอบครัว

ปิดท้ายด้วยนครรัฐที่มีชีวิตชีวาอย่างสิงคโปร์ การผสมผสานกันของเมืองที่ทันสมัยและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัวที่มองหาวันหยุดพักผ่อนสุดตื่นเต้น

สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวสิบอันดับแรกของ 12Go ล้วนเป็นสถานที่ที่น่าทึ่งสำหรับประสบการณ์ที่มีคุณค่า การผจญภัยที่น่าจดจำ และการใช้เวลากับครอบครัว

12Go  https://12go.asia/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

รายชื่อติดต่อ

Tetiana But
tetiana.but@12go.asia

ที่มา: 12Go

OAG เปิดเผยข้อมูลว่า สนามบินกัวลาลัมเปอร์เป็นสนามบินที่มีการเชื่อมต่อมากที่สุดอันดับ 1 ในเอเชียแปซิฟิก

Logo

ข้อค้นพบที่สำคัญ:

  • สนามบินโตเกียวฮาเนดะ (HND) ขยับขึ้น 20 อันดับจากปี 2019 สู่อันดับที่ 2 ในกลุ่ม Megahubs ของเอเชียแปซิฟิก
  • สนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KUL) และสนามบินนานาชาติอินชอน (ICN) อยู่ในอันดับที่ 1 และ 2 ตามลำดับในการจัดอันดับกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ Top 25 Low-Cost Megahubs
  • สายการบิน AirAsia และ All Nippon Airways ครองส่วนแบ่งเที่ยวบินในสนามบินชั้นนำสองแห่งในเอเชียแปซิฟิก

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–20 กันยายน 2023

OAG เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลชั้นนำของโลกสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก ได้เปิดตัว Megahubs 2023 ในวันนี้ ซึ่งเป็นการจัดอันดับสนามบินที่มีการเชื่อมต่อระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก 50 อันดับแรกอย่างชัดเจน

Megahubs 20 อันดับแรกของโลกประกอบด้วยสนามบิน 7 แห่งในเอเชียแปซิฟิก ในบรรดาสนามบินที่มีการเชื่อมต่อมากที่สุดนั้น สนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KUL) ได้ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 4 จากที่อยู่นอก 10 อันดับแรกในปี 2019 ตามมาด้วยสนามบินฮาเนดะ (HND) ของโตเกียวซึ่งอยู่ที่อันดับที่ 5

Megahubs ห้าแห่งจาก 10 อันดับแรกของภูมิภาคนั้นตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึง อินชอน (ICN) ในอันดับที่ #3, กรุงเทพ (BKK) ในอันดับที่ #4 และ สิงค์โปร์ชางงี (SIN) ในอันดับที่ #5 สายการบินแอร์เอเชียนั้นก็ได้ให้บริการเที่ยวบิน 34% ที่กัวลาลัมเปอร์ (KUL) ซึ่งเป็นศูนย์กลางชั้นนำของภูมิภาค

ในบรรดา Megahubs กลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ 25 อันดับแรก (Top 25 Low-Cost Megahubs) เอเชียแปซิฟิกครองอันดับด้วยสนามบิน 13 แห่ง เอเชียใต้มีส่วนแบ่งกำลังการผลิตสูงสุดที่ดำเนินการโดย LCC ในทุกภูมิภาคที่ 63% ตามมาด้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ 53% กัวลาลัมเปอร์ (KUL) อยู่ในอันดับที่ 1 ด้วยการเชื่อมต่อกับกลุ่มต้นทุนต่ำเท่าที่จะเป็นไปได้ 11,188 จุดเชื่อมต่อ เชื่อมโยงจุดหมายปลายทางกว่า 100 แห่ง

“การฟื้นตัวของสนามบินในเอเชียแปซิฟิกสะท้อนให้เห็นถึงตำแหน่งสำคัญของพวกเขาในฐานะศูนย์กลางของเส้นทางที่พลุกพล่านที่สุดในโลก เช่น ทางเดินทางทางอากาศระหว่างฟุกุโอกะและโตเกียว ฮาเนดะ ซึ่งกลายเป็นสนามบินที่มีผู้คนพลุกพล่านเป็นอันดับสามของโลก” Mayur Patel หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ OAG กล่าว “การเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งของสนามบินเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

หากต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมและระเบียบวิธีวิจัยทั้งหมด โปรดดูการวิเคราะห์ที่นี่

เกี่ยวกับ OAG
OAG เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลชั้นนำสำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางทั่วโลก ซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศมาตั้งแต่ปี 1929 OAG มีเครือข่ายข้อมูลเที่ยวบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมการเดินทางทั้งหมดตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงประสบการณ์ของลูกค้า มีลูกค้าได้แก่ สายการบิน สนามบิน ผู้ใช้เทคโนโลยีการเดินทาง ผู้ให้บริการด้านการบิน หน่วยงานราชการ สถาบันการเงิน และที่ปรึกษาต่างๆ OAG มีสำนักงานใหญ่ในสหราชอาณาจักร และดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน และลิทัวเนีย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.oag.com และติดตามเราได้ที่ Twitter @OAG Aviation

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Chrissy Azevedo ผู้ประสานงาน Corporate Ink สำหรับ OAG
pressoffice@oag.com

ที่มา: OAG

AI สามารถช่วยคุณจองทริปที่สมบูรณ์แบบได้แล้วในวันนี้

Logo

REYKJAVIK, Iceland–(BUSINESS WIRE)–14 กันยายน 2023

Guide to Europe ประกาศความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ในการวางแผนการเดินทาง: Travis นักวางแผนการเดินทางด้วย AI ที่ดำเนินการโดย AI โดยนำเสนอแผนการเดินทางที่ปรับให้เหมาะสมแก่ผู้ใช้ โดยอิงจากความต้องการของลูกค้า สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง การผสมผสานข้อมูลรีวิว เวลาเปิดทำการ และตัวแปรสำคัญอื่นๆ

Helgi Páll Helgason is the visionary of Travis and the Head of AI at Travelshift, the maker of Guide to Europe (Photo: Business Wire)

Helgi Páll Helgason เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ Travis และหัวหน้าฝ่าย AI ของ Travelshift ผู้สร้างสรรค์ Guide to Europe (ภาพถ่าย: Business Wire)

การใช้อัลกอริธึม AI ที่ล้ำสมัยนี้ Travis มีการคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยงที่ไม่มีใครเทียบและมีการปรับเส้นทางให้เหมาะสมเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น

Chatbot ก้าวไปไกลกว่าการวางแผนแบบเดิมๆ ด้วยการนำเสนอบริการที่ดีที่สุดที่มีการปรับให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าและรีวิว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดูและจองทริปทั้งหมดได้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงขั้นตอนเดียว

Dr. Helgi Helgason หัวหน้าฝ่าย AI ของ Guide to Europe และผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลสำหรับ Travis กล่าว “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว Chatbot ที่ปฏิวัติวิธีการวางแผนการเดินทางของผู้คนต่างๆ Travis ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโต้อตอบและค้นหาทริปที่สมบูรณ์แบบได้โดยใช้ภาษาธรรมชาติ คุณไม่จำเป็นแม้การระบุจุดหมายปลายทาง คุณยังสามารถระบุประสบการณ์ที่คุณต้องการ เช่น สภาพอากาศ ภูมิภาค หรือวัฒนธรรม Travis สามารถประหยัดเวลาและลดความเครียดของลูกค้าได้โดยลูกค้าสามารถจองทริปที่วางแผนไว้อย่างสมบูรณ์แบบได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ”

Helgi กล่าวเสริมว่า “Travis ไม่ได้เป็นเพียงนักวางแผนการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เปลี่ยนเกม โดยการใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาล ช่วยในการวางแผนการเดินทางสำหรับคุณได้อย่างพิถีพิถัน พร้อมความมั่นใจว่า เราสามารถทำได้เกินขีดความสามารถของมนุษย์ทั้งในด้านความแม่นยำและความรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงการจองทริปเท่านั้น แต่เป็นการทำให้ทริปนั้นสมบูรณ์แบบ”

พร้อมการเปิดตัวบริการที่เป็นนวัตกรรมนี้ Guide to Europe ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว โดยนำเสนอมิติใหม่ในการวางแผนการเดินทาง การค้นหา และการจองวันหยุดในยุโรป

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53554011/en

ติดต่อ

Dr. Helgi Páll Helgason, helgi@travelshift.com

แหล่งข้อมูล: Travelshift

Seoul Edition 23 เปิดตัวแคมเปญระดับโลก “Seoul, Make It Yours” โดย V วง BTS

Logo

โซล เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–4 กันยายน 2023

รัฐบาลกรุงโซลและองค์การการท่องเที่ยวกรุงโซลประกาศเปิดตัว Seoul Edition 23: New Tradition วิดีโอแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงโซลที่ร่วมกับ V ศิลปินวง BTS ทั่วโลกในวันที่ 1 กันยายน วิดีโอทีเซอร์ได้รับการตอบรับอย่างมีล้นหลาม โดยมียอดดูถึง 400,000 ครั้งในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

Seoul Tourism Organization has released Seoul Edition 23: New Tradition, a Seoul tourism promotional campaign video featuring BTS member V on VisitSeoul TV, the official YouTube channel for Seoul tourism. (Graphic: Business Wire)

องค์การการท่องเที่ยวกรุงโซลได้เปิดตัว Seoul Edition 23: New Tradition ซึ่งเป็นวิดีโอแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงโซลที่มี V ศิลปินวง BTS บน VisitSeoul TV ซึ่งเป็นช่อง YouTube อย่างเป็นทางการสำหรับการท่องเที่ยวกรุงโซล (กราฟิก: Business Wire)

แคมเปญภาคที่สอง Seoul Edition 23: Nature in the City มีกำหนดปล่อยวันที่ 8 กันยายน

วิดีโอส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงโซลประจำปี 2023 ที่ร่วมกับ V ศิลปินวง BTS และทูตการท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์ของกรุงโซลเผยแพร่ทาง VisitSeoul TV (https://www.youtube.com/VisitSeoulTV) ซึ่งเป็นช่อง YouTube อย่างเป็นทางการสำหรับการท่องเที่ยวกรุงโซลที่ดำเนินการโดยองค์การการท่องเที่ยวกรุงโซล

วิดีโอชุดแรก New Tradition เป็นการแนะนำกรุงโซลและความสามารถในการรวบรวมองค์ประกอบของอดีตเข้ากับในยุคปัจจุบัน วิดีโอเริ่มต้นด้วยชื่อ Seoul Edition โดยมี V อยู่ในฉากหลังของกรุงโซล จากนั้นจะดำเนินต่อไปเพื่อแสดงให้เห็นว่าเครื่องหมายและสัญลักษณ์แบบดั้งเดิมของเมืองยังคงรวมอยู่ในชีวิตประจำวันของเราในรูปแบบที่ทันสมัย เช่น แฟชั่น Y2K ที่พบในตลาดทงมโย ร้านกาแฟสมัยใหม่ในตลาดแบบดั้งเดิม และนิทรรศการสถาปัตยกรรมสื่อในจัตุรัสควางฮวามุน วิดีโอปิดท้ายด้วยข้อความว่า Seoul, Make It Yours เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมทั่วโลกอยากที่จะคว้าโอกาสเพื่อสัมผัสกับกรุงโซลในทันที

วิดีโอชุดที่สอง Nature in the City ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 8 กันยายน นำเสนอวิถีชีวิตของชาวโซลที่โอบกอดธรรมชาติในย่านใจกลางเมืองที่พลุกพล่าน

นอกจากนี้ กิจกรรม Seoul Edition Hashtag จะจัดขึ้นเป็นเวลาหนึ่งเดือนในเดือนกันยายนทางช่องทางโซเชียลมีเดียของ Visit Seoul ผู้ที่โพสต์แฮชแท็กที่กำหนดพร้อมรูปถ่ายสถานที่ที่ต้องการเยี่ยมชมหรือแนะนำ จะได้เข้าร่วมการจับรางวัลเพื่อรับสิทธิ์ลุ้นตั๋วเครื่องบินไป-กลับกรุงโซล รวมถึงบัตรกำนัลการเข้าพักที่โรงแรมระดับห้าดาวเป็นเวลาสองคืน สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ช่องทาง Instagram อย่างเป็นทางการของ Visit Seoul (@visitseoul_official) และช่องทางโซเชียลมีเดีย Visit Seoul อื่น ๆ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน

แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงโซลมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการจัดแสดงสโลแกนใหม่ของรัฐบาลกรุงโซลอย่าง Seoul, My Soul ไปทั่วโลก ภายใต้สโลแกนใหม่นี้ เนื้อหาแคมเปญจะถูกเผยแพร่สู่ผู้คนทั่วโลกโดยใช้ช่องทางสื่อกลางแจ้งที่มีอิทธิพลในหกเมืองใหญ่ รวมถึงไทม์สแควร์ในนิวยอร์กซิตี้ โตเกียว เซี่ยงไฮ้ กรุงเทพฯ และไทเป เนื้อหาที่แสดงทั้งหมดจะสอดคล้องกับธีมของการถ่ายเซลฟี่กับ V โดยหวังว่าจะสร้างกระแสในหมู่แฟน ๆ และผู้ชมที่สนใจในชุมชนทั่วโลก

แคมเปญนี้จะถูกเผยแพร่ทั่วโลกในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และภูมิภาคอื่น ๆ ของเอเชีย ผ่านทางเครือข่ายโทรทัศน์หลัก ๆ เช่น CNN และ NBC รวมถึงสื่อ New York Times

นอกเหนือจากการส่งเสริมโซลให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว องค์การการท่องเที่ยวกรุงโซลต้องการจะสื่อข้อความอันหนักแน่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการอธิบายว่ากรุงโซลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้นเป็น “สิ่งที่หาไม่ได้จากที่ไหน” แคมเปญนี้ยังให้ความสำคัญกับการกำหนดโทนภาพลักษณ์ของกรุงโซลในฐานะเมืองที่โอบรับเทรนด์ “newtro” ควบคู่ไปกับความสามารถในการกลมกลืนกับธรรมชาติทั้งในและรอบ ๆ กรุงโซล

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53547150/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

รายชื่อติดต่อ

Kwon Dayoung
kndy@sto.or.kr

ที่มา: องค์การการท่องเที่ยวกรุงโซล


ศาลาว่าการกรุงโตเกียวเปิดไซต์ประชาสัมพันธ์ “#Tokyo Tokyo BASE” ในอาคารผู้โดยสาร 3 ของสนามบินนานาชาติฮาเนดะ

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–1 กันยายน 2023

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2023 ศาลาว่าการกรุงโตเกียวได้เปิดไซต์ประชาสัมพันธ์ของโตเกียว “#Tokyo Tokyo BASE” ในอาคารผู้โดยสาร 3 ของสนามบินนานาชาติฮาเนดะ โตเกียว และประตูสู่ท้องฟ้าของญี่ปุ่น

Opening ceremony (Photo: Business Wire)

พิธีเปิด (ภาพ: Business Wire)

“#Tokyo Tokyo BASE” จัดตั้งขึ้นเพื่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเกี่ยวกับเสน่ห์ของโตเกียว ที่ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมล้ำสมัยอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เราจะจำหน่าย “Tokyo Omiyage (ของที่ระลึกของโตเกียว)” ที่พัฒนาร่วมกัน โดยศาลาว่าการกรุงโตเกียวกับธุรกิจเอกชน เช่น งานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม เครื่องเขียน และอาหาร นอกจากการขายของที่ระลึกแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปและประสบการณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบลงมือปฏิบัติจริงในร้านอีกด้วย เพื่อเผยแพร่เสน่ห์ดึงดูดใจของโตเกียว

Hello Kitty และ Hakken ร่วมงานประชาสัมพันธ์ “Tokyo Omiyage (ของที่ระลึกของโตเกียว)”

Hello Kitty ตัวละครจาก Sanrio ที่มีชื่อเสียงระดับโลกและคอสเพลย์เยอร์ Hakken ซึ่งเป็นทูตการท่องเที่ยวกรุงโตเกียว ได้ปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญพิเศษในพิธีเปิดเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดร้านและกิจกรรมภายในร้าน ซึ่งได้สร้างสีสันในการเปิดร้านครั้งนี้

Hakken ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปิดร้านว่า “ฉันตั้งตารอคอยมากว่าที่ร้านจะมีจำหน่ายอะไรบ้าง” ซึ่งเขาได้ลองเสี่ยงโชคหยิบโอมิคุจิ (แผ่นทำนายดวงชะตา) ที่ร้านและดูเหมือนเขาจะชอบพัดไม้ไซเปรสที่โอมิคุจิแนะนำ และยังกล่าวถึงพัดว่ามี “กลิ่นที่ดมแล้วผ่อนคลาย”

ในคำกล่าวเปิดงาน Akiko Matsumoto รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการอุตสาหกรรมและแรงงาน ศาลาว่าการกรุงโตเกียว กล่าวว่า “ฉันอยากให้คุณสัมผัสเสน่ห์อันหลากหลายของโตเกียวด้วยร้านนี้”

ภาพรวมร้านค้า

ที่อยู่:

อาคารผู้โดยสาร 3 ของสนามบินนานาชาติฮาเนดะ ชั้น 4  EDO MARKET PLACE (2-6-5, สนามบินนานาชาติฮาเนดะ, เขตโอตะ, โตเกียว)

เวลาทำการ:

8.00 น. ถึง 21.00 น.

เนื้อหาการใช้งาน:

  • จำหน่าย “Tokyo Omiyage (ของที่ระลึกของโตเกียว)”
    โปรดดูผลิตภัณฑ์ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
    https://tokyotokyo.jp/article/omiyage/
  • จัดแสดงเวิร์คช็อปและประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
  • ป้าย มุมประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ที่สื่อถึง “ยุคปัจจุบัน” ของโตเกียว

©'23 SANRIO CO., LTD. APPR.NO L642720

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่https://www.businesswire.com/news/home/53527558/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

รายชื่อติดต่อ

สำหรับนักข่าวที่ต้องการติดต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้
Shigeki Yamaguchi
ผู้อำนวยการฝ่ายขายเมือง แผนกการท่องเที่ยว สำนักอุตสาหกรรมและแรงงาน ศาลาว่าการกรุงโตเกียว
Shigeki_Yamaguchi@member.metro.tokyo.jp

ที่มา: Tokyo Metropolitan Government




เนื่องจาก teamLab Planets ในโตเกียวได้ต้อนรับผู้เยี่ยมชมจากต่างประเทศกว่า 1 ล้านคนในช่วง 6 เดือน Immersive Museum จึงได้เปิดตัวพื้นที่สำหรับงานศิลปะใหม่อีกครั้ง

Logo

ด้วยรายงานว่าประมาณ 1 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มาเยือนญี่ปุ่นนั้นเข้าเยี่ยมชม teamLab Planets พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเปิดให้บริการจนถึงปี 2027

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–31 สิงหาคม 2023

teamLab Planets TOKYO DMM (“teamLab Planets”) ซึ่งพิพิธภัณฑ์แบบให้ร่างกายของผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมกับชิ้นงาน (body-immersive museum)โดยกลุ่มศิลปะ teamLab ในโทโยสุ กรุงโตเกียว ได้เฉลิมฉลองการครบรอบปีที่ห้าด้วยการปรับปรุงพื้นที่งานศิลปะใหม่ เพื่อทำให้มันเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำยิ่งขึ้น

As visitors touch the countless crystals of light floating in the air, the work transforms interactively. On view at teamLab Planets, a body immersive museum in Toyosu, Tokyo. (teamLab, Ephemeral Solidified Light / Photo: teamLab)

เมื่อผู้เข้าชมสัมผัสคริสตัลไฟนับไม่ถ้วนที่ลอยอยู่ในอากาศ ผลงานศิลปะดังกล่าวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบที่ผู้เข้าชมมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ภาพที่ teamLab Planets ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผู้เข้าชมมีโอกาสคลุกคลีกับงานศิลปะที่ย่านโทะโยะซุในกรุงโตเกียว (teamLab, โซน Ephemeral Solidified Light / รูปถ่าย: teamLab)

ในช่วงหกเดือนตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงสิงหาคม 2023 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ต้อนรับผู้เข้าชมประมาณหนึ่งล้านคนจาก 182 ประเทศและภูมิภาคนอกประเทศญี่ปุ่น คิดเป็น 70% ของจำนวนผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด (*1) ทั้งยังมีรายงานด้วยว่าประมาณ 1 ใน 10 ของผู้มาเยือนญี่ปุ่นจากต่างประเทศมาเยี่ยมชม teamLab Planets (*2)

การติดตั้งที่เพิ่งเปิดตัวใหม่EPHEMERAL SOLIDIFIED LIGHT

ภายในงานศิลปะอันน่าตื่นตาซึ่งผู้มาเยือนสัมผัสได้ด้วยการลงไปในน้ำ และยังมีมวลแสงจำนวนนับไม่ถ้วนลอยอยู่ในอากาศ โดยแต่ละดวงประกอบด้วยสีสันหลากหลาย ขอบของแต่ละสีนั้นแยกออกจากกันอย่างชัดเจนราวกับเป็นของแข็ง การแยกมวลแสงที่ดูเหมือนสีทึบนั้นไม่พบในโลกธรรมชาติ และเกิดจากการประสานกันอย่างรุนแรง ปรากฏการณ์การประสานกันนี้สร้างโครงสร้างที่มีลำดับขนาดใหญ่ผ่านการจัดระเบียบตนเองเมื่อเวลาผ่านไป

การปรับปรุงพื้นที่งานศิลปะใหม่

ใน The Infinite Crystal Universe งานศิลปะนั้นสร้างประติมากรรมสามมิติจากกลุ่มของจุดแสง ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมในชิ้นงานได้โดยใช้แอป teamLab และสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมกับคนอื่นๆ ในพื้นที่ ด้วยการขว้างดาวที่คุณเลือกจากแอป ประติมากรรมแสงจะถูกสร้างขึ้นต่อหน้าคุณรวมทั้งพื้นที่ของชิ้นงานนี้ก็ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มประติมากรรมแสงเหล่านี้ด้วย ด้วยการปรับปรุงใหม่ ประติมากรรมแสงใหม่ห้าชิ้นได้ถูกเพิ่มเข้ามาในสถานที่จัดวาง

การแสดงผลงานศิลปะประกอบไปด้วยวงกลมของแสงที่จะเปลี่ยนเป็นสีคลุมเครือตามปฏิกิริยาตอบโต้ของผู้คน Expanding Three-dimensional Existence in Transforming Space และพื้นที่งานศิลปะอื่นๆ หลายแห่งที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การดื่มด่ำด้วยร่างกายทั้งหมดได้

นอกจากนี้ teamLab Planets ซึ่งเดิมมีกำหนดปิดในปลายปี 2023 ได้ถูกขยายออกไปจนถึงสิ้นปี 2027 เนื่องจากความนิยมของพิพิธภัณฑ์อีกด้วย

แนวคิดเบื้องหลัง TEAMLAB PLANETS

เชื่อมโยงกับผู้อื่น  พาร่างกายทั้งหมดเข้าไป รับรู้ด้วยร่างกายของคุณ และหลอมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันกับโลก

teamLab Planets เป็นพิพิธภัณฑ์ที่คุณจะได้เดินผ่านน้ำ และสวนซึ่งทำให้คุณเป็นหนึ่งเดียวกับดอกไม้ ที่นั่นประกอบด้วยพื้นที่แสดงผลงานศิลปะขนาดใหญ่ 4 แห่ง และสวน 2 แห่งซึ่งสร้างโดยกลุ่มงานศิลปะ teamLab

ผู้คนจะเดินเท้าเปล่าและดื่มด่ำกับงานศิลปะอันกว้างใหญ่ร่วมกับคนอื่นๆ โดยงานศิลปะนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามการปรากฏตัวของผู้คน ทำให้การรับรู้ขอบเขตระหว่างตนเองกับผลงานพร่ามัว เมื่อบุคคลอื่นๆ ก็มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงของงานศิลปะ ทำให้ขอบเขตระหว่างตนเองกับผลงานนั้นไม่ชัดเจน และสร้างความต่อเนื่องกันระหว่างตนเอง ศิลปะ และผู้อื่น

*1 เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ teamLab Planets ข้อมูลการซื้อตั๋ว (ข้อมูลได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2023)
*2 “Amazing Nippon / Digital Art Museum in Tokyo Enchants Overseas Tourists – The Japan News” The Japan News โดย the Yomiuri Shimbun 5 สิงหาคม 2023.

เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์

teamLab Planets TOKYO DMM
6-1-16 Toyosu, Koto-ku, Tokyo
https://www.teamlab.art/e/planets/

เวลาทำการ
กันยายน – พฤศจิกายน: 09:00 – 22:00
*เข้าได้รอบสุดท้าย 1 ชั่วโมงก่อนปิด

*เวลาทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพื่อดูข้อมูลล่าสุด
วันหยุด: 6 กันยายน (พุธ), 4 ตุลาคม (พุธ), 8 พฤศจิกายน (พุธ)

ค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป): 3,800 เยน

นักเรียน (อายุ 13 – 17 ปี): 2,300 เยน

เด็ก (4 – 12 ปี): 1,300 เยน

3 ปีและต่ำกว่า: ฟรี

ส่วนลดสำหรับผู้ทุพพลภาพ: 1,900 เยน

ร้านจำหน่ายตั๋วอย่างเป็นทางการ
https://teamlabplanets.dmm.com

ร้านอาหารและร้านค้า
Vegan Ramen UZU Tokyo: https://vegan-uzu.com/pages/uzu-tokyo-en
teamLab Flower Shop: https://www.teamlab.art/e/flowershop/

สำหรับสื่อ
ชุดข่าวประชาสัมพันธ์: https://goo.gl/tQXMLm
วิดีโอไฮไลท์: https://youtu.be/KAQMAzRjoH0

เกี่ยวกับ PLANETS Co., Ltd.

ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ดำเนินการและจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกของ teamLab Planets TOKYO

ที่ตั้ง: โตเกียวนิฮอนบาชิทาวเวอร์ ชั้น 10, 2-7-1 นิฮงบาชิ, ชูโอ-คุ, โตเกียว

ตัวแทน: ทาคูมิ โนโมโตะ

เกี่ยวกับ teamLab

teamLab (f. 2001) คือกลุ่มศิลปะระดับนานาชาติ แนวทางปฏิบัติร่วมกันของพวกเขาคือการมุ่งหวังที่จะนำทางการบรรจบกันของศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโลกธรรมชาติ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญแบบสหวิทยาการ รวมถึงศิลปิน โปรแกรมเมอร์ วิศวกร นักสร้างแอนิเมชัน CG นักคณิตศาสตร์ และสถาปนิก มีเป้าหมายที่จะสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับโลก ตลอดจนการรับรู้รูปแบบใหม่ผ่านงานศิลปะ

เพื่อทำความเข้าใจโลกรอบตัวพวกเขา ผู้คนจึงแบ่งโลกออกเป็นอัตลักษณ์อิสระโดยมีขอบเขตการรับรู้ระหว่างพวกเขา teamLab พยายามที่จะก้าวข้ามขอบเขตเหล่านี้ในการรับรู้โลกของเรา ความสัมพันธ์ระหว่างตัวตนกับโลก และความต่อเนื่องของเวลา ทุกสิ่งดำรงอยู่ในความต่อเนื่องที่ยาวนาน เปราะบาง แต่อัศจรรย์ และไร้ขอบเขต

นิทรรศการ teamLab จัดขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงนิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส สิงคโปร์ ซิลิคอนแวลลีย์ ปักกิ่ง และเมลเบิร์น และอื่นๆ อีกมากมาย พิพิธภัณฑ์ teamLab และนิทรรศการถาวรขนาดใหญ่ ได้แก่ teamLab Borderless และ teamLab Planets ในโตเกียว, teamLab Borderless Shanghai, teamLab SuperNature Macao และ teamLab Massless Beijing และอื่นๆ อีกมากมายที่จะเปิดตัวในเมืองต่างๆ เช่น อาบูดาบี ฮัมบูร์ก เจดดาห์ และอูเทรคต์

ผลงานของ teamLab อยู่ในคอลเลกชันถาวรของพิพิธภัณฑ์Museum of Contemporary Art ที่ลอสแอนเจลิส หอศิลป์แห่งนิวเซาธ์เวลส์ ซิดนีย์; หอศิลป์แห่งเซาท์ออสเตรเลีย แอดิเลด; พิพิธภัณฑ์ศิลปะAsian Art Museum ซานฟรานซิสโก; พิพิธภัณฑ์สมาคมเอเชีย นิวยอร์ก; Borusan Contemporary Art Collection ในอิสตันบูล; หอศิลป์แห่งชาติวิกตอเรีย เมลเบิร์น; และเอมอส เร็กซ์, เฮลซิงกิ และอื่นๆ อีกมากมาย

teamLab นำเสนอโดย Pace GalleryMartin Browne Contemporary และ Ikkan Art

teamLab: https://www.teamlab.art/
Instagram: https://instagram.com/teamlab/
Facebook: https://www.facebook.com/teamLab.inc
Twitter: https://twitter.com/teamLab_net
YouTube: https://www.youtube.com/c/teamLabART

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53546601/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

PLANETS Co., Ltd. Public Relations Department
E-mail: pr-info@planets.art
การสัมภาษณ์: https://forms.gle/fAtnDKLpQKFME6XR9

ที่มา: PLANETS Co., Ltd.



Al Marjan Island เตรียมนำเสนอ W Al Marjan Island โรงแรมแห่งที่สองของ Marriott International บนชายฝั่งของเกาะ

Logo

ราสอัลไคมาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE )–31 สิงหาคม 2023

Marjan ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในราสอัลไคมาห์ ได้ประกาศเปิดตัวโรงแรม W Hotel บน Al Marjan Island ด้วยความร่วมมือระหว่าง Marriott International, Inc. และ Dalands Holding

Al Marjan Island to feature Marriott International's second hospitality offering on its shores: W Al Marjan Island (Photo: AETOSWire)

Al Marjan Island เตรียมนำเสนอ W Al Marjan Island โรงแรมแห่งที่สองของ Marriott International บนชายฝั่งของเกาะ (ภาพ: AETOSWire)

Al Marjan Island มีกำหนดเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงต้นปี 2027 และพร้อมที่จะเดินหน้าบรรลุความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร 2 ประการ คือการเป็นธุรกิจโรงแรมแห่งที่สองบนเกาะนี้ของ Marriott International และเป็นโรงแรมแห่งแรกในราสอัลไคมาห์ของ W Hotel โดยนำการออกแบบที่โดดเด่นของแบรนด์ บริการที่โดดเด่นและโปรแกรมที่พร้อมใช้งานเสมอไปอยู่ที่เอมิเรตตอนเหนือ

จุดหมายปลายทางแห่งนี้ตั้งอยู่บนหมู่เกาะหลักของ Marjan โดยมีฉากหลังที่งดงามของคาบสมุทรอาหรับ และล้อมรอบด้วยเทือกเขา Yanas และ Jais โรงแรมจะช่วยยกระดับจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนที่เจริญรุ่งเรืองนี้ให้มีความน่าดึงดูดไปอีกระดับ

ด้วยห้องพักและห้องสวีทในโรงแรมจำนวน 300 ห้องพร้อมวิวทะเลอันกว้างไกล ที่พักอันงดงามแห่งนี้คาดว่าจะมีพื้นที่อันเป็นเอกลักษณ์ เช่น ห้องนั่งเล่น, ดาดฟ้า WET, W Lounge, AWAY Spa และฟิตเนสเซ็นเตอร์ FIT พร้อมด้วยร้านอาหาร 3 แห่งและพื้นที่ค้าปลีก

Abdulla Al Abdouli ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Marjan กล่าวว่า “เนื่องจากราสอัลไคมาห์มีจุดยืนที่แข็งแกร่งในด้านภูมิทัศน์การท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างเป็นที่ยอมรับ เราจึงภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมสำคัญในการเพิ่มความน่าเชื่อถือและความน่าดึงดูดให้กับที่แห่งนี้ในสายตานักลงทุนทั่วโลก ความมุ่งมั่นนี้ได้นำไปสู่โครงการอันทรงเกียรติมากมาย ดังตัวอย่างจากการเปิดตัวเกาะ W Al Marjan Island”

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ Dalands Holding เพื่อนำความมีชีวิตชีวาและการออกแบบแบบไดนามิกของ W มาสู่ Al Marjan Island” Saahil Lalit รองประธานฝ่ายพัฒนา ตะวันออกกลาง บริษัท Marriott International กล่าว “ราสอัลไคมาห์จะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนที่เป็นที่ต้องการซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมชมชายหาดและสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามต่อไป”

Saurabh Gupta ซีอีโอของ Dalands Holding กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการพัฒนาที่ไม่ซ้ำใครนี้จะได้รับความนิยมอย่างมากจากการออกแบบที่โดดเด่น ที่พักหรูหรา และตัวเลือกอาหารที่ทันสมัย เช่นเดียวกับโรงแรมหรูอื่นๆ ในผลงานของเรา เรากำลังพัฒนา W Al Marjan Island เพื่อตอบสนองความต้องการของแขกในอนาคต โดยคัดสรรข้อเสนอสุดพิเศษและประสบการณ์อันน่าจดจำ”

ด้วยหาดทรายขาวที่ทอดยาวกว่า 7.8 กม. และพื้นที่ริมน้ำยาว 23 กม. Al Marjan Island ได้สร้างจินตนาการใหม่ให้กับการใช้ชีวิตริมน้ำที่หรูหราในราสอัลไคมาห์ด้วยกิจกรรมและกีฬาทางน้ำต่างๆ

*ที่มาAETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:

https://www.businesswire.com/news/home/53547343/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

รายชื่อติดต่อ

Nivine William 
nivine.william@bcw-global.com

ที่มา: Marjan



National Forestry and Grassland Administration: หมู่บ้านเล็กๆ ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกทึ่งอย่างไร ดู Yucun เพื่อหาคำตอบ

Logo

หูโจว ประเทศจีน–(BUSINESS WIRE)–21 สิงหาคม 2023

Anji Yucun อยู่ในเมืองหูโจว มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งตั้งชื่อตาม Yuling ตั้งอยู่ในเส้นทางของภูเขา Tianmu มีพื้นที่ 4.86 ตารางกิโลเมตร ถึงจะเล็กแต่ก็มีชื่อเสียง เนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดของ “น้ำใสสะอาดและภูเขาเขียวขจีที่เป็นสินทรัพย์อันประเมินค่าไม่ได้” Yucun มุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยมีความงดงามทางนิเวศวิทยา ความเจริญรุ่งเรืองทางอุตสาหกรรม และความร่ำรวยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างอันมีค่าสำหรับการสร้างอารยธรรมทางนิเวศวิทยาของจีน

Aerial view of Yucun (Photo: Business Wire)

ภาพถ่ายจากมุมสูงของ Yucun (ภาพ: Business Wire)

Yucun ผสมผสานการเกษตรเชิงนิเวศเข้ากับการท่องเที่ยว เปลี่ยนเหมืองร้างและโรงงานซีเมนต์ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว แทนที่ไม้ไผ่ ชาขาวและการท่องเที่ยวเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีลักษณะเฉพาะ และเปลี่ยนฟาร์มให้เป็นบ้านไร่และโฮมสเตย์ที่มีลักษณะเฉพาะ ในฐานะที่เป็นหมู่บ้านแรกที่ได้รับเลือกให้เป็น “หมู่บ้านท่องเที่ยวที่ดีที่สุด” โดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หมู่บ้านแห่งนี้รับนักท่องเที่ยวกว่า 700,000 คนในปี 2022

Yucun ก่อตั้ง “หมู่บ้านปลอดคาร์บอน” แห่งแรกของจีน และเพิ่มสร้างอาคารที่ทันสมัย ​​”Yucun Impression” ที่เปลี่ยนจากโรงงานเคมีเสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นอาคารปลอดคาร์บอนอย่างแท้จริง จึงอาศัยระบบผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์จากพลังงานหมุนเวียนเพื่อชดเชยคาร์บอน

ความสำคัญเชิงนิเวศน์และการพัฒนาสีเขียวได้เปลี่ยนแปลงการผลิตและชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ไป ในเดือนกรกฎาคม 2022 ได้มีการเปิดตัว “Yucun Global Partner Program” โดยเชิญผู้มีความสามารถระดับโลกมาร่วมกันสร้าง Yucun และขยายการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เพื่อขยายช่องทางการเปลี่ยนแปลงจาก “น้ำใสและภูเขาเขียวขจี” เป็น “ทรัพย์สินที่ประเมินค่าไม่ได้” Yucun ร่วมมือกับหมู่บ้าน 24 แห่งในสามเมืองโดยรอบเพื่อสร้าง “Great Yucun” โดยสร้างพิมพ์เขียวสำหรับพื้นที่ผู้ประกอบการ 100,000 ตร.ม. พื้นที่โรงงานกว่า 20,000 ตร.ม. ป่าไผ่และพื้นที่เพาะปลูกเกือบ 60,000 mu

Yucun ดำเนินบนเส้นทางการพัฒนาสีเขียวอย่างถูกต้อง และมีรายได้รวมทางเศรษฐกิจ 13.05 ล้านหยวนในปี 2022 โดยมีรายได้สุทธิต่อหัว 64,000 หยวน และรายได้จากการดำเนินงานมากกว่า 8 ล้านหยวน

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: www.businesswire.com/news/home/20230818921835/en/

ติดต่อ

Leiying
937449597@qq.com
http://www.forestry.gov.cn/lyj/1/lcdt/20230818/517777.html

แหล่งที่มา: National Forestry and Grassland Administration

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

OAG เข้าซื้อกิจการของ Infare และร่วมลงทุนใหม่กับ Vitruvian Partners

Logo

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มข้อมูลตั๋วเดินทางสายการบินเข้าในแพลตฟอร์มข่าวกรองชั้นนำอัจฉริยะสำหรับตลาดของ OAG

LONDON–(BUSINESS WIRE)–28 กรกฎาคม 2023

OAG แพลตฟอร์มข้อมูลชั้นนำสำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางทั่วโลกได้เข้าซื้อกิจการของ Infare ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านข้อมูลการเดินทางทางอากาศจาก Ventiga Capital ตามข้อตกลงที่มีมูลค่ากิจการที่ร่วมกันกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ OAG และ Infare จะมีก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้นในอนาคตจากการใช้ประโยชน์ของแพลตฟอร์มข้อมูลแบบ end-to-end เพื่อตอบสนองความต้องการทั่วโลกด้านข่าวกรองการเดินทางทางอากาศที่สำคัญ

ด้วยมรดกทางอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง ทั้งสองธุรกิจนี้มีแนวคิดเดียวกันด้านคุณภาพ ความแม่นยำ และการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จึงทำให้การจับมือในครั้งนี้จะทำให้ OAG และ Infare มีโอกาสสำคัญในการขยายบริการพันธมิตรสายการบินและระบบนิเวศการเดินทางให้กว้างขึ้น พร้อมข้อมูลและโซลูชันเชิงนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูง

Infare เป็นพันธมิตรทางเลือกสำหรับสายการบินที่ต้องการแหล่งข้อมูลการเดินทางทางอากาศที่มีคุณภาพดีเยี่ยม เพื่อรองรับการเติบโตของสายการบิน การรวมโซลูชันข้อมูลที่มีอยู่ของ OAG เข้ากับระบบข้อมูลตั๋วเดินทางของสายการบินจะสร้างข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับลูกค้า เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพรวมของอุปสงค์และอุปทานได้กว้างขึ้น ระบบนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถคาดการณ์ทรัพยากร ประเมินความต้องการในการเดินทางและการแข่งขัน และสร้างโมเดลที่ซับซ้อนและเป็นนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อเสริมรายได้และการเติบโตของผลกำไร

โดยการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ ทำให้ OAG เติบโตมากขึ้นและมีพนักงานกว่า 300 คนทั่วโลกในสำนักงาน 10 แห่ง

Phil Callow, CEO ของ OAG กล่าว

ไดนามิกที่เพิ่มขึ้นในการเดินทางและเทคโนโลยีทั่วโลกกระตุ้นให้มีความต้องการข้อมูลที่ละเอียดและซับซ้อนมากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจ จัดการ และเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในการเดินทางทางอากาศ การเข้าซื้อกิจการของ Infare จะช่วยเสริมความสามารถของเราในการนำเสนอข้อมูลที่สอดคล้องกับแม่นยำทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานและอุปสงค์ที่กว้างขึ้น และช่วยให้ทั้งลูกค้าเก่าและใหม่สามารถเติบโตและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ฉันรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากจะได้ต้อนรับเพื่อนร่วมงานจาก Infare เข้าสู่ครอบครัวของ OAG”

Nils Gelbjerg-Hansen, CEO ของ Infare กล่าว

การเข้าถึงข้อมูลที่ครอบคลุมและแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจที่ข้อมูลมีความสำคัญ สายการบินใช้ข้อมูลต่างๆ เพื่อวิเคราะห์เชิงลึกในพฤติกรรมการเดินทางของลูกค้า แนวโน้มของตลาด และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเรา ชุดข้อมูล และซอฟต์แวร์อัจฉริยะ จะช่วยเสริมการทำงานของ OAG และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับลูกค้าของเราทั่วโลก เรามองว่า นี่เป็นโอกาสพิเศษที่จะได้ขยายฐานบริการของเรา และแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าของเรา เรารู้สึกตื่นเต้นในก้าวใหม่นี้ไปด้วยกัน

ทีมฝ่ายบริหารทั้งสองทีมจะยังคงอยู่ในกลุ่มบริษัทและถือหุ้นอยู่ตามเดิม โดยได้รับการสนับสนุนจาก Vitruvian

Ben Johnson พันธมิตรของ Vitruvian กล่าว

“OAG และ Infare ต่างเป็นผู้นำในตลาดระดับโลกภาคส่วนเฉพาะอย่างเห็นได้ชัด การร่วมมือกันจะสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับทั้งสองทีม Vitruvian มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนบริษัทเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ และผสานความสัมพันธ์ของเราให้ก้าวไกลในอนาคต

Niclas Gabrán พันธมิตรฝ่ายบริหารจัดการ ของ Ventiga Capital Partners กล่าว

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้ร่วมงานกับ Nils และทีมงาน ในการสร้าง Infare ให้เป็นผู้ให้บริการข้อมูลด้านการเดินทางชั้นนำผ่านการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญและการเข้าซื้อกิจการ ก้าวต่อไปของ Infare ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OAG จะสร้างโอกาสในการเติบโตทั้งภายในและภายนอกภาคส่วนการเดินทางทางอากาศอย่างไม่มีข้อสงสัย

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลชั้นนำสหรับอุตสาหกรรมการเดินทางทั่วโลก ซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศมาตั้งแต่ปี 1929 โดยมีเครือข่ายข้อมูลเที่ยวบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมการเดินทางทุกส่วน ตั้งแต่การวางแผนจนถึงประสบการณ์การเดินทางของลูกค้า ลูกค้าประกอบด้วยสายการบิน ท่าอากาศยาน ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีการเดินทาง ผู้ให้บริการด้านการบิน หน่วยงานราชการ สถาบันการเงิน และที่ปรึกษา OAG มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหราชอาณาจักร และมีหน่วยดำเนินงานอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน และลิทัวเนีย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.oag.com และติดตามเราได้ที่ Twitter @OAG Aviation

เกี่ยวกับ Infare

Infare เป็นผู้นำด้านการให้บริการข้อมูลการเดินทางทางอากาศ ช่วยให้สายการบินสามารถตัดสินใจและกำหนดราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภารกิจของ Infare คือ การบริการข้อมูลการเดินทางทางอากาศของแต่ละสายการบินที่แม่นยำให้กับระบบของสายการบินต่างๆ อาจเป็นการส่งข้อมูลให้หลายครั้งในแต่ละวันหรือเป็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยบริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2000 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Copenhagen, Denmark และมีสาขาอยู่ทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.infare.com และติดตามเราได้ที่ LinkedIn

เกี่ยวกับ Vitruvian Partners

Vitruvian เป็นบริษัทลงทุนอิสระที่มีการเติบโต และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ลอนดอน และมีสาขาอยู่ทั่วโลก Vitruvian มุ่งเน้นสถานการณ์ที่โดดเด่นด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีการเปลี่ยนแปลงทั้วทั้งอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมเทคโนโลยี บริการทางการเงิน การดูแลสุขภาพ และบริการทางธุรกิจและผู้บริโภค Vitruvian เป็นหนึ่งในกลุ่มทุนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปที่มีการสนับสนุนบริษัทที่มีนวัตกรรมและการเติบโตที่สูงขึ้น Vitruvian Funds ให้การสนับสนุนบริษัทกว่า 90 แห่ง และมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 1.5 หมื่นล้านยูโร การลงทุนที่โดดเด่นจนถึงปัจจุบันนี้ประกอบด้วยผู้นำตลาดระดับโลกและนักประดิษฐ์ในแต่ละสาขา เช่น Skyscanner, Sykes Holiday Cottages, CFC Underwriting, CallCredit, Travel Counsellors, Trustpilot, Farfetch, Just Eat, Wise และ Global-e

เกี่ยวกับ Ventiga Capital Partners

Ventiga เป็นผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มุ่งเน้นการเติบโต โดยมีการร่วมมือกับผู้ประกอบการและทีมนักบริหารที่ยอดเยี่ยม เพื่อให้บรรลุการเติบโตแบบยั่งยืน มีผลกำไร และสร้างมูลค่า ด้วยความรับผิดชอบ มีส่วนร่วม และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง Ventiga มีการลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตพร้อมกำไร และมีศักยภาพในการขยายธุรกิจที่เหนือกว่า โดยจะเป็นธุรกิจแบบ B2B เป็นหลัก

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Media Enquiries
pressoffice@oag.com

UK/EMEA /ASPAC
Dom Conolly/ Harvard PR

North America
Chrissy Azevedo
Corporate Ink for OAG

แหล่งที่มา: OAG

Cvent ประกาศจุดหมายปลายทางการประชุมยอดนิยมและโรงแรมจัดการประชุมยอดนิยมในเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2023

Logo

รายชื่อยอดนิยมประจำปีที่มีการรอคอยอย่างสูงซึ่งเผยแพร่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดโรคระบาด นำเสนอโรงแรม MICE ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและจุดหมายปลายทางการประชุมที่เป็นที่ต้องการ

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–23 พฤษภาคม 2023

Cvent ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการประชุม กิจกรรม และการบริการระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม เปิดเผยรายชื่อ จุดหมายปลายทางการประชุมยอดนิยม และ โรงแรมจัดการประชุมยอดนิยม สำหรับเอเชียแปซิฟิก รายชื่อเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงการจัดอันดับภูมิภาคสำหรับอเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้รับการรวบรวมโดยอิงจากกิจกรรมการจัดหาผ่าน Cvent Supplier Network ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการจัดหาสถานที่จัดงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก นี่เป็นครั้งแรกที่ Cvent เผยแพร่รายชื่อประจำปี นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อุตสาหกรรมการประชุมและงานอีเวนต์หยุดชะงักในช่วงต้นปี 2020

Graham Pope รองประธานฝ่ายขายระหว่างประเทศของ Cvent กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้ปฏิวัติวิธีการที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อดึงดูดนักวางแผน และเพิ่มความพยายามด้านการขายและการตลาดเพื่อดึงดูดการประชุมและกิจกรรมมายังที่พักหรือสถานที่ของตน การระบาดใหญ่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการประชุมและงานอีเวนต์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งนั้นช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นได้อย่างไร และรายการ Cvent Top Lists ของเราได้เน้นย้ำถึงโรงแรม สถานที่ และจุดหมายปลายทางที่ทำให้เกิดการกลับมาอย่างน่าทึ่งโดยใช้ประโยชน์จากการกลับมาอย่างรวดเร็วในการจัดงานแบบตัวต่อตัว หลังจาก 4 ปีที่ยาวนาน เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้อีกครั้งและจัดหาทรัพยากรที่ผู้จัดงานใช้เพื่อค้นหาโรงแรมและจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยม และใช้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการที่ต้องการสร้างความแตกต่างเพื่อเพิ่มรายได้ MICE”

จุดหมายปลายทางการประชุมยอดนิยมของ Cvent

เมื่อข้อจำกัดการแพร่ระบาดผ่อนคลายลงและการเดินทางท่องเที่ยวกลับมาดำเนินต่อ จุดหมายปลายทางหลายแห่งทั่วเอเชียแปซิฟิกได้เห็นการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและคณะกรรมการการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อโปรโมทเมืองของตนและดึงดูดนักท่องเที่ยวเหล่านี้ไปยังสถานที่ของตน ด้วยการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การแสวงหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเข้าถึงผู้ชมที่กว้างขึ้นได้กลายมาเป็นวาระสำคัญสำหรับคณะกรรมการการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก

จุดหมายปลายทางการประชุม 10 อันดับแรกในเอเชียแปซิฟิก

1. สิงคโปร์

2. ซิดนีย์ ออสเตรเลีย

3. กรุงเทพฯ ไทย

4. กรุงโซล เกาหลีใต้

5. เมลเบิร์น ออสเตรเลีย

6. โตเกียว ญี่ปุ่น

7. บาหลี อินโดนีเซีย

8. กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

9. โกลด์โคสต์ ออสเตรเลีย

10. ภูเก็ต ไทย

โรงแรมจัดการประชุมยอดนิยมของ Cvent

การฟื้นตัวของตลาดที่แข็งแกร่งใน APAC กระตุ้นให้โรงแรมเปิดตัวอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ลงทุนในการปรับปรุงใหม่ และดำเนินการขยายขอบเขตเพื่อรองรับนักเดินทางและหมู่คณะให้ดียิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบอันดับในปีนี้กับปี 2019 ผู้มาใหม่ใน 10 อันดับแรก ได้แก่ Fairmont Singapore (#1), Conrad Centennial Singapore (#4), Swissôtel The Stamford Singapore (#5) และ InterContinental Singapore (#6) โรงแรมที่ให้ความสำคัญกับสิ่งอำนวยความสะดวกในการประชุมล้ำสมัยยังโดดเด่นอยู่ใน 10 อันดับแรก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าที่ยั่งยืนของการลงทุนเพื่อดึงดูดธุรกิจ MICE

10 สุดยอดโรงแรมสำหรับการประชุมในเอเชียแปซิฟิก

1. Fairmont Singapore

2. Hyatt Regency Sydney

3. Shangri-La Singapore

4. Conrad Centennial Singapore

5. Swissôtel The Stamford Singapore

6. InterContinental Singapore

7. Pan Pacific Singapore

8. Hilton Singapore Orchard

9. PARKROYAL COLLECTION, Singapore

10. JW Marriott Hotel Singapore South Beach

“เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการจัดอันดับที่สองในรายชื่อโรงแรมยอดนิยมของ Cvent และเราประสบความสำเร็จอย่างมากเนื่องจากแพลตฟอร์ม Cvent Supplier Network” กล่าวโดย Rachela Virgara ผู้อำนวยการฝ่ายขาย – MICE ของ Hyatt Regency Sydney “แพลตฟอร์มนี้ทำให้การเชื่อมต่อลูกค้ากับโรงแรมและผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวทั่วโลกเป็นเรื่องง่าย การมีแพลตฟอร์มเดียวที่สอดคล้องกันทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว และช่วยให้สามารถสร้างความสัมพันธ์และการเชื่อมต่อที่อย่างอื่นอาจไม่เคยมีมาก่อน การได้รับการยอมรับนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงพลังของเทคโนโลยีและความร่วมมือในอุตสาหกรรมการบริการ และเราหวังว่าจะได้ร่วมมือกับ Cvent ต่อไปเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแขกของเรา”

หากต้องการดูจุดหมายปลายทางการประชุมยอดนิยมของ Cvent และโรงแรมจัดการประชุมยอดนิยมของ Cvent ทั่วโลก คลิกที่นี่

ระเบียบวิธี

สำหรับโรงแรมจัดการประชุมยอดนิยมของ Cvent นั้น Cvent ประเมินคุณสมบัติโรงแรมที่สร้างธุรกิจผ่าน Cvent Supplier Network ระหว่างเดือนมกราคม 2022 ถึงธันวาคม 2022 ที่พักได้รับการจัดอันดับตามเกณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงคำขอทั้งหมดสำหรับข้อเสนอ (RFP), RFP ที่ได้รับรางวัล, จำนวนคืนห้องพักทั้งหมด, คืนห้องพักที่ได้รับรางวัล, ส่วนแบ่งการตลาดในเขตเมืองใหญ่, อัตราการแปลง และอัตราการตอบกลับ เกณฑ์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผลสะท้อนที่ถูกต้องที่สุดของโรงแรมชั้นนำสำหรับการประชุมในอเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

สำหรับจุดหมายปลายทางการประชุมยอดนิยมของ Cvent นั้น Cvent ได้ประเมินเมืองต่าง ๆ กว่า 12,500 เมืองทั่วโลกที่มีรายชื่ออยู่ใน Cvent Supplier Network มีการติดตามกิจกรรมระหว่างเดือนมกราคม 2022 ถึงธันวาคม 2022 การจัดอันดับพิจารณาจากชุดเกณฑ์ที่มีคุณสมบัติ ได้แก่ จำนวนคืนห้องพักทั้งหมดที่จองผ่าน Cvent Supplier Network; จำนวนคำขอเสนอทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ซ้ำกัน (RFPs) ที่ส่งผ่านตลาดไปยังสถานที่ต่าง ๆ ภายในเมือง; มูลค่ารวมของ RFPs ที่ส่ง; และมูลค่าที่ได้รับจริงสำหรับการประชุมที่จองไว้

เกี่ยวกับ Cvent Supplier Network

Cvent Supplier Network (CSN) มีโรงแรม รีสอร์ท และสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษมากกว่า 300,000 แห่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลรายละเอียดสถานที่ที่ใหญ่ที่สุดและแม่นยำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เงินมากกว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์มาจากเครือข่ายการจัดหาของ Cvent ในปี 2022 CSN มีรายชื่อโรงแรมและสถานที่อื่น ๆ ใน 18 ภาษาที่สามารถค้นหาและกรองตามลักษณะและเกณฑ์ต่าง ๆ กว่า 200 รายการ เครือข่ายเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Cvent ที่ครอบคลุม ซึ่งนำเสนอโซลูชันที่โรงแรมและสถานที่ต่าง ๆ ใช้ประโยชน์โดยตรงจากเครือข่ายทั่วโลกที่มีนักวางแผนกว่า 109,000 ราย จัดการ MICE และธุรกิจท่องเที่ยวขององค์กร และขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่สร้างผลกำไร

เกี่ยวกับ Cvent

Cvent Holding Corp. (Nasdaq: CVT) เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีการประชุม กิจกรรม และการบริการชั้นนำ โดยมีพนักงานกว่า 4,800 คนและลูกค้ากว่า 21,000 รายทั่วโลก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2023 บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1999 โดยให้บริการแพลตฟอร์มการตลาดและการจัดการงานอีเวนต์ที่ครอบคลุม และนำเสนอตลาดระดับโลกที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอีเวนต์ร่วมมือกับสถานที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าดึงดูดและส่งผลกระทบ Cvent มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองไทสันส์ รัฐเวอร์จิเนีย นอกกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และมีสำนักงานเพิ่มเติมทั่วโลกเพื่อรองรับฐานลูกค้าทั่วโลกที่กำลังเติบโต แพลตฟอร์มการตลาดและการจัดการอีเวนต์ของ Cvent ที่ครอบคลุมนำเสนอโซลูชันซอฟต์แวร์สำหรับผู้จัดงานและนักการตลาดสำหรับการลงทะเบียนกิจกรรมออนไลน์ การเลือกสถานที่ การตลาดและการจัดการอีเวนต์ โซลูชันเสมือนจริงและนอกสถานที่ และการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วม ชุดผลิตภัณฑ์ของ Cvent ทำให้วงจรการจัดการอีเวนต์เป็นไปอย่างอัตโนมัติและลดความซับซ้อน และเพิ่มผลกระทบสูงสุดจากเหตุการณ์แบบเผชิญหน้า เสมือนจริง และแบบผสมผสาน โรงแรมและสถานที่ต่าง ๆ ใช้โซลูชันซัพพลายเออร์และสถานที่ของ Cvent เพื่อคว้ารางวัลธุรกิจ MICE และธุรกิจท่องเที่ยวสำหรับองค์กรมากขึ้นผ่านแพลตฟอร์มการจัดหาของ Cvent โซลูชัน Cvent เพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่คุณค่าการจัดการอีเวนต์และช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกสามารถจัดการการประชุมและกิจกรรมหลายล้านรายการ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ Cvent.com/in

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Sucharita Das
Cvent
Sucharita.das@cvent.com
+91 9899128886

แหล่งที่มา: Cvent Holding Corp.