Category Archives: Lifestyle

Kura Sushi เตรียมเปิดร้านซูชิสายพานที่มีจำนวนที่นั่งมากที่สุดและมีสายพานยาวที่สุดในโลกที่งาน Osaka-Kansai Expo

Logo

ผนังภายนอกทำจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เตรียมเสิร์ฟอาหารจากทั่วทุกมุมโลก

โอซากะ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–12 กันยายน 2024

Kura Sushi Inc. (สำนักงานใหญ่: เมืองซาไก จังหวัดโอซากะ) หนึ่งในเครือร้านซูชิสายพานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ประกาศเมื่อวันที่ 12 กันยายนว่าจะเปิดร้านซูชิสายพานโดยมีที่นั่ง 338 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในโลกสำหรับร้านของบริษัทที่งาน Osaka-Kansai Expo ซึ่งจะเปิดให้บริการในวันที่ 13 เมษายน 2025 ที่ยูเมะชิมะ จังหวัดโอซากะ

Perspective view (*This perspective view is for illustrative purposes only and is subject to change.) (Graphic: Business Wire)

มุมมองทัศนมิติ (*มุมมองทัศนมิตินี้มีไว้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้นและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) (กราฟิก: Business Wire)

ร้านซูชินี้จะตั้งอยู่ในโซน Future Society Showcase ทางฝั่งตะวันตกของสถานที่จัดงาน โดยนอกจากจะมีที่นั่งมากที่สุดในโลกแล้ว ร้านดังกล่าวยังมีสายพานที่ยาวที่สุดในโลกด้วย ซึ่งมีความยาวประมาณ 135 เมตร โดยส่งซูชิและอาหารอื่นๆ ตรงถึงที่นั่งของลูกค้า

ผนังภายนอกของร้านจะสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) ด้วยการใช้ปูนปลาสเตอร์ที่ทำจากเปลือกหอยแครงที่ถูกทิ้งประมาณ 336,000 ชิ้น โดยผนังได้รับการออกแบบมาเพื่อให้จำได้ทันทีว่าเป็นร้าน Kura Sushi โดยมีรูปภาพซูชิทูน่าใน “ฝาครอบซูชิป้องกันแบคทีเรีย” ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะเฉพาะของร้าน Kura Sushi

ภายในตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นแบบโมเดิร์นโดยเน้นไม้สีขาว เพดานตกแต่งด้วยจานของร้าน Kura Sushi อีกทั้งยังมีโมเดลฝาครอบซูชิป้องกันแบคทีเรียที่ดึงดูดสายตาลูกค้าอยู่ที่จุดรอคิว

นอกจากนี้ ร้านดังกล่าวจะติดตั้งระบบที่ทันสมัยอันเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของ Kura Sushi ซึ่งเป็นมาตรฐานในร้าน Kura Sushi ทุกแห่งในญี่ปุ่น ดังนี้

  • “Kura อัจฉริยะ” ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องติดต่อกับพนักงานตั้งแต่เข้าไปในร้านจนกระทั่งออกจากร้าน
  • ระบบกล้อง AI รุ่นใหม่จะคอยตรวจสอบสายพานอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
  • “ระบบควบคุมการผลิต” ที่ช่วยปรับปริมาณซูชิที่จะวางบนสายพานตามจำนวนของลูกค้าภายในร้าน
  • “ระบบเก็บรวบรวมด้วยน้ำ” ซึ่งนำจานที่รับประทานเสร็จแล้วกลับไปที่ครัวโดยอัตโนมัติด้วยกระแสน้ำ

แน่นอนว่าลูกค้ายังสามารถสนุกกับเกม “Bikkura Pon” ซึ่งซูชิ 5 จานมีค่าเท่ากับ 1 เกม และผู้ชนะจะได้รับรางวัลพิเศษ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Kura Sushi ได้รับความนิยม

แคปซูลที่บรรจุรางวัล “Bikkura Pon” มักจะทำจากพลาสติก แต่ร้านที่งาน Expo มีแผนที่จะใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Hiroyuki Okamoto ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไปของฝ่ายประชาสัมพันธ์ แผนกโฆษณาและนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทกล่าวว่า “ในงาน Expo ร้านของเราจะดำเนินการภายใต้แนวคิด ‘สายพานหมุนเชื่อมโยงโลก’ ภายใต้แนวคิดนี้ ลูกค้าจะได้เพลิดเพลินไปกับอาหารจานเด็ดจากแต่ละประเทศที่เข้าร่วมงาน Expo รวมถึงซูชิและเครื่องเคียงยอดนิยมจากร้านของเรา แม้ว่าโลกจะเผชิญกับความท้าทายต่างๆ มากมายในปัจจุบัน แต่เราหวังว่านักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกจะยิ้มแย้มในขณะที่อิ่มเอมไปกับซูชิและเมนูต่างๆ จากทั่วโลกผ่านสายพานหมุนที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของเรา ร้านซูชิสายพานได้แพร่หลายไปทั่วญี่ปุ่นภายหลังงาน Osaka Expo ในปี 1970 ผมก็อยากจะใช้งาน Osaka-Kansai Expo ในปีหน้าเพื่อเป็นโอกาสในการโปรโมตร้านซูชิสายพานนี้ให้แพร่หลายไปทั่วโลกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม”

จากข้อมูล ณ วันที่ 6 กันยายน Kura Sushi ดำเนินกิจการร้านซูชิประมาณ 550 แห่งในญี่ปุ่น, 65 แห่งในสหรัฐอเมริกา, 57 แห่งในไต้หวัน และ 3 แห่งในเซี่ยงไฮ้

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54121119/en

ข้อมูลติดต่อ

สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อเกี่ยวกับข่าวเผยแพร่ฉบับนี้ได้ที่ :
Public Relations Department, Kura Sushi, Inc.
อีเมล: prhq_kurasushi@kura-corpo.co.jp

แหล่งที่มา: Kura Sushi, Inc.












การจัดอันดับของ OAG เผยให้เห็นว่ากัวลาลัมเปอร์ยังคงเป็นสนามบินที่มีการเชื่อมต่อมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

Logo

การค้นพบที่สําคัญ

  • เอเชียแปซิฟิกเป็นที่ตั้งของ 3 ใน 5 ศูนย์กลางการบินระดับโลกชั้นนำ ได้แก่ KUL อันดับ 2 HND อันดับ 3 และ ICN อันดับ 5
  • กัวลาลัมเปอร์เป็นอันดับ 1 ที่มีเที่ยวบินราคาประหยัดเชื่อมต่อถึงกันมากที่สุด
  • การเติบโตของการเชื่อมต่อในเอเชียขยายตัวโดยมีศูนย์กลางการบินระดับโลก 17 แห่งจากทั้งหมด 50 แห่งในภูมิภาคนี้
  • โตเกียวนาริตะขยับขึ้น 45 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 15 ของโลกจากอันดับที่ 60 ในปี 2023

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–11 กันยายน 2024

OAG แพลตฟอร์มข้อมูลชั้นนําสําหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก ได้เปิดตัว Megahubs 2024 ซึ่งเป็นการจัดอันดับสนามบินที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศมากที่สุด 50 อันดับแรกของโลก

OAG Megahubs ไม่เพียงแต่วิเคราะห์ จํานวนจุดหมายปลายทางทั้งหมดที่ ให้บริการเท่านั้น แต่ยังรวมถึง จํานวนการต่อเครื่องตามกําหนดการไปและกลับจากจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ รวมถึงการจัดอันดับตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกและสําหรับสายการบินราคาประหยัด

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นที่ตั้งของ 3 ใน 5 ศูนย์กลางการบินชั้นนํา ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์ (KUL) โตเกียวฮาเนดะ (HND) และโซลอินชอน (ICN) ซึ่งช่วยยืนยันว่าตลาดเหล่านี้กลับมาคึกคักอีกครั้งและมีแนวโน้มเติบโตต่อไป

การเติบโตของการเชื่อมต่อในเอเชียแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง โดยมีศูนย์กลางการบินอีก 4 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดอยู่ในรายชื่อ (CGK, BKK, MNL และ SIN) และอีก 7 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (NRT, PVG, HKG, FUK, CAN, TPE และ PEK) สนามบินนาริตะ ของโตเกียว (NRT) ทำสถิติก้าวกระโดดครั้งใหญ่เมื่อเทียบเป็นรายปี จากอันดับที่ 60 ในปี 2023 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับที่ 15 ในปี 2024

สําหรับ การเชื่อมต่อราคาประหยัด สนามบินในเอเชียแปซิฟิกครองตําแหน่ง คิดเป็น 64% ของ LCC Megahubs 25 อันดับแรก กัวลาลัมเปอร์ (KUL) ครองอันดับหนึ่ง โดยให้บริการเชื่อมต่อราคาประหยัด 14,583 เส้นทางในจุดหมายปลายทาง 137 แห่ง AirAsia เป็นสายการบินที่โดดเด่นด้วยส่วนแบ่ง 35% ของเที่ยวบินทั้งหมดและ 48% ของความจุ LCC ทั้งหมด

มะนิลา (MNL) ขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 2 ในรายชื่อ Low-Cost Megahubs ในปีนี้ แซงหน้าอินชอน (ICN) ด้วยอัตราส่วนการเชื่อมต่อกับจุดหมายปลายทางที่สูงถึง 97  แห่ง

“ในขณะที่เอเชียแปซิฟิกยังคงไต่อันดับสูงขึ้นในระดับโลก OAG Megahubs จึงสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่เพิ่มขึ้นของการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศและความต้องการการเดินทางราคาประหยัดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เพิ่มขึ้น” Mayur Patel หัวหน้า ASPAC ของ OAG กล่าว

สําหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมและวิธีการทั้งหมด โปรดดูการวิเคราะห์ ที่นี่

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลชั้นนําสําหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเดินทางทั่วโลก ซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศ โดยมีเครือข่ายข้อมูลเที่ยวบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2023 OAG ได้เข้าซื้อกิจการ Infare ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านข้อมูลการเดินทางทางอากาศของคู่แข่ง ปัจจุบัน OAG และ Infare ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุดสําหรับการบิน

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

pressoffice@oag.com

ที่มา: OAG

ซาอุดีอาระเบียจัดแสดงการลงทุนด้านการท่องเที่ยวเชิงกลยุทธ์ ที่งาน IHIF Asia เปิดประตูสู่นักลงทุน

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–10 กันยายน 2024

ซาอุดีอาระเบียกําลังสร้างตัวเองให้เป็นผู้นําระดับโลกอย่างรวดเร็วในด้านการท่องเที่ยว โดยความสําเร็จอันน่าทึ่งของซาอุดิอาระเบียในปี 2023 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมนี้ ความก้าวหน้าครั้งนี้จัดแสดงให้เห็นอย่างเต็มที่ในงาน IHIF Asia International Hospitality Investment Forum ที่ฮ่องกง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบียได้เน้นย้ำถึงศักยภาพอันมหาศาลสําหรับนักลงทุนต่างชาติ ในการใช้ประโยชน์จากภาคการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบียที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีความหลากหลาย

Tareq Al-Shaghrood, General Manager of Investment Planning and Attraction, speaking at IHIF Asia (Photo: AETOSWire)

Tareq Al-Shaghrood ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนการลงทุนและสถานที่ท่องเที่ยว กล่าวในงาน IHIF Asia (ภาพ: AETOSWire)

ที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของซาอุดีอาระเบียที่เป็นจุดตัดของสามทวีป และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นกับเอเชีย ตอกย้ำถึงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ในปี 2023 ซาอุดิอาระเบียต้อนรับนักท่องเที่ยวจากเอเชียมากกว่า 20.9 ล้านคน ซึ่งใช้จ่ายเงินรวมกัน 25.7 พันล้านดอลลาร์ การหลั่งไหลเข้าอย่างมีนัยสําคัญนี้เน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของตลาดเอเชียที่มีต่อศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบียและโอกาสอันน่าดึงดูดใจที่นำเสนอให้กับนักลงทุน ความน่าดึงดูดใจของซาอุดิอาระเบียต่อนักท่องเที่ยวชาวเอเชียนั้นเห็นได้จากการเติบโตอย่างมากของรายรับจากการท่องเที่ยว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งสําหรับซาอุดีอาระเบียในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีความหลากหลายและมั่งคั่งทางวัฒนธรรม

เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงผลักดันนี้ ซาอุดิอาระเบียจึงได้เปิดตัวโครงการ Tourism Investment Enablers Program (TIEP) โดยมีโครงการ Hospitality Investment Enablers (HIE) ทําหน้าที่เป็นรากฐานที่สําคัญ HIE ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านที่พักในพื้นที่ท่องเที่ยวสําคัญอย่างมีนัยสําคัญ ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 11 พันล้านดอลลาร์ และGDP ต่อปีเพิ่มขึ้น 4.3 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ความคิดริเริ่มนี้ยังมีเป้าหมายที่จะสร้างงานใหม่ 120,000 ตําแหน่ง ซึ่งสนับสนุนเป้าหมายการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในวงกว้างของซาอุดีอาระเบีย สิ่งจูงใจที่สําคัญ ได้แก่ การยกเว้นภาษีนิติบุคคล การลดภาษีมูลค่าเพิ่ม และการเข้าถึงที่ดินของรัฐบาลภายใต้เงื่อนไขที่เอื้ออำนวย ทําให้นักลงทุนเข้าสู่ตลาดได้ง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น

ไฮไลท์ของการเข้าร่วมของซาอุดีอาระเบียในงาน IHIF Asia คือการอภิปรายในหัวข้อ “Invest, Enable, Prosper: Empowering Tourism Destinations” การสนทนาแบบเป็นกันเองครั้งนี้นําโดย Mr. Tareq Al-Shaghrood ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนการลงทุนและสถานที่ท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ได้สํารวจแนวทางเชิงกลยุทธ์ของราชอาณาจักรในการพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความหลากหลาย “ความมุ่งมั่นของซาอุดีอาระเบียในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตั้งแต่มรดกทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ไปจนถึงการท่องเที่ยวที่หรูหราและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ได้รับการสนับสนุนจากกรอบแรงจูงใจและการสนับสนุนที่แข็งแกร่งสําหรับนักลงทุน วิสัยทัศน์ของเราคือการสนับสนุนและเสริมพลังให้กับผู้ร่วมเดินทางกับเราในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจถึงความเจริญรุ่งเรืองสําหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด” Al-Shaghrood กล่าว

ผลการดําเนินงานด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของซาอุดีอาระเบียในปี 2023 นั้นน่าประทับใจ โดยอยู่ในอันดับที่ 14 ของโลกในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเพิ่มขึ้น 11 อันดับเมื่อเทียบกับปี 2019 นอกจากนี้ ซาอุดิอาระเบียยังอยู่ในอันดับที่ 12 ของโลกในด้านรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยขยับขึ้น 15 อันดับเมื่อเทียบกับปี 2019 จากข้อมูลของ UN Tourism Barometer (พฤษภาคม 2024) ซาอุดีอาระเบียอยู่ในอันดับหนึ่งในบรรดาจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด ในแง่ของอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และรายได้จากการท่องเที่ยวเมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดโรคระบาด

ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียยังคงก้าวขึ้นเป็นผู้นำจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว ราชอาณาจักรจึงเชิญชวนนักลงทุนจากทั่วโลกให้คว้าโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ธรรมดานี้ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ และความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ในการเติบโตอย่างยั่งยืน ซาอุดีอาระเบียจึงมอบโอกาสที่ไม่มีใครเทียบได้สําหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในตลาดที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและให้ผลตอบแทนสูง

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54119274/en

ติดต่อ

Najla AlKhalifa

ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสื่อสาร
Najla@mt.gov.sa

ที่มา: กระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย

TOM FORD ประกาศแต่งตั้ง Haider Ackermann เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์

Logo

นิว ยอร์ก –(BUSINESS WIRE)– TOM FORD ประกาศแต่งตั้ง Haider Ackermann เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ โดยมีผลทันที

โดยในบทบาทใหม่นี้ Ackermann จะรับหน้าที่เป็นผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ในหมวดหมู่แฟชั่นของ TOM FORD ทั้งหมด รวมถึงเสื้อผ้าบุรุษ เสื้อผ้าสตรี เครื่องประดับ และแว่นตา และจะกำหนดวิสัยทัศน์ด้านความคิดสร้างสรรค์สำหรับแบรนด์โดยรวมด้วย โดย TOM FORD นั้นมี The Estée Lauder Companies Inc. (NYSE:EL) เป็นเจ้าของ โดยมี Ermenegildo Zegna Group (NYSE:ZGN) เป็นผู้ถือสิทธิ์ในส่วนของธุรกิจแฟชั่น และ Marcolin SpA เป็นผู้ถือสิทธิ์ในส่วนของธุรกิจแว่นตา

Haider Ackermann appointed Creative Director, TOM FORD. (Photo Credit: Ethan James Green)

Haider Ackermann ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์, TOM FORD. (เครดิตรูปภาพ: Ethan James Green)

โดยผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง Tom Ford ได้กล่าวว่า “ผมเป็นแฟนตัวยงในผลงานของ Haider มาอย่างยาวนาน โดยผมรู้สึกว่าทั้งเสื้อผ้าผู้หญิงและเสื้อผ้าผู้ชายของเขาต่างก็มีเสน่ห์ดึงดูดใจไม่แพ้กันเลย เขาเป็นช่างทำสีที่ยอดเยี่ยม มีการตัดเย็บที่เฉียบคม และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาเป็นคนที่ทันสมัย ซึ่งเราต่างก็มีหลักทางประวัติศาสตร์ที่เหมือนกันหลายอย่าง และผมตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นเขาทำสิ่งต่างๆ กับแบรนด์นี้ และผมคงจะเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นยืนปรบมือให้เขาหลังจากจบโชว์ในเดือนมีนาคม”

Ackermann เป็นชาวฝรั่งเศสที่เกิดที่โบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เขาเติบโตมาในเอธิโอเปีย ชาด แอลจีเรีย เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม โดยศึกษาแฟชั่นที่ Royal Academy of Fine Arts ในเมืองอันธ์เวิร์ป โดยเขาสร้างชื่อจากการผสมผสานผ้าหรูหราเข้ากับการตัดเย็บอันไร้ที่ติ และได้รับการยกย่องจากผลงานการออกแบบที่ล้ำสมัยแต่สามารถสวมใส่ได้จริง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคนดัง

โดย Ackermann กล่าวว่า “ผมภูมิใจอย่างยิ่งที่จะสืบสานตำนานของ Tom Ford เขาเป็นคนที่ผมชื่นชมและเคารพนับถือมานาน และผมตื่นเต้นที่จะได้รู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้า”

คอลเลกชั่นแรกของ Ackermann จะเปิดตัวในงาน Paris Fashion Week ในเดือนมีนาคมปี 2025 โดยเขาจะประจำอยู่ที่ปารีสและรายงานต่อ Guillaume Jesel ประธานและซีอีโอของ TOM FORD และ Luxury Business Development ของ The Estée Lauder Companies และต่อ Lelio Gavazza ซีอีโอของ TOM FORD FASHION ของ Ermenegildo Zegna Group

โดย Jesel กล่าวว่า “Haider โดดเด่นในด้านของการเป็นหนึ่งในผู้มีความสามารถด้านแฟชั่นที่มีวิสัยทัศน์และเป็นแรงบันดาลใจสูงสุดของโลก เขาใช้ความผูกพันอันลึกซึ้งที่มีต่อวัฒนธรรมและศิลปะระดับโลกเพื่อสร้างสรรค์แฟชั่นอันดึงดูดใจและสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่น่าจดจำ เขาคือบุคคลในอุดมคติที่จะนำ TOM FORD ไปสู่อนาคต”

Gavazza กล่าวว่า “ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Haider เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ TOM FORD ความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้ของเขานั้นเป็นไปในทางเดียวกันกับ DNA ของแบรนด์ รวมถึงประสบการณ์อันเลื่องชื่อในด้านความหรูหราจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจแฟชั่นให้ก้าวไปข้างหน้าในช่วงการขยายตัวที่สำคัญครั้งต่อไป ด้วยการทำงานร่วมกับทีมงานมากความสามารถของ TOM FORD FASHION วิสัยทัศน์อันทันสมัยของ Haider ในด้านเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิงจะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในขณะที่เราก้าวไปข้างหน้าและทำโครงการต่างๆ มากมายที่เรากำลังพัฒนาอยู่”

เกี่ยวกับ TOM FORD

TOM FORD คือบ้าน (แบรนด์) แห่งดีไซน์ระดับโลกที่นำเสนอผลิตภัณฑ์หรูหราเหนือระดับทั้งแฟชั่น เครื่องประดับ แว่นตา และผลิตภัณฑ์ความงามสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ก่อตั้งขึ้นโดย Tom Ford เมื่อปี 2005 และมีจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นสถาปนิกผู้รังสรรค์ความหรูหรา ในปี 2023 The Estée Lauder Companies กลายเป็นเจ้าของแบรนด์ TOM FORD และทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว โดยในการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ The Estée Lauder Companies ได้จัดทำสิทธิ์การอนุญาตระยะยาวกับ Ermenegildo Zegna Group สำหรับ TOM FORD FASHION และ Marcolin สำหรับ TOM FORD EYEWEAR

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54116918/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

การติดต่อสำหรับสื่อ:
Giuseppe Torrisi
TOM FORD, Global Communications Director
Giuseppe.Torrisi@tomfordfashion.com

แหล่งข้อมูล: TOM FORD

teamLab Planets TOKYO ได้รับการยอมรับจาก GUINNESS WORLD RECORDS™ ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก (กลุ่มศิลปะเดียว) โดย “Athletics Forest” ขนาดใหญ่จะเปิดใหม่ในต้นปี 2025

Logo

teamLab Planets มีผู้เยี่ยมชม 2,504,264 รายระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2023 ถึง 31 มีนาคม 2024 ทำให้ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกซึ่งอุทิศให้กับศิลปินเพียงคนเดียว

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–11 กรกฎาคม 2024

 teamLab Planets TOKYO DMM ที่โทโยสุ โตเกียว (ต่อไปนี้จะเรียกว่า teamLab Planets) ต้อนรับผู้เข้าชมทั้งหมด 2,504,264 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2023 ถึง 31 มีนาคม 2024 ความสำเร็จนี้ทำให้ GUINNESS WORLD RECORDS ให้การยอมรับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด (กลุ่มศิลปะเดี่ยว) ในโลก

teamLab Planets in Tokyo has been recognized by GUINNESS WORLD RECORDS™ as the most visited museum (single art group) in the world.(teamLab, Highlight video of teamLab Planets, Toyosu, Tokyo / Video: teamLab)

teamLab Planets ในโตเกียวได้รับการยอมรับจาก GUINNESS WORLD RECORDS™ ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก (กลุ่มศิลปะเดียว) (teamLab, วิดีโอไฮไลท์ของ teamLab Planets, Toyosu, Tokyo / วิดีโอ: teamLab)

นอกจากนี้ teamLab Planets มีผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 2,412,495 คนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม 2023 (*1) เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจ “The Art Newspaper Visitor Figures 2023” (*2) ซึ่งเปรียบเทียบจำนวนผู้เข้าชมในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก teamLab Planets แซงหน้าพิพิธภัณฑ์ที่มีศิลปินเดี่ยวอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ เช่น พิพิธภัณฑ์ Van Gogh ในอัมสเตอร์ดัม (ผู้เข้าชม 1,686,766 คน) และ พิพิธภัณฑ์ Picasso ในบาร์เซโลนา (ผู้เยี่ยมชม 1,047,094 คน)

teamLab Planets ยังอยู่ในอันดับที่ 5 ใน “Year in Search 2023” ของ Google สำหรับ “Most Popular Museums in the World” (*3), ตามหลังจากพิพิธภัณฑ์ Louvre (ปารีส), British Museum (ลอนดอน), Musée d'Orsay (ปารีส), และ Natural History Museum (ลอนดอน)

การยอมรับนี้เป็นรางวัล GUINNESS WORLD RECORDS ครั้งที่สองสำหรับพิพิธภัณฑ์ของ teamLab ตามหลังจากที่พิพิธภัณฑ์ teamLab Borderless: MORI Building DIGITAL ART MUSEUM ในโอไดบะ, โตเกียว ได้รับการยอมรับในปี 2019 โดยมีผู้เข้าชมถึง 2,198,284 คน (*4).

พื้นที่ใหม่ขนาดใหญ่ที่จะเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นปี 2025

ในต้นปี 2025, teamLab Planets จะขยายพื้นที่อย่างมากด้วยการเพิ่มพื้นที่ศิลปะใหม่ที่สำคัญ พื้นที่ใหม่จะมีพื้นที่กีฬาสร้างสรรค์ “Athletics Forest,” โครงการการศึกษาแบบร่วมกัน “Future Park” และ “Catching and Collecting Forest” การขยายพื้นที่นี้จะรวมถึงศิลปะติดตั้งมากกว่า 10 ชิ้น เพิ่มความสมจริงในประสบการณ์ที่ teamLab Planets

ATHLETICS FOREST

Athletics Forest เป็นพื้นที่กีฬาสร้างสรรค์ที่มีแนวคิดในการเข้าใจโลกผ่านทางร่างกายและการคิดเกี่ยวกับโลกในแบบสามมิติ ผู้คนสามารถใช้ร่างกายทั้งหมดของพวกเขาเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในพื้นที่สามมิติที่ซับซ้อนและท้าทายทางกายภาพของโลกแบบอินเตอร์แอคทีฟ

มนุษย์รับรู้โลกด้วยร่างกายและคิดด้วยร่างกาย เมื่อคุณสำรวจโลกสามมิติที่ซับซ้อนด้วยร่างกายของคุณเอง คุณจะรับรู้โลกในแบบสามมิติทางกายภาพ และความคิดของคุณก็จะกลายเป็นสามมิติ เราเริ่มโครงการนี้ Athletics Forest ด้วยความหวังที่จะเสริมสร้างการคิดแบบสามมิติและการคิดในมิติที่สูงขึ้น

ความตระหนักรู้ในเชิงพื้นที่กล่าวกันว่ามีความสัมพันธ์กับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ผมเติบโตในพื้นที่ชนบทและเล่นในภูเขา แต่ในสังคมและโรงเรียนปัจจุบัน ร่างกายถูกจำกัดให้อยู่นิ่งๆ ผมคิดว่าเมืองต่างๆ รายล้อมไปด้วยข้อมูลที่เป็นพื้นราบมากเกินไป เช่น หนังสือ โทรทัศน์ และหน้าจอสมาร์ทโฟน นั่นเป็นเหตุผลที่เราสร้างพื้นที่สามมิติที่เรียกร้องการใช้ร่างกายอย่างมาก มันเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถรับรู้ศิลปะด้วยร่างกายของพวกเขา

– Toshiyuki Inoko ผู้ก่อตั้ง teamLab

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดของ Athletics Forest:
https://www.teamlab.art/concept/athletics-forest/

FUTURE PARK

Future Park เป็นโครงการการศึกษาที่มีแนวคิดการสร้างสรรค์ร่วมกัน (co-creation) เป็นสวนสนุกที่ผู้คนสามารถเพลิดเพลินกับการสร้างโลกอย่างอิสระร่วมกับผู้อื่น ผลงานศิลปะเกิดขึ้นจากกระบวนการที่ผู้คนสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ร่วมกัน และเมื่อผู้คนยังคงสร้างสรรค์ร่วมกันต่อไป ผลงานศิลปะนั้นก็จะพัฒนาอย่างไม่สิ้นสุด

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดของ Future Park:

 https://www.teamlab.art/concept/future-park/

CATCHING AND COLLECTING FOREST

Catching and Collecting Forest เป็นพื้นที่การเรียนรู้ใหม่ที่มีแนวคิดการ จับ ศึกษา ปล่อย โดยที่ผู้คนสำรวจโลกด้วยร่างกายของพวกเขา ค้นพบ จับ และขยายความสนใจตามสิ่งที่พวกเขาจับได้ ผู้เข้าชมสำรวจด้วยสมาร์ทโฟน จับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ศึกษามัน และสร้างหนังสือสะสมของตัวเอง

เมื่อผู้เข้าชมใช้กล้องของสมาร์ทโฟนดูสัตว์ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่และยิง Study Arrow ไปที่สัตว์ในมุมมองของกล้อง ลูกศรจะพุ่งออกจากโทรศัพท์เข้าสู่พื้นที่จริง เมื่อ Study Arrow ไปถึงสัตว์ สัตว์นั้นจะหายไปจากพื้นที่และถูกเพิ่มเข้าไปในคอลเลกชันของผู้เข้าชมในสมาร์ทโฟนของตัวเอง เมื่อผู้เข้าชมปัดสัตว์ที่จับได้ไปยังตำแหน่งที่เห็นในกล้องของแอป สัตว์นั้นจะถูกปล่อยและกลับไปยังตำแหน่งนั้น

การสำรวจทางกายภาพร่วมกับผู้อื่น การค้นพบและจับบางสิ่ง และใช้โอกาสนี้เพื่อขยายความสนใจตามสิ่งที่จับได้ นี่คือสิ่งที่เราได้ทำตามธรรมชาติมาเป็นเวลานานในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

สำหรับมนุษยชาติ การจับและรวบรวมเป็นเรื่องสนุก การศึกษา และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต”

– Toshiyuki Inoko ผู้ก่อตั้ง teamLab

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดของ Catching and Collecting Forest:
https://www.teamlab.art/concept/catching/

เกี่ยวกับ teamLab Planets

ในการจัดอันดับการค้นหาประจำปี “Year in Search 2023” ของ Google ทาง teamLab Planets ได้รับการจัดอันดับใน 5 อันดับแรกสำหรับ “Most Popular Museums in the World” (*3) ท่ามกลางพิพิธภัณฑ์โลกที่มีประวัติศาสตร์มากกว่าหลายศตวรรษ ทาง teamLab Planets เป็นพิพิธภัณฑ์เดียวจากประเทศญี่ปุ่นที่ติดอันดับนี้ นอกจากนี้ teamLab Planets ยังได้รับการเลือกเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดในโตเกียวเป็นระยะเวลาสองปีติดต่อกันโดย Honichi Lab (Visit Japan Lab) ใน “Ranking of Popular Tourist Attractions Among Foreign Visitors: Tokyo Edition” (*5) จากทั้งหมด 2,662 แหล่งท่องเที่ยวในโตเกียว

ยิ่งกว่านั้น ทาง teamLab Planets ยังได้รับความชื่นชมจากทั่วโลก อย่างเช่น การได้เป็นที่แรกของประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัล “Asia's Leading Tourist Attraction 2023” ในงาน World Travel Awards ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลที่เรียกได้ว่าเป็นรางวัลออสการ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

แนวคิด TeamLab Planets

พร้อมกับผู้อื่น ลงตัวทั้งร่างกาย รับรู้ด้วยร่างกาย และกลายเป็นหนึ่งกับโลก

teamLab Planets เป็นพิพิธภัณฑ์ที่คุณเดินผ่านน้ำและสวนที่คุณกลายเป็นหนึ่งกับดอกไม้ ประกอบด้วยผลงานศิลปะขนาดใหญ่ 4 พื้นที่และสวน 2 พื้นที่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยทีมศิลปะ collective teamLab

ผู้คนเดินเท้าเปล่าและจมอยู่ในผลงานศิลปะที่ใหญ่ให้กับร่างกายทั้งหมดพร้อมกับผู้อื่น ผลงานศิลปะเปลี่ยนแปลงภายใต้การมีอยู่ของคน ทำให้เกิดความสับสนในการรับรู้ของขอบเขตระหว่างตัวเองกับผลงานศิลปะ ผู้คนอื่นๆ ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงในผลงานศิลปะเช่นกัน ทำให้ขอบเขตระหว่างตัวเองกับผลงานศิลปะสับสนกัน และสร้างความต่อเนื่องระหว่างตัวเอง ศิลปะ และผู้อื่น

เว็บไซต์ทางการ: teamlab.art.planets

ข้อมูลำหรับผู้เยี่ยมชม

teamLab Planets TOKYO DMM
Toyosu, Tokyo (6-1-16 Toyosu, Koto-ku, Tokyo)
https://maps.app.goo.gl/QVs4a34HD9qnvjUo8

เปิด: ทุกวัน 9:00 – 22:00
ปิด: วันพุธที่ 7 สิงหาคมและวันพุธที่ 4 กันยายน
*เข้าได้ช้าสุดหนึ่งชั่วโมงก่อนปิด

*เวลาเปิด-ปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลง

*โปรดตรวจสอบราคาตั๋วจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

ร้านขายตั๋ว teamLab Planets TOKYO DMM

https://teamlabplanets.dmm.com

ชุดข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน
https://www.dropbox.com/sh/ir7d2aui794eo6z/AAChbzX5wPsQm8cgkQ2ViFD4a?dl=0

*1. ข้อมูลการใช้ตั๋วของผู้เข้าชม teamLab Planets (1 มกราคม 2023 – 31 ธันวาคม 2023)

*2. The Art Newspaper (2024) 'Visitor Figures 2023: The 100 most popular art museums in the world—blockbusters, bots and bounce-backs'. The Art Newspaper, 26 มีนาคม อ่านได้ที่:
https://www.theartnewspaper.com/2024/03/26/the-100-most-popular-art-museums-in-the-world-2023

*3 “artnet (2023) 'These Were the Most Popular Museums in the World, According to Google’s “Year in Search”'. artnet, 20 ธันวาคม อ่านได้ที่:
https://news.artnet.com/art-world/google-trends-top-museums-teamlab-ark-encounter-2411845

*4 ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสถิติโลกด้านจำนวนผู้เข้าชม อ่านได้ที่::
https://prtimes.jp/main/html/rd/p/000000776.000007339.html

*5 Honichi Lab (2024) 'The Most Popular Tourist Spots in Tokyo Among Foreign Visitors in 2024: Asakusa Temple Ranks 3rd, and 1st Place is?'. Honichi Lab, 21 พฤษภาคม อ่านได้ที่:
https://honichi.com/news/2024/05/21/202405_inboundranking_tokyo/

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54092083/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

แผนกประชาสัมพันธ์ teamLab Planets

E-MAIL: pr-info@planets.art
For interview enquiries: https://forms.gle/fAtnDKLpQKFME6XR9

ที่มา: PLANETS Co., Ltd.


สมาคมผู้ผลิตสาเกและโชชูแห่งญี่ปุ่นเตรียมจัดงานเทศกาลอาหารและเครื่องดื่มสุดพิเศษขึ้นที่เมืองฟุกุโอกะในเดือนกรกฎาคมนี้ เตรียมลิ้มรส ฮอนคาคุโชชู อาวาโมริ พร้อมอาหารรสเลิศมากมาย!!

Logo

ฟุกุโอกะ, ญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–05 กรกฎาคม 2024

สมาคมผู้ผลิตสาเกและโชชูแห่งญี่ปุ่นเตรียมจัดงานใหญ่ “เทศกาลฮอนคาคุโชชู อาวาโมริ และอาหาร ประจำปี 2024” ขึ้นที่ มิซูโฮ เพย์เพย์ โดม ณ เมืองฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสนามกีฬารูปโดมที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ในวันที่ 13 และ 14 กรกฎาคม 2567

Scene from last year's Honkaku Shochu booth (Photo: Business Wire)

บรรยากาศจากบูธ Honkaku Shochu ปีที่แล้ว (ภาพ: Business Wire)

ฮอนคาคุโชชูและอาวาโมริเป็นเหล้ากลั่นแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้สาเกเลยทีเดียว

งานนี้เป็นการรวมตัวของโรงกลั่นโชชูกว่า 80 แห่งจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคิวชูและโอกินาวาซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลักของฮอนคาคุโชชูและอาวาโมริ โดยผู้ร่วมงานจะได้พบปะพูดคุยเรื่องสินค้ากับผู้กลั่นด้วยตนเอง ทั้งยังได้ลิ้มลองผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่มีให้ชิมฟรีนับไม่ถ้วน และเลือกซื้อได้ตามใจชอบ พิเศษสุด! มีเครื่องดื่มรุ่นลิมิเต็ดที่หาซื้อได้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น พร้อมด้วยเครื่องปั้นดินเผาอาริตะและอิมาริให้เลือกช้อปอีกด้วย

และทุกท่านยังสามารถชิมเครื่องดื่มที่มีรางวัลการันตี พร้อมลิ้มลองค็อกเทลสูตรเด็ดที่คว้าแชมป์การแข่งขันมาแล้วอีกด้วย

ภายในงานยังอัดแน่นด้วยอาหารญี่ปุ่นรสเลิศหลากหลายเมนู ทั้งยากิโทริ (ไก่ย่างเสียบไม้) และราเมน พร้อมกิจกรรมสนุกๆ อย่างการทายส่วนผสมของโชชู ใครทายถูกได้รางวัลด้วย รับรองว่าสนุกสนานได้ทั้งครอบครัวแน่นอน

งานนี้มีกำหนดจะจัดขึ้น ณ เมืองฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นเมืองยอดนิยมแห่งหนึ่งของเอเชีย ในช่วงเวลาเดียวกันกับเทศกาลฮากาตะ กิออน ยามากาสะ อันโด่งดัง ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่รวมเอาฮอนคาคุโชชู อาวาโมริ และอาหารเลิศรส ไว้ด้วยกัน โดยงานจะจัดขึ้น ณ สนามกีฬารูปโดมที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นแห่งนี้ ถือเป็นจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาดเลยทีเดียว!

https://shochufes.jp/english/

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54089228/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อสอบถาม
สำนักงานเลขานุการเทศกาลฮอนคาคุโชชู อาวาโมริ และอาหาร
sbhgrp-shochu@g.softbank.co.jp
ที่มา: สมาคมผู้ผลิตสาเกและโชชูแห่งญี่ปุ่น


Kakaku.com: เปิดตัวบริการจองร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเพื่อลูกค้าจากต่างประเทศ

Logo

จองร้านอาหารทางออนไลน์ได้กว่า 35,000*1 แห่ง ให้บริการในภาษาอังกฤษ, จีน (ตัวย่อและตัวเต็ม) และเกาหลี

กรุงโตเกียว–(BUSINESS WIRE)–26 มิถุนายน 2024

เว็บไซต์ค้นหาและจองร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอย่าง Tabelog*2 เปิดตัวบริการจองออนไลน์สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมประเทศญี่ปุ่น ซึ่งให้บริการในภาษาอังกฤษ, จีน (ตัวย่อและตัวเต็ม) และเกาหลี ลูกค้าสามารถจองร้านอาหารได้กว่า 35,000 แห่ง จึงถือเป็นบริการจองร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

Reservation Flow (Graphic: Business Wire)

ขั้นตอนการจอง (ภาพประกอบโดย: Business Wire)

*1ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2024 ตามการศึกษาวิจัยภายใน บริการจองร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุด (ประเภทจองทันที) สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมประเทศญี่ปุ่น
*2Tabelog ดำเนินการโดย Kakaku.com, Inc. หนึ่งในบริษัทอินเทอร์เน็ตชั้นนำของญี่ปุ่น

บริการจองออนไลน์ของ Tabelog สำหรับลูกค้าจากต่างประเทศ

เราได้เปิดตัวบริการการจองร้านอาหารออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกในการจองร้านอาหารให้นักท่องเที่ยวที่หันมาเยี่ยมชมประเทศญี่ปุ่นกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสามารถใช้บริการได้ในภาษาอังกฤษ, จีน (ตัวย่อและตัวเต็ม) และเกาหลี
*องค์กรการท่องเที่ยวแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่นคาดว่าจำนวนผู้เยี่ยมชมประเทศญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นแตะ 3 ล้านคนในเดือนพฤษภาคม 2024 (เพิ่มขึ้น 60% จากปีที่แล้ว)

คุณสมบัติของบริการจาก Tabelog มีดังนี้

  • ค้นหาร้านอาหารในญี่ปุ่นได้โดยระบุตำแหน่งที่ตั้ง ประเภทอาหาร งบประมาณ และวันที่และเวลาที่คุณต้องการจอง
  • เลือกร้านอาหารจากข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับร้านอาหาร รวมถึงเมนู รูปภาพ และรีวิวที่ผู้ใช้คนญี่ปุ่นโพสต์เอาไว้
  • ตรวจสอบความพร้อมในการให้บริการโดยใช้ฟังก์ชันปฏิทินและทำการจองออนไลน์ได้โดยตรงบน Tabelog
    *ในขณะนี้ การจองออนไลน์จะพร้อมให้บริการเฉพาะเมนูแบบเซ็ตและต้องลงทะเบียนบัตรเครดิตเท่านั้น และจะมีค่าธรรมเนียมการใช้งานระบบ 440 เยน (รวมภาษี) ต่อคนต่อการจอง

“ในปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางในดวงใจของนักเดินทางทั่วโลก และหลาย ๆ คนก็อยากเข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมอาหารของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม จำนวนร้านอาหารที่จะพร้อมสื่อสารและรับจองจากนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นยังมีอยู่น้อยมาก ทำให้มีร้านอาหารชื่อดังเพียงไม่กี่แห่งที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยชมประเทศญี่ปุ่นได้” Taku Kounoike หัวหน้าทีม Tabelog กล่าว “ในฐานะสื่อด้านอาหารสัญชาติญี่ปุ่น เราจึงต้องการให้ความช่วยเหลือนักเดินทางในการสัมผัสเสน่ห์แห่งประเทศญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งขึ้นไปอีก โดยนำเสนอร้านอาหารชั้นยอดหลากหลายแห่งทั่วประเทศและมอบบริการที่จะช่วยให้ผู้ใช้จองร้านอาหารได้แบบออนไลน์ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะสามารถดื่มด่ำกับการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นได้เต็มอรรถรสยิ่งกว่าที่เคยเป็น”

ลิงก์เข้าใช้งาน Tabelog ในภาษาต่าง ๆ:
– อังกฤษ: https://tabelog.com/en/
– จีนตัวย่อ: https://tabelog.com/cn/
– จีนตัวเต็ม: https://tabelog.com/tw/
– เกาหลี: https://tabelog.com/kr/

*เว็บไซต์อยู่ระหว่างการแก้ไขและปรับปรุง อินเทอร์เฟซผู้ใช้และประสิทธิภาพการทำงานจึงอาจมีการเปลี่ยนแปลง

เกี่ยวกับ Tabelog

Tabelog ให้ข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารเกือบทุกแห่งในประเทศญี่ปุ่น โดยผู้ใช้สามารถเลือกร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลได้ตามข้อมูลที่ให้ไว้ รวมถึงตามรีวิวและรูปภาพที่ผู้ใช้ต่าง ๆ โพสต์เข้ามาด้วย บริการนี้ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากผู้ใช้ว่าให้ข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารได้อย่างครบครันและมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานสะดวกอย่างยิ่ง จากข้อมูลเดือนมีนาคม 2024 บริการนี้ก็ได้กลายมาเป็นบริการค้นหาและจองร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีผู้ใช้รายเดือนประมาณ 93.5 ล้านคน

เกี่ยวกับ Kakaku.com, Inc. (https://corporate.kakaku.com/?lang=en)

Kakaku.com, Inc. (TOKYO:2371) ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 โดยเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตสัญชาติญี่ปุ่นที่บริหารจัดการเว็บเซอร์วิสมากมาย รวมถึงเว็บไซต์ที่ให้สนับสนุนด้านการซื้ออย่าง “Kakaku.com”, บริการค้นหาและจองร้านอาหารอย่าง “Tabelog” และบริการค้นหางานที่ครอบคลุมอย่าง “Kyujin Box”. ในเดือนเมษายน 2024 บริษัทได้เปิดตัว “Jobcube” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ค้นหาที่ครอบคลุมสำหรับผู้ที่กำลังหางานในสหรัฐอเมริกา
ดูภาพรวมของบริการได้ที่ https://corporate.kakaku.com/company/service/?lang=en

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54086779/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

Kakaku.com, Inc.
สำนักงานประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์
pr@kakaku.com

ที่มา: Kakaku.com, Inc.

Kirin Holdings เริ่มเตรียมข้อเสนอซื้อ FANCL A เข้าเป็นบริษัทย่อยในเครือ โดยมีการถือหุ้นทั้งหมด

Logo

  • ส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภคทั่วโลกผ่านธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • มุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในบริษัทด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก
  • เมื่อรวมเข้ากับการเข้าซื้อกิจการของ Blackmores จะช่วยเพิ่มมูลค่าของกลุ่มบริษัทและเสริมสร้างฐานการดำเนินงานทั่วโลกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป

TOKYO–(BUSINESS WIRE)–14 มิถุนายน 2024

Kirin Holdings Company, Limited (Kirin Holdings) (TOKYO: 2503) ตัดสินใจซื้อหุ้นสามัญของ FANCL Corporation (FANCL) (TOKYO: 4921) เพิ่มเติมผ่านข้อเสนอซื้อหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น ภายใต้พระราชบัญญัติระบบทางการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน (พระราชบัญญัติฉบับที่ 25 ปี 1948 และข้อแก้ไขเพิ่มเติม) โดยจัดให้ FANCL เป็นบริษัทในเครือ โดยถือหุ้นทั้งหมด

  • ภูมิหลัง

ภายใต้วิสัยทัศน์การบริหารระยะยาวของ Kirin Group Vision 2027 นั้น Kirin Holdings มุ่งมั่นที่จะ “กลายเป็นผู้นำระดับโลกในด้าน CSV โดยการสร้างมูลค่าในภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนถึงเภสัชกรรม” ด้วยการเปิดตัวธุรกิจในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพิ่มเติมจากภาคส่วนอาหารและเภสัชกรรม และด้วยการเปลี่ยนปัญหาด้านสุขภาพของผู้บริโภคให้เป็นโอกาสในการเติบโต ด้วยความสามารถด้านการวิจัยและการพัฒนาในเทคโนโลยีการหมักและเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงภูมิคุ้มกันวิทยา ช่วยให้ Kirin Holdings สามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งสำหรับธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อพัฒนาให้เป็นหน่วยธุรกิจที่จะรับผิดชอบการเติบโตในระยะยาวของ Kirin Group ในปี 2019 Kirin Holdings ได้เข้าซื้อหุ้นของ FANCL ประมาณ 33% (ตามสิทธิในการออกสิทธิและเสียง) และได้ทำข้อตกลงด้านการลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ ในปี 2023 Kirin Holdings เข้าซื้อกิจการของ Blackmores Limited (Blackmores) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติออสเตรเลียซึ่งดำเนินธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ   (สุขภาพเชิงธรรมชาติ) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงทำให้สามารถสร้างรากฐานธุรกิจที่มั่นคงในตลาดต่างประเทศ

ภายใต้วิสัยทัศน์ของ FANCL Group VISION2030 FANCL มุ่งมั่นที่จะทำให้โลกมีสุขภาพที่ดีขึ้นและสวยงามยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็กลายเป็นบริษัทที่ได้รับความนิยมชมชอบทั่วโลก ด้วยการตอบสนองต่อการเปลี่ยนเปลงในสภาพแวดล้อมทางสังคมผ่านมาตรการต่างๆ อาทิเช่น การรับมือกับปัญหาใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจาก COVID-19 FANCL ได้กระชับความสัมพันธ์กับผู้บริโภคและเสริมสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืน นับจากนี้ไป FANCL ตั้งเป้าที่จะเสร้มสร้างความมั่นคงให้กับรากฐานการดำเนินงานภายในประเทศ และลงทุนเพื่อกระแสเงินสดในญี่ปุ่นอย่างจริงจังในการดำเนินงานในต่างประเทศของ FANCL เพื่อพัฒนาให้เป็นตัวขับเคลื่อนในการเติบโต

ด้วยปรัชญาและทิศทางเดียวกันในการมุ่งสู่การเติบโตผ่านการแก้ไขปัญหาสังคมด้านสุขภาพ Kirin Holdings และ FANCL ได้กระชับความเข้าใจในแนวเดียวกันโดยการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ นับตั้งแต่มีการสรุปข้อตกลงด้านการลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจในปี 2019 นอกเหนือจากนี้ ในขณะที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมภายนอกร่วมกัน เช่น COVID-19 ทั้งสองบริษัทมีการร่วมมือกันในด้านวัสดุ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ การวิจัยและพัฒนาธุรกิจร่วมกัน และการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน

  • วัตถุประสงค์ในการจัดให้ FANCL เป็นบริษัทในเครือที่มีการถือหุ้นทั้งหมด

จุดแข็งของ Kirin Holding ได้แก่ การวิจัยด้านภูมิคุ้มกันวิทยาที่มีการดำเนินงานมาอย่างยาวนาน โดยมีความสามารถในการพัฒนาและผลิตส่วนผสมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับเทคโนโลยีการหมักและเทคโนโลยีชีวภาพ และฐานธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีการเข้าซื้อกิจการผ่านการเข้าซื้อกิจการของ Blackmores

จุดแข็งของ FANCL อยู่ที่ความสามารถในการเชื่อมต่อและเข้าใจผู้บริโภคผ่านช่องทาง D2C (การจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์และทางร้านค้าที่มีการบริหารโดยตรง) ซึ่งคิดเป็น 70% ของยอดขาย และในด้านเทคโนโลยีสำหรับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ โดยใช้ความคิดเห็นจากผู้บริโภคในการวิจัยและพัฒนา เพื่อลดข้อคิดเห็นใน “แง่ลบ” โดยมีความเป็นกลาง ซึ่งมีการดำเนินการมาตลอดอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

ในการจัดให้ FANCL เป็นบริษัทในเครือที่มีการถือหุ้นทั้งหมด จะช่วยให้ Kirin Holdings สามารถเร่งสร้างโมเดลธุรกิจที่โดดเด่นด้วยการเสริมสร้างจุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัทเข้าด้วยกัน และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในการบริหารร่วมกัน และการส่งเสริมการจัดการเชิงบูรณาการ โดยการจำหน่ายส่วนผสมที่สร้างขึ้นผ่านเทคโนโลยีการหมักแบบธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากความเข้าใจของลูกค้าที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ Kirin Holdings และ FANCL และนำเสนอแก่ผู้บริโภคผ่านหลากหลายช่องทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Kirin Group ยังมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสุขภาพของผู้บริโภคทั้งในธุรกิจเครื่องสำอางค์และอาหารเพื่อสุขภาพ และยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดโลกนอกเหนือจากตลาดในญี่ปุ่นอีกด้วย

การเปลี่ยนให้ FANCL เป็นบริษัทในเครือที่มีการถือหุ้นทั้งหมดนี้ คาดว่า จะช่วยให้สามารถสร้างความสามารถที่หลากหลายซึ่งอยู่นอกขอบเขตปัจจุบันในการลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น การเสริมสร้างการใช้ประโยชน์จากฐานการดำเนินงานและข้อมูลการสั่งซื้อในญี่ปุ่นและต่างประเทศ การส่งเสริมการวิจัยร่วมกัน และการปรับใช้เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมเชิงกว้าง ในฐานะบริษัทหลักที่ดำเนินงานในธุรกิจวิทยาศาสตร์สุขภาพของ Kirin Group FANCL จะมีการเสริมเพิ่ม “ความเป็น FANCL” ในแบรนด์ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงปรัชญาการก่อตั้ง ซึ่งเป็นที่มาของความแข็งแกร่ง นอกเหนือจากการเพิ่มมูลค่าองค์กรของ FANCL แล้ว ทั้งสองบริษัทจะทำงานร่วมกันนอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ เพื่อให้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และบรรลุเป้าหมายในการเติบโตสำหรับ Kirin Group โดยรวมและเสริมสร้างมูลค่าองค์กรให้ดียิ่งขึ้น

  • โครงร่างการทำธุรกรรม

บริษัทที่จะเข้าซื้อกิจการ

FANCL Corporation (รหัสหลักทรัพย์: 4921)

วิธีการเข้าซื้อกิจการและกระบวนการ

การประมูลเข้าซื้อกิจการ (TOB รวมถึงใบสำคัญแสดงสิทธิในหุ้น)

*หาก TOB ประสบความสำเร็จ และไม่ส่งผลให้ได้มาซึ่งหุ้นทั้งหมด จะมีการดำเนินการ “ความต้องการซื้อหุ้น เช่น การจ่ายเงินสด” หรือ “การรวมบัญชีหุ้น”

ระยะเวลา TOB

ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 เดือนมิถุนายน ปี 2024

ถึงวันจันทร์ที่ 29 เดือนกรกฎาคม ปี 2024 (30 วันทำการ)

ราคา TOB

หุ้นสามัญ: 2,690 ต่อหุ้น

(ราคาปิดระดับพรีเมียมในวันที่ 13 เดือนมิถุนายน: 42.74% ค่าเฉลี่ย 3 เดือน: 37.17%, EV/EBITDA 17.8 เท่าของปีงบประมาณ สิ้นสุดเดือนมีนาคม ปี 2024)

สิทธิในการซื้อหุ้น: หนึ่งต่อหนึ่งเยน

จำนวนหุ้นที่จะซื้อ

จำนวนหุ้นที่จะซื้อ: 82,051,400 หุ้น

จำนวนหุ้นขั้นต่ำที่จะซื้อ: 41,117,700 หุ้น (จำนวนหุ้นจะต้องผ่านมติพิเศษในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของ FANCL สำหรับหุ้นจำนวนนี้ รวมกับจำนวนหุ้นที่ถือครองโดย Kirin Holdings)

จำนวนหุ้นสูงสุดที่จะซื้อ: N/A

ราคาซื้อรวม

ประมาณ 220.0 พันล้านเยน

วิธีการระดมทุน

กู้เงินผ่านระบบหนี้แบบมีดอกเบี้ย *จะไม่มีการจัดหาเงินทุนจากตราสารทุน

ผลลัพธ์สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 เดือนมีนามคม ปี 2024

รายได้ 110.9 พันล้านเยน กำไรจากการดำเนินงาน 12.6 พันล้านเยน (Japan GAAP)

อื่นๆ

ตามรายงานจากคณะกรรมการพิเศษที่จัดตั้งขึ้นโดย FANCL คณะกรรมการฝ่ายบริหารของ FANCL ในวันที่ 14 เดือนมิถุนายน ปี 2024 ได้มีมติให้ (i) แสดงความเห็นยืนยันเกี่ยวกับข้อเสนอซื้อหุ้น (ii) แนะนำให้ผู้ถือหุ้นทำการประมูลหุ้นในข้อเสนอซื้อหุ้น และ (iii) ให้สิทธิในการตัดสินใจแก่ผู้ถือสิทธิในการเข้าซื้อหุ้นว่า จะเสนอซื้อสิทธิในการเข้าซื้อหุ้นในข้อเสนอซื้อหุ้นหรือไม่

สำหรับข้อสอบถามเกี่ยวกับข้อเสนอซื้อหุ้น

NOMURA SECURITIES CO., LTD (ตัวแทนสำหรับข้อเสนอซื้อหุ้น)

+81-(0)120-043-335

เวลาทำการ 8:40-17:10 JST ในวันธรรมดา, 9:00-17:00 JST ในวันเสาร์ (ยกเว้นวันหยุด)

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ “ประกาศเกี่ยวกับการเตรียมข้อเสนอซื้อใบหุ้น เป็นต้น ของ FANCL CORPORATION (รหัสหลักทรัพย์ 4921)” ลงวันที่ 14 เดือนมิถุนายน ปี 2024

เกี่ยวกับ Kirin Holdings

Kirin Holdings Company, Limited เป็นบริษัทต่างชาติที่มีการดำเนินงานในภาคส่วนอาหารและเครื่องดื่ม (ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม) ภาคส่วนเภสัชกรรม (ธุรกิจยา) และภาคส่วนวิทยาศาสตร์สุขภาพ (ธุรกิจวิทยาศาสตร์สุขภาพ) ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก

Kirin Holdings มีรากฐานจาก Japan Brewery ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1885 โดย Japan Brewery ได้เปลี่ยนเป็น Kirin Brewery ในปี 1907 จากนั้น บริษัทมีการขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีการหมักและเทคโนโลยีชีวภาพเป็นเทคโนโลยีหลัก และเข้าสู่ธุรกิจยาในปี 1980 โดยยังคงเป็นศูนย์กลางการเติบโตระดับโลก ในปี 2007 มีการก่อตั้ง Kirin Holdings ขึ้นในฐานะบริษัทโฮลดิ้งเต็มรูปแบบ และในปัจจุบัน มุ่งเน้นในการขยายธุรกิจภาคส่วนวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ

ภายใต้วิสัยทัศน์ของ Kirin Group Vision 2027 (KV 2027) ซึ่งเป็นแผนการจัดการระยะยาวที่มีการเปิดตัวในปี 2019 โดย Kirin Group มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำระดับโลกใน CSV* โดยสร้างมูลค่าทั่วโลกทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงธุรกิจยา นับจากนี้ไป Kirin Group จะยังคงใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของบริษัทเพื่อสร้างมูลค่าทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจผ่านทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรลุการเติบโตอย่างยั่งยืนในมูลค่าองค์กร

* การสร้างมูลค่าร่วม: เป็นการผสานรวมมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้บริโภคและสังคมร่วมกันโดยรวม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Corporate Communication Department Kirin Holdings Company, Limited
Nakano Central Park South, 4-10-2 Nakano, Nakano-ku, Tokyo
https://www.kirinholdings.com/en/
kirin-cc@kirin.co.jp

แหล่งข้อมูล: Kirin Holdings Company, Limited